ข่าวเศรฐกิจ

Subscribe to ข่าวเศรฐกิจ feed ข่าวเศรฐกิจ
www.krobkruakao.com
Updated: 2 hours 43 min ago

การบินไทยออกมาตรการป้องกันไวรัสอีโบลา

Tue, 2014-08-19 11:26
บริษัทการบินไทย ออก 7 มาตรการในการป้องกันโรคไวรัสอีโบลา ตั้งแต่การคัดกรองผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง ไปจนถึงการทำความสะอาดเครื่องบินหลังให้บริการ เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้โดยสารผู้ใช้บริการร้อยตรี อนุสสรณ์ นาคศรีชุ่ม รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจการบิน บริษัท การบินไทย จำกัดมหาชน แถลงถึงมาตรการในการป้องกันโรคไวรัสอีโบลา พร้อมกับนำคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตุการณ์ขั้นตอนการทำคามสะอาด และพ่นยาฆ่าเชื้อภายในอากาศยาน โดยระบุว่าการบินไทยได้ดำเนินมาตรการป้องกัน 7 ข้อ ตั้งแต่การคัดกรองผู้โดยสาร การให้บริการบนเครื่องบิน จัดเตรียมอากาศยานและฆ่าเชื้อโรค การทำความสะอาดภายในอากาศยาน การป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยของพนักงาน มาตรการด้านรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ และ มาตรการด้านโภชนาการขณะที่รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เชิญประชาสัมพันธ์สาธารณสุขทั่วประเทศ จำนวน 230 คน เข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องในการเผยแพร่ข่าวสารเรื่องการระบาด การติดต่อ วิธีการป้องกันโรค พร้อมเพิ่มความเชื่อมั่น ระบบความพร้อมของประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข จะเข้มงวดในการตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง แม้จะประเมินว่าไทยมีความเสี่ยงต่ำก็ตาม เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เชื้อดังกล่าวเข้าสู่ประเทศไทย

สศช.ปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือ 1.5-2%

Mon, 2014-08-18 12:41
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ลดเป้าจีดีพีปีนี้ เหลือไม่เกิน 2% เหตุเศรษฐกิจครึ่งปีแรกติดลบ 0.1% นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. แถลงตัวเลขจริงจีดีพีไตรมาส 2 ว่า ขยายตัวเพียง 0.4%  แม้ดีขึ้นจากไตรมาสแรกติดลบ 0.5% แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้จีดีพีครึ่งปีแรกขยายตัวเป็นบวก เฉลี่ยติดลบอยู่ที่ 0.1% เพราะมีการชุมนุมทางการเมืองยืดเยื้อนานถึง 5 เดือน ทำให้สภาพัฒน์ปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือ 1.5-2% จากเดิมอยู่ที่ 1.5-2.5% อีกทั้งได้ปรับลดเป้าการส่งออกในปีนี้เหลือเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ หลังไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ แม้ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรก หดตัวถึง 0.8 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังต่ำกว่า คาดการณ์เดิม 4.2 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะที่การท่องเที่ยวต้องใช้เวลาฟื้นตัว ส่วนลงทุนภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว เห็นได้จากอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานทั่วประเทศอยู่ในระดับต่ำ หลังมีความล่าช้าในการอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุน แม้ขณะนี้การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐดีขึ้นแล้วก็ตาม โดยประเมินการลงทุนของภาคเอกชนจะหดตัวถึง 2.9% ส่วน ภาครัฐทั้งปีขยายตัว 1% ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2558 คาดว่า จะขยายตัวได้ 3.5-4.5% แต่ก็ยังเป็นการเติบโตในอัตราต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ หากมีการเพิ่มประสิทธิภาพของภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มที่ เศรษฐกิจไทยจะโตได้ 5-6% คาดหวังว่าการลงทุนของภาครัฐทั้งระบบรถไฟรางคู่ และการลงทุนในโครงการบริหารจัดการน้ำ เริ่มก่อสร้างช่วงปลายปีนี้จะเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สศช.ปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือ 1.5

Mon, 2014-08-18 12:41
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ลดเป้าจีดีพีปีนี้ เหลือไม่เกิน2% เหตุเศรษฐกิจครึ่งปีแรกติดลบ 0.1% นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. แถลงตัวเลขจริงจีดีพีไตรมาส 2 ว่า ขยายตัวเพียง 0.4%  แม้ดีขึ้นจากไตรมาสแรกติดลบ 0.5% แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้จีดีพีครึ่งปีแรกขยายตัวเป็นบวก เฉลี่ยติดลบอยู่ที่ 0.1% เพราะมีการชุมนุมทางการเมืองยืดเยื้อนานถึง 5 เดือน ทำให้สภาพัฒน์ปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือ 1.5-2% จากเดิมอยู่ที่ 1.5-2.5% อีกทั้งได้ปรับลดเป้าการส่งออกในปีนี้เหลือเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ หลังไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ แม้ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรก หดตัวถึง 0.8 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังต่ำกว่า คาดการณ์เดิม 4.2 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะที่การท่องเที่ยวต้องใช้เวลาฟื้นตัว ส่วนลงทุนภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว เห็นได้จากอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานทั่วประเทศอยู่ในระดับต่ำ หลังมีความล่าช้าในการอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุน แม้ขณะนี้การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐดีขึ้นแล้วก็ตาม โดยประเมินการลงทุนของภาคเอกชนจะหดตัวถึง 2.9% ส่วน ภาครัฐทั้งปีขยายตัว 1% ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2558 คาดว่า จะขยายตัวได้ 3.5-4.5% แต่ก็ยังเป็นการเติบโตในอัตราต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ หากมีการเพิ่มประสิทธิภาพของภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มที่ เศรษฐกิจไทยจะโตได้ 5-6% คาดหวังว่าการลงทุนของภาครัฐทั้งระบบรถไฟรางคู่ และการลงทุนในโครงการบริหารจัดการน้ำ เริ่มก่อสร้างช่วงปลายปีนี้จะเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สรรพสามิตคุมเข้มสถานบันเทิงห้ามนำเข้าบารากุ

Mon, 2014-08-18 09:34
กรมสรรพสามิตคุมเข้มสถานบันเทิงไม่ให้นำเข้าเครื่องสูบและผลิตภัณฑ์บารากุ ชี้เป็นการมอมเมาเยาวชน โดยกำหนดบทลงโทษของสถานบริการและผู้ที่กระทำผิด ประกอบด้วย กรณีขายหรือมีไว้เพื่อขาย โทษปรับ 15 เท่าของแสตมป์ แต่ไม่น้อยกว่า 100 บาท หากมีไว้ครอบครองเกินกว่า 500 กรัม โทษปรับ 10 เท่าของค่าแสตมป์ แต่ไม่น้อยกว่า 100 บาท กรณีลักลอบ ที่กำหนดไว้ตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ หากสูบในเขตปลอดบุหรี่จะมีโทษตามพ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2539 โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท รวมทั้งกรณีก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น จะได้รับโทษตามพ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ม็อบชาวสวนปิดถนนเทลำไยเกลื่อน ประท้วงราคาตก

Mon, 2014-08-18 09:31
กลุ่มชาวสวนลำไยอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 200 คน รวมตัวกันปิดถนนเส้นทางระหว่างตำบลขัวมุง อำเภอสารภี-อำเภอหางดง ซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดรับซื้อลำไย พร้อมยึดรถบรรทุกลำไยและนำลำไยออกมาเทลงบนถนนและเหยียบย่ำด้วยอารมณ์ หลังจากไม่พอใจที่ล้งไม่ยอมรับซื้อลำไยตามราคาที่หน่วยราชการและทหารเป็นตัวกลางตกลงกันไว้ว่าจะรับซื้อในราคา AA, A และ B กิโลกรัมละ 17.7 บาท และ 3 บาท ตามลำดับ แต่รับซื้อในราคา 15.5 บาท และ 2 บาท เท่านั้น ทำให้ชาวสวนไม่พอใจอยากมากเนื่องจากเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาขาดทุน ทำให้รวมตัวปิดถนนและจะปิดต่อไปไม่มีกำหนด ขณะเดียวกันได้ยึดรถบรรทุกที่ขนลำไยของล้งพ่อค้าคนกลางที่กำลังขนลำไยออกนอกพื้นที่ไว้ โดยยืนยันว่าจะปิดถนน จนกว่าจะมีการรับซื้อตามราคาที่ตกลง ซึ่งเบื้องต้นทางหน่วยงานราชการและทหารกำลังเข้าช่วยเจรจากับล้งและตัวแทนชาวสวนลำไยแล้วเพื่อหาข้อยุติ ล่าสุดได้มีการส่งตัวแทนไปเจรจากับทางทหารมทบ.33 และตัวแทนของล้งรับซื้อลำไยในพื้นที่ โดยยืนยันว่าจะต้องให้รับซื้อในราคา 17 .7 บาท

ททท.คาดท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 4.3 ล้านคน

Sat, 2014-08-16 15:36
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มั่นใจปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยเกินกว่าเป้า คาดจะมากถึง 4.3 ล้านคน หลังยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว ประกอบด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน หลัง คสช.ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า รวมระยะเวลา 3 เดือน หลังมีผลตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเปิดช่องทางพิเศษ พร้อมล่ามภาษาจีนคอยให้บริการ จากนี้ท่าอากาศยานทั่วประเทศจะสลับกันทำกิจกรรมต่อเนื่องด้านผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยประมาณ 1.5 ล้านคน ทำให้ตลอดทั้งปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 4.3 ล้านคน ซึ่งมากกว่าเป้าเดิมที่กำหนดไว้ 3.9 ล้านคน พร้อมระบุว่าหลังการประเมินผลมาตรการยกเลิกธรรมเนียมค่าวีซ่าของจีนแล้ว อาจจะขยายไปประเทศในเอเซียเพิ่มเติม เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี

กพช.มีมติจัดทำแผนพัฒนาพลังงานผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่

Fri, 2014-08-15 15:05
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ มีมติให้จัดทำแผนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่ จากเดิมแผน 10 ปี ให้ขยายเป็น 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ นายอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ครั้งที่ 1 ที่มีพลเอกประยุทธ์ จัทนร์โอชา หัวหน้า คสช.เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีมติให้จัดทำแผนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่ จากเดิมมีระยะเวลาของแผน 10 ปี ให้ขยายเป็น 20 ปี คือในปี 2558-2579 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งแผนดังกล่าวจะรวมถึงการคำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าในอนาคต แนวทางการประหยัดพลังงาน หรือ การจัดหาแหล่งพลังงาน และ การอนุรักษ์พลังงาน พร้อมทั้งการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนให้ได้ 25% ของปริมาณการใช้พลังงานทั้งหมด ซึ่งจะดำเนินปรับปรุงแผนให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน แบ่งเป็น เดือนที่ 1 จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เดือนที่ 2 จะนำความคิดเห็นจัดทำแผน ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอีกครั้งในเดือนที่ 3 ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้บริษัท ปตท.ดำเนินการแยกกิจการท่อส่งก๊าซธรรมชาติออกจากกิจการของ ปตท. เพื่อให้ธุรกิจท่อก๊าซธรรมชาติ มีการแข่งขันที่เป็นธรรมในอนาคต และ ให้บุคคลที่ 3 สามารถเข้ามาใช้บริการท่อส่งก๊าซธรรมชาติได้ โดยในเบื้องต้น จะให้ ปตท.ถือหุ้นในบริษัทท่อก๊าซดังกล่าว 100% ภายในเดือนมิถุนายนปี 2558 และหลังจากนั้นให้กระทรวงการคลัง เข้าไปถือหุ้นแทนในสัดส่วน 25 % และ ในระหว่างนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ.จะจัดทำหลักเกณฑ์ เพื่อให้บุคคลที่ 3 มาใช้บริการท่อส่งก๊าซได้ โดยให้ดำเนินการภายใน มีนาคม 2558 และยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ จะไม่มีการแปรรูปบริษัทท่อก๊าซดังกล่าวอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ที่ประชุม กพช.ยังได้ให้บริษัท ปตท.ลดสัดส่วนการถือหุ้นในกิจการโรงกลั่นน้ำมัน ของบริษัท สตาร์ ปิโตเลียม รีไฟน์นิ่ง หรือ SPRC เพื่อให้ธุรกิจน้ำมันมีการแข่งขันการมากขึ้น ซึ่งกระบวนการทาง SPRC จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประมาณกลางปีหน้า และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถือหุ้น 36% และอีก 64% ให้บริษัทเชฟร่อนเจ้าของ SPRC เป็นผู้ถือหุ้น นายอารีพงษ์ ยังระบุว่าที่ประชุมได้สั่งการให้ทบทวนการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ที่เคยอนุมัติไปก่อนหน้านี้ 3,000 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็นในส่วนของโซลาร์ฟาร์ม 2,000 เมกะวัตต์ที่เอกชนยังไม่ได้ลงทุนและ มีคำเสนอขอลงทุนเหลือ 1,054 เมกะวัตต์ ที่ประชุมจึงกำหนดให้เอกชนต้องลงทุนภายในปี 2558 โดยห้ามย้ายพื้นที่และได้รับเงินสนับสนุนในรูป FIT ใน อัตรา 5.66 บาทเป็นเวลา 25 ปี และให้เปิดรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อป ในส่วนของประชาชนทั่วไปอีก 67 เมกะวัตต์ โดยกำหนดให้ขายไฟภายในเดือนธันวาคม 2558 และให้ FIT ในอัตรา 6.85 บาท ส่วนโซลาร์ชุมชนอีก 800 เมกะวัตต์ ให้ยกเลิกตามมติกพช.เดิมที่ดำเนินการโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่ปรับใหม่ให้ส่วนราชการและสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการผลิตรายละไม่เกิน 5 เมกะวัตต์ ได้ FIT 5.66 บาท สำหรับรายละเอียดของแผน PDP ในเบื้องต้น จะลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงลงจากปัจจุบันมีสัดส่วน 70% โดยกำหนดให้เป็นมีเชื้อเพลิวแต่ละประเภทไม่ควรเกิน 30% โดยอาจเพิ่มการใช้พลังน้ำ ถ่านหินสะอาดเพิ่มมากขึ้น ส่วนนิวเคลียร์จะมีการศึกษาความเป็นไปได้ ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอีกครั้ง นายคุรุจิต นาครทัพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ระบุว่า กพช.ได้อนุมัติการยกเว้นภาษีการโอนย้ายท่อก๊าซระหว่าง ปตท.กับบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ เพราะหากมีภาษีจะกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

หัวหน้า คสช.ประชุม กพช.นัดแรก

Fri, 2014-08-15 10:33
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานฯ นัดแรกย้ำการกำหนดนโยบายด้านพลังงานต้องชอบธรรม โป่รงใส่ ทำเพื่อสร้างพลังงานให้เกิดความมั่นคง พร้อมแนะกรรมการพิจารณาแนวทางทั้งหมดให้สอดคล้องกับนโยบายที่วางไว้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) นัดแรก เพื่อพิจารณาแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ ระยะ 20 ปี พ.ศ. 2558-2578 ที่มีสาระสำคัญในการกำหนดแนวทางจัดหาโรงไฟฟ้าให้พอเพียงกับความต้องการในการใช้พลังงาน โดยหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในที่ประชุมว่าปัญหาด้านพลังงานต้องรับฟังประชาชน ว่ามีความเดือดร้อนอย่างไร ต้องการมีส่วนร่วมอย่างไร แล้วจึงกำหนดการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับประโยชน์การพัฒนาพลังงานทุกด้าน ขอให้แนวทางการพัฒนาพลังงาน เริ่มต้นให ม่ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา อะไรที่เกิดกำหนดไว้ก่อนหน้านี้จะเพียงรับทราบจากนั้นจะนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงทุกเรื่อง ทุกมติ หรือมีการทบทวน เพื่อให้สอดคล้องกับ คสช.ได้สั่งการไปตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สิ่งใดที่ทำแล้วให้ทำต่อส่วนสิ่งได้ที่ยังไม่ดีต้องแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น สิ่งใดที่ต้องเริ่มต้นใหม่และมีนโยบายที่ชัดเจนให้นำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ชอบธรรม และโปร่งใสมากที่สุด แต่ยอมรับสิ่งที่มีปัญหามาก เมื่อแก้ไขแล้วก็จะดีขึ้น สิ่งที่ทำได้ดีก็เสมอตัว ทำไม่ดีก็จะถอยหลังไป เราต้องช่วยกันเพื่อสร้างพลังงานสร้างชาติให้เกิดความมั่นคงให้ได้

หลังปิดอ่าวชาวประมงจับปลาได้ปริมาณมากขึ้น

Thu, 2014-08-14 11:31
ผลจากการปิดอ่าวไทยรูปตัว ก ส่งผลให้ชาวประมงใน 8 จังหวัดชายฝั่ง สามารถจับสัตว์น้ำได้ในปริมาณที่มากขึ้นโดยเฉพาะที่จังหวัดสมุทรสาคร ชาวประมงสามารถจับปลาทู ซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5,000- 20,000 กิโลกรัมต่อวันต่อหนึ่งลำเรือ ทำให้มีปลาทูส่งมาขึ้นที่สะพานปลา อำเภอมหาชัย ไม่ต่ำกว่า 800 ตันต่อวัน ซึ่งหลังเปิดอ่าวได้เพียง 7 วัน ชาวประมงจับปลาได้มากกว่า 4,800 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 135 ล้านบาท เช่นเดียวกับสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ก็เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เป็นผลมาจากการห้ามการประมงในอ่าวรูปตัว ก ตั้งวันที่ 1 มิถุยายน ถึง 31 กรกฏาคม หรือ 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติได้มีการฟื้นฟู และขยายพันธุ์ เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสิ่งรบกวน ซึ่งนอกจากจะได้ปลาตัวโตแล้ว ยังได้ปลาที่หลากหลายชนิดอีกด้วย 

ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ

Thu, 2014-08-14 11:31
เกษตรกรหลายสาขาอาชีพ กำลังประสบกับปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายในการลงทุนราคายางพาราตกต่ำ และ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง วันแรกของการเปิดประมูลซื้อขายยางแผ่นดิบ และ ยางรวมควัน ที่ตลาดกลางยางพารา 3 แห่ง ในภาคใต้หลังวันหยุดต่อเนื่องมา 4 วัน ที่ตลาดยางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ราคายางแผ่นดิบเหลือ กิโลกรัมละ 55.35 บาท ลดลงจากวันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อน 1.11 บาท น้ำยางสด กิโลกรัมละ 54.15 บาท เศษยาง กิโลกรัมละ 22.50 บาท ส่วนที่ตลาดกลางนครศรีธรรมราช ยางแผ่นดิบ ราคากิโลกรัมละ 54.99 บาท และ ตลาดกลางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ยางแผ่นดิบราคาต่ำที่สุด กิโลกรัมละ 53.69 บาท นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคายางพาราลดลงรุนแรงถึงกิโลกรัมละ 2 บาท จากที่คาดหวังว่าน่าจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 58-60 บาท จากต้นทุนเกษตรกรกิโลกรัมละ 64.49 บาท ทำให้ชาวสวนขาดทุนมาก อยากให้ทาง คสช. เข้ามาเร่งดำเนินการช่วยเหลือเป็นการด่วนส่วนในภาคเหนือ เกษตรกรชาวสวนลำไยที่จังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน เดือดร้อนอย่างหนัก กลุ่มพ่อค้าคนกลางกดราคารับซื้อ โดยลำไยลูกร่วงเกรดเอเอ เหลือกิโลกรัมละ 15 บาท , เกรดเอ เหลือ 4 บาท , เกรดบี เหลือ 1 บาท ส่วนเกรดซี ไม่รับซื้อ ขณะที่ลำไยสดที่เป็นช่อ เหลือกิโลกรัมละ 20 บาท โดยพ่อค้าคนกลาง บอกว่า ขณะนี้ความต้องการลำไยในประเทศจีนได้ชะลอตัว หยุดซื้อลำไยจากไทย จึงทำให้ส่งออกไม่ได้ ต้องนำลำไยที่ซื้อไว้ไปอบแห้งส่วนมาตรการช่วยเหลือของรัฐ ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร หรือ คชก.อนุมัติงบประมาณ 73 ล้านบาท ให้ 2 กระทรวง ดูแล 36 ล้านบาท เป็นการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดโดยตรง และ อีก 35 ล้านบาท เป็นการชดเชยอัตราดอกเบี้ย 3 เปอร์เซ็นต์ ให้กับสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชน เข้ามารับซื้อจากเกษตรกร ส่วนที่เหลือ 1 ล้านกว่าบาท จัดสรรให้กรมส่งเสริมการเกษตร แปรรูปเป็นลำไยอบแห้ง ซึ่งขณะนี้เงินดังกล่าได้จัดสรรไปยังจังหวัดต่างๆ แล้ว โดยพาณิชย์จังหวัด เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบ

คสช.อนุมัติขึ้นค่าตอบแทน อส.ร้อยละ 5

Thu, 2014-08-14 09:22
คสช.อนุมัติค่าตอบแทน เงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวและเงินช่วยเหลือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) กระทรวงมหาดไทย สาระสำคัญ คือ ปรับอัตราเงินค่าตอบแทนของสมาชิก อส. เพิ่มขึ้น ในอัตราร้อยละ 5 มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554 โดยระยะเวลาการปรับขึ้นเงินค่าตอบแทน ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2554 ปรับใหม่ เป็น อัตราขั้นต่ำ 8,610 บาท และอัตราขั้นสูง 12,285 บาท และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป อัตราขั้นต่ำ 9,000 บาท อัตราขั้นสูง 12,285 บาทเช่นเดิม

หน.คสช.คาดความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวทำจีดีพีปีนี้โต 2%

Thu, 2014-08-14 09:06
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.คาดจีดีพีทั้งปีในปีนี้จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2% เนื่องจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น แต่ยังกังวลเรื่องของสถานการณ์เศรษฐกิจภายนอกประเทศจากการสู้รบ และความไม่สงบเรียบร้อยของหลายประเทศ พร้อมผลักดันนโยบายด้านการท่องเที่ยว

ปลัดฯ คลัง เผยยังรอสรุปปิดบัญชีจำนำข้าว

Wed, 2014-08-13 11:44
ประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ยังรอผลสรุปการตรวจสต็อกข้าวก่อน เพราะต้องรวมข้อมูลปริมาณข้าวหาย และ ข้าวเสื่อมคุณภาพนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ระบุว่า ในสัปดาห์นี้จะนัดประชุมอนุกรรมการฯ ตามที่ คสช. ได้ตั้งขึ้นมาใหม่เป็นครั้งแรก เพื่อติดตามข้อมูลการตรวจสต็อกข้าวของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำหรับนำมาใช้ปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งใช้เงินไปกว่า 80,000-90,000 ล้านบาท คาดว่าผลการขาดทุนจากโครงการจำนำข้าว จะสูงกว่าที่ปิดบัญชีไว้ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค.2556 ที่มีผลขาดทุนประมาณ 3.3 แสนล้านบาท แต่จะขาดทุนมากกว่า 5 แสนล้านบาท ตามที่นักวิชาการประเมินไว้หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้เพราะต้องรอข้อมูลที่เก็บได้ล่าสุด โดยรวมกับข้าวที่หาย และ ข้าวเสื่อมคุณภาพจากการตรวจสต็อกข้าว ขณะที่ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุเตรียมตั้งสถาบันพัฒนาศักยภาพการค้าข้าว เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวม วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลการค้าและการตลาดเพื่อการพัฒนาการผลิต และแปรรูปข้าว และ ผลิตภัณฑ์แบบเบ็ดเสร็จ พร้อมดึงทุกภาคส่วนทั้งรัฐ และเอกชน ร่วมทำงานในรูปคณะกรรมการ ร่วมทำแผนพัฒนาข้าวไทยอย่างครบวงจร

เลขากสทช.ทวีตรับรองมาตรฐาน iPhone6 แล้ว ท่ามกลางข่าวลือวางจำหน่ายในไทยพร้อมสหรัฐฯ

Wed, 2014-08-13 08:30
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้โพสต์ทวิตเตอร์ผ่าน @TakornNBTC: ว่า  สำนักงาน กสทช. ผ่านรับรองมาตรฐานไอโฟน 6 เพื่ออนุญาตให้จำหน่ายในไทยแล้ว  ส่งผลให้มีข่าวลือแพร่สะพัดทั่ววงการไอทีว่าประเทศไทยอาจจะได้วางจำหน่ายพร้อมสหรัฐฯ และประเทศชุดแรกในเอเชียอย่าง จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ในเดือนกันยายนนี้

ยโสธร-ดอกมะลิวันแม่ ราคาพุ่ง กก.ละ 1,000 บาท

Sun, 2014-08-10 11:54
ดอกมะลิวันแม่ราคาพุ่ง กก.ละ 1,000 บาท ปกติแค่ กก.ละ 200 บาท ส่วนดอกพุทธรักษา กก.ละ 200 บาท ปกติ 70 บาท เหตุเพราะปีนี้ฝนตกชุก ส่งผลให้ดอกเน่าผลผลิตมีน้อยทำให้ขาดแคลนมะลิร้อยมาลัยกรไหว้วันแม่ วันนี้ (10 ส.ค.) ราคาดอกมะลิช่วงวันแม่ โดยดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ขาวบริสุทธิ์เปรียบเสมือนความรักอันบริสุทธิ์ลึกซึ้งที่แม่มีต่อลูก ในช่วงเทศกาลวันแม่ แต่ในปีนี้สวนมะลิ บ้านกว้าง หมู่ 1,2 และหมู่ที่ 4 ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร กว่า 300 ครัวเรือน เป็นแหล่งปลูกต้นมะลิ และต้นพุทธรักษา ตามลานและรั้วบ้านทุกหลังคาเรือนขายมานาน ปีนี้เจอปัญหาฝนตกชุกส่งผลกระทบมะลิไม่ออกดอกและดอกเน่า ทำให้ขาดแคลนมาลัยมะลิวันแม่ และมีราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 1,000 บาท ปกติขาย 200 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนดอกพุทธรักษาขาย 200 บาทต่อกิโลกรัม ปกติขาย 70 บาทต่อกิโลกรัม คุณยายสิน วิเศษแก้ว อายุ 70 ปี เลขที่ 67 บ้านกว้าง หมู่ 1 ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร กล่าวว่า ปลูกมะลิ และพุทธรักษาไว้สวนข้างบ้าน อย่างละ 20 ต้น ทุกวันจะพาลูกหลานเก็บดอกมะลิ และพุทธรักษา ร้อยมาลัยขายส่งลูกค้าที่วางขายตามตลาดสด ตามสี่แยกไฟแดง จะมีลูกค้าที่สั่งในช่วงวันพระ และในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น วันสงกรานต์ วันพ่อ วันแม่ ซึ่งทำรายได้เป็นกอบเป็นกำเฉลี่ยเดือนละ 20,000 บาท ยายสินกล่าวว่า"วันแม่ปีนี้มีแม่ค้าสั่งเพิ่มยอดการสั่งซื้อพวงมาลัยกรคล้องมือแม่ เพิ่มมากขึ้นถึงวันละกว่า 200 พวง ส่วนราคาขายส่งมาลัยกรทุกปีจะอยู่ที่พวงละ 60-80 บาท ส่วนปีนี้ดอกมะลิให้ผลผลิตไม่มาก และขาดตลาดก็จะขายส่งในราคาพวงละ 120 บาท ส่วนมาลัยกรดอกพุทธรักษา ส่งพวงละ 80 บาท แม้จะขายแพงแต่ก็มีชาวบ้านซื้อไปประกอบพิธีต่างๆ ซึ่งบ้านเราเป็นเมืองพุทธชาวบ้านชอบทำบุญ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือดอกไม้ไหว้บูชาพระ และชาวบ้านนิยมใช้ดอกมะลิบูชาพระเพราะมีกลิ่นหอม ดอกบัวหลวง และดอกพุทธรักษา ดังนั้นตนจึงใช้ที่ดินมีจำกัดปลูก มะลิ และพุทธรักษา สร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัวเฉลี่ยตกเดือนละไม่ต่ำกว่า 15,000-20,000 บาท 

พาณิชย์-กทม.เปิดร้านอาหารราคาถูก

Fri, 2014-08-08 10:55
กระทรวงพาณิชย์จับมือกับกรุงเทพมหานคร ดีเดย์เปิด 500 ร้านอาหารธงฟ้าทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ราคาไม่เกินจานละ 35 บาทใช้ชื่อโครงการว่า "ร้านจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ เพื่อคืนความสุขทุกจานให้ประชาชน" โดยมีพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธานเปิดตัวโครงการที่ร้านนายอู๋ ข้าวแกงสามย่าน หรือจุฬาซอย 11 เขตปทุมวัน การเปิดตัวในวันนี้จะมีขึ้นพร้อมกับร้านอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการกว่า 500 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งจะเน้นพื้นที่ชั้นในเป็นหลัก โดยกระทรวงพาณิชย์มอบป้ายสัญลักษณ์ "หนูณิชย์..พาชิม" เพื่อรับรองคุณภาพมาตรฐาน และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อจากนั้นพลเอกฉัตรชัย กล่าวว่า คสช. ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพ เพื่อคืนความสุขให้ประชาชน โดยจะให้จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จในราคาไม่เกินจานละ 35 บาท ซึ่งจะเป็นกลไกชี้นำราคาของร้านอาหารทั่วไปที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการไม่ให้มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากนัก ร้านอาหารปรุงสำเร็จที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นร้านอาหารจานเดียว หรืออาหารปรุงสำเร็จในเมนูหลักที่ราคาถูก สะอาด ดี และอร่อย โดยกระทรวงพาณิชย์จะจัดหาวัตถุดิบราคาพิเศษจากผู้ผลิตมาจำหน่ายให้เช่น ข้าวสาร, น้ำตาล, น้ำมันพืช และเครื่องปรุงรส รวมไปถึงการประสานธนาคารรัฐ เพื่อให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำด้วย ตั้งเป้าจะขยายให้ถึง 1,000 ร้านค้า

คลังแจงโครงการเงินโอนแก้จนคนขยัน ช่วยแก้โครงการประชานิยมอื่นๆ

Fri, 2014-08-08 08:56
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุได้เสนอโครงการเงินโอน แก้จน คนขยันให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาดำเนินการภายใน 1 ปี ชี้จะช่วยไม่ให้ดำเนินการโครงการประชานิยมให้เป็นภาระกับงบประมาณจำนวนมากเหมือนที่ผ่านมา เพราะถือว่ารัฐได้จัดสวัสดิการให้แล้ว

เล็งเว้นเก็บภาษี จูงใจนักลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 5 แห่ง

Fri, 2014-08-08 08:55
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุกระทรวงการคลังได้เร่งพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่ง ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติให้จัดตั้งขึ้น ประกอบด้วย อ.แม่สอด จ.ตาก, อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว, อ.คลองใหญ่ จ.ตราด, จ.มุกดาหาร และ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อจูงใจนักลงทุน

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค.สูงสุดในรอบ 11 เดือน

Thu, 2014-08-07 14:29
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค.57 อยู่ที่ 78.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน พร้อมคาดการณ์เงินสะพัดวันแม่ 2 หมื่นล้านบาท นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนกรกฎาคม 57 อยู่ที่ 78.2 เพิ่มขึ้นจาก 75.1 ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 68.5 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเช่นกัน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำ อยู่ที่ 71.7 และ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 94.6 สูงสุดในรอบ 11 เดือน หลังจากมั่นใจว่าการเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น และ เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยปัจจัยบวก ได้แก่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบยุทธศาสตร์แผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดการณ์ว่า GDP ปี 58 จะโตได้ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ และส่งออกเดือนมิถุนายน ขยายตัว 3.9 เปอร์เซนต์ บวกกับเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ปัจจัยลบ ประกอบด้วย สศค.ลดคาดการณ์ GDP ปี 57 เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์  พืชผลเกษตรยังทรงตัวในระดับต่ำและกังวลปัญหาค่าครองชีพ รวมทั้ง ราคาสินค้าที่ยังอยู่ในระดับสูง และ ความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจการจับจ่ายช่วงวันแม่ คาดการณ์ปริมาณเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ ราว 20,000 ล้านบาท หรือขยายตัวราว 6.8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนช่วงวันสารทจีน คาดว่าจะมีเงินสะพัดในระบบราว 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าเงินสะพัดทั้ง 2 ส่วนจะเข้ามาช่วยหนุนการเจริญเติบโตของตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปกติราว 0.5 เปอร์เซ็นต์ จากที่ได้คาดการณ์ว่าจีดีพีไตรมาส 3 จะโตราว 3-4 เปอร์เซ็นต์

คลังเสนอโมเดลจ่ายภาษีให้คนจน

Thu, 2014-08-07 11:12
กระทรวงการคลัง เสนอคสช.พิจารณาโมเดลจ่ายภาษีให้คนจนตามขั้นบันไดรายได้ หวังกระตุ้นให้ประชาชนขยันทำงาน ไม่รอนโยบายประชานิยม คาดใช้งบประมาณ กว่า 5 หมื่นล้านบาทนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เปิดเผยว่า สศค. เตรียมเสนอผลการวิจัย ที่เรียกว่า "เงินโอน แก้จน คนขยัน" ซึ่งเป็นแนวคิดการจ่ายภาษีให้คนจนให้รัฐบาลนำไปพิจารณา สาระสำคัญ คือ จะจ่ายเงินในลักษณะภาษีให้กับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 80,000 บาทต่อปี ตามขั้นบันไดของรายได้ คือ หากรายได้ปีละ 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินจากรัฐมากที่สุดปีละ 6,000 บาท ถ้ารายได้ 20,000 บาทต่อปี ได้รับ 4,000 บาท แต่หากรายได้ 40,000 บาทต่อปี จะได้รับรายได้ 4,800 บาท เป็นต้น ซึ่งการจ่ายเงินดังกล่าวเพื่อให้คนขยันทำงาน ไม่ใช่รอแต่เงินประชานิยมจากภาครัฐ โดยต้องมาขึ้นทะเบียนภาษีกับกรมสรรพากร และ กรมจ่ายให้หากมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ปัจจุบันมีคนจนทั่วประเทศที่มีรายได้ประมาณ 2,500 บาทต่อเดือน หรือปีละ 30,000 ล้านบาท ประมาณ 8,400,000 คน และคนที่มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 80,000 บาท รวมกันประมาณ 18 ล้านคน คิดเป็น 27.5 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด หากรัฐใช้นโยบายนี้ คาดการใช้งบประมาณ 5.56 หมื่นล้านบาทต่อปี มีผู้ที่ได้รับเงินโอนทั้งหมดประมาณ 18 ล้านคน และ จะทำให้มีคนในจำนวนนี้ 1.6 ล้านคน หลุดพ้นเส้นความยากจน ทั้งนี้ มีรายงานว่ากระทรวงการคลัง ได้เสนอแนวทางดังกล่าวต่อคสช.และ อยู่ระหว่างการพิจารณา

Pages