ข่าวเศรฐกิจ

Subscribe to ข่าวเศรฐกิจ feed ข่าวเศรฐกิจ
www.krobkruakao.com
Updated: 57 min 43 sec ago

ชาวนาเฮ! ธ.ก.ส.เริ่มจ่ายเงินจำนำข้าวแล้ว

Mon, 2014-05-26 11:11
ธ.ก.ส.ระดมเงินกว่าหมื่นล้านบาท เร่งจ่ายเงินรับจำนำให้ชาวนาตั้งแต่วันนี้เงินที่นำมาจ่ายให้กับชาวนาครั้งนี้ เป็นเงินจากกองทุนช่วยเหลือชาวนา ซึ่งขณะนี้มีอยู่ทั้งหมดประมาณกว่า 13,000 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส.ได้สำรองจ่ายให้ทันทีก่อน 10,500 ล้านบาท หลังจากกระทรวงการคลังมีนโยบายกู้เงินสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. 40,000 ล้านบาท อีกทั้งต้องรอความชัดเจนจากที่ประชุมในบ่ายวันนี้ ร่วมกับพลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมกับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เพราะขณะนี้ ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องอยู่จำนวนมากถึงกว่า 100,000 ล้านบาท คาดว่าจะจ่ายได้หมดภายในสิ้นเดือนนี้สำหรับใบประทวนค้างจ่ายชาวนาขณะนี้มีเหลือประมาณ 830,000 กว่าราย จากยอดใบประทวนทั้งหมดของปี 56-57 จำนวนกว่า 1,670,000 ราย คิดเป็นวงเงินที่ค้างจ่ายกว่า 90,000 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมดกว่า 190,000 ล้านบาทขณะที่ชาวนาในจังหวัดต่างๆ ต่างพากันมารอรับเงินที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ประจำจังหวัด หลังจากที่ต้องอุ้มภาระหนี้สิ้นอยู่เป็นเวลานาน โดยที่ ธ.ก.ส. สาขาพิษณุโลก วันนี้ มีการสั่งจ่ายเงินให้กับชาวนาเบื้องต้น 50 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้ชาวนาได้รับเงินตามโครงการประมาณวันละ 100 ราย ส่วนบรรยากาศที่จังหวัดนครสวรรค์เป็นไปอย่างคึกคัก ชาวนาจำนวนมากพากันมานั่งรอให้ธนาคารเปิดทำการ โดยที่ธ.ก.ส. สาขานครสวรรค์ ได้รับเงินแล้วจำนวน 2,841 ล้านบาท ทั้งนี้ต้องรอประชุมร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิระประวัตินครสวรรค์ อีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และจะพร้อมจ่ายได้ทั้ง 15 อำเภอ 16 สาขา ในวันพรุ่งนี้ เป็นต้นไปขณะที่ ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ คาดว่าจะได้รับเงินตามสัดส่วนประมาณ 1,240 ล้านบาท จากยอดค้างจ่ายทั้งหมดกว่า 2,600 ล้านบาท โดยหลังจากนี้จะนัดเกษตรกรตามลำดับเลขที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่นัดจุดทำสัญญา และจะเร่งคีย์ข้อมูล จ่ายให้กับเกษตรกรให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 4 มิถุนายน นี้

รายงาน-คสช.สั่งจ่ายเงินชาวนาเริ่มบ่ายพรุ่งนี้

Sun, 2014-05-25 17:57
สำหรับเงินจำนำข้าว อย่างเร็วจะเริ่มจ่ายได้ช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ ขอให้ชาวนา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ธกส. และไปรอรับที่หน่วยทหารในจังหวัดของตัวเองพ.อ.ณัฐวัฒน์ จันทร์เจริญ รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมบริหารราชการ 7 กลุ่มงาน ในความดูแลของ คสช. และงานด้านเศรษฐกิจ ว่า หัวหน้า คสช. เน้นย้ำให้หน่วยงานราชการต่างๆบริหารงานตามปกติ มีปลัดกระทรวงทำหน้าที่แทนรัฐมนตรี ส่วนแผนงานที่กระทรวงทำอยู่ก็ทำต่อ แต่แผนงานโครงการใหม่ที่ใช้งบประมาณสูง ยังไม่พิจารณาในขณะนี้ แต่ถ้าโครงการมีความสำคัญใช้เงินไม่สูงมาก ให้แต่ละกระทรวงรวบรวมให้ที่ประชุม คสช.อนุมัติต่อไป พร้อมกันนี้ ยังให้ลดขั้นตอนงานด้านธุรการ งานเอกสาร เพื่อความรวดเร็ว แก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที โดยงานที่ทำจะต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำงานร่วมกับฝ่ายกฎหมาย ในการดูแลทุกขั้นตอน นอกจากนี้ หัวหน้า คสช. ยังให้แนวทางการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาระยะสั้น และปัญหาระยะยาว ว่า ช่วงนี้จะเน้นในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอันดับแรกสำหรับโครงการที่มีความเร่งด่วนคือ การจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าว ให้แก่ชาวนาที่ได้รับผลกระทบกว่า 8 แสนราย และมียอดค้างจ่ายราว 9.2 หมื่นล้านบาท  คสช. ตัดสินใจแก้ปัญหา โดยให้กู้เงินจาก ธ.ก.ส. เร็วสุดเริ่มจ่ายบ่ายวันพรุ่งนี้ ส่วนขั้นตอนการจ่ายเงิน ธ.ก.ส.เป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่ กองทัพจะช่วยตรวจสอบเอกสารรับเงิน และอำนวยความสะดวกตั้งจุดจ่ายเงินในพื้นที่กองทัพบก และกองทัพอากาศของจังหวัดนั้น เเต่ถ้าจังหวัดใดไม่มีหน่วยทหาร กองทัพจะจัดรถโมบายลงพื้นที่ร่วมกับ ธ.ก.ส.สำหรับการจัดทำงบประมาณปี 2558 นั้น ที่ประชุมมีการหารือและเชื่อว่าไม่มีข้อติดขัด สามารถดำเนินการได้ทันตามปฏิทินงบประมาณแน่นอนด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวกรณีที่ นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยกับสื่อต่างประเทศว่า ขณะนี้กำลังมีการพิจารณาอย่างจริงจังเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นของไทย หลังเกิดการเข้าควบคุมอำนาจการปกครอง ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาด้านกฎหมาย โดยประสานกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ เนื่องจากเป็นการเคลื่อนไหวในต่างประเทศ อีกทั้งเนื้อหาที่เผยแพร่ออกมาถือเป็นส่วนหนึ่งของการปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ ประกอบกับ นายอัมเตอร์ดัมส์ มีพฤติกรรมเช่นนี้มานาน แต่ยังไม่สามารถนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายได้ เบื้องต้นจะหาช่องทางตัดการติดต่อสื่อสารในส่วนนี้ก่อน พยายามใช้วิธีการทางอิเล็คทรอนิคส์ต่างๆปิดกั้นให้มากที่สุด เพื่อไม่ได้เกิดความสับสน สำหรับสื่อมวลชนที่นำเนื้อหามานำเสนอต่อนั้น ในความเป็นจริงก็ถือว่าไม่เหมาะสม แต่ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงพยายามหามาตรการอยู่ หากมีความชัดเจนก็จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งส่วนการเชิญผู้บริหารสื่อสิ่งพิมพ์ มาหารือและทำความเข้าใจช่วงบ่ายวันนี้ มากัน 20 สื่อ โดยผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน ได้ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอความร่วมมือปฏิบัติตามคำสั่งและประกาศต่างๆ ให้ร่วมสร้างๆความสามัคคีปรองดองสำหรับการเปิดเรียนนั้น เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เพราะตามประกาศของ คสช. ให้หยุด 23-25 พฤษภาคม เท่านั้น และ คสช. จะย้ายศูนย์ประสานงานสื่อมวลชนไปที่ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์

คสช.เรียกหน่วยงานเศรษฐกิจหารือจัดทำงบปี 58

Sun, 2014-05-25 16:58
คสช.เรียกหน่วยงานเศรษฐกิจหารือ เร่งรัดจัดทำงบประมาณปี 58 ให้ใช้ทันตามกรอบปฏิทิน พร้อมเร่งแนวทางคืนเงินชาวนาเร็วที่สุด ขณะที่ภาคท่องเที่ยวเสนอขอเลื่อนเวลาเคอร์ฟิวในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยภายหลังหน่วยงานด้านเศรษฐกิจกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะ คสช. และพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะ คสช. ดูแลด้านเศรษฐกิจ ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในขณะนี้ คือ โครงการรับจำนำข้าวที่ต้องเร่งจ่ายคืนให้กับชาวนา และ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ให้ทันภายในวันที่ 1ตุลาคม 2557 ตามกรอบปฎิธินงบประมาณ พร้อมต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 ที่ยังค้างอยู่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาคทหารและเอกชน หรือ กรอ.เพื่อหาแนวทางในการดูแลเศรษฐกิจร่วมกัน ด้านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มองว่าการหารือกันครั้งนี้จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยจะพยายามผลักดันตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้ให้ขยายตัวได้เท่าปีก่อนคือ 26.8 ล้านคน ส่วนการประกาศเคอร์ฟิวนั้นได้เสนอให้เลื่อนเวลาเคอร์ฟิวในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก อาทิ ภูเก็ต กระบี่ พังงา และพัทยา เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ส่วนนายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้รับการยืนยันให้เดืนหน้าระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี เพื่อนำเงินมาจ่ายคืนให้กับชาวนา ร่วมกับกระทรวงการคลัง เตรียมหาเม็ดเงินคืนให้ชาวนา ซึ่งจะมาจากกระทรวงการคลังจำนวน 50,000 ล้านบาท และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อีก 40,000 ล้านบาท แต่ที่ประชุมให้ระงับการระบายข้าวผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย หรือ เอเฟท ไปก่อน เนื่องจากคณะอนุกรรมการระบายข้าวได้หมดวาระไปแล้ว ขณะที่การดูแลค่าครองชีพ ไม่น่าเป็นห่วง เพราะกระทรวงพาณิชย์ดูแลอยู่แล้วจึงไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ

สถานการณ์การเมือง ไม่กระทบภาคธุรกิจ

Sat, 2014-05-24 15:33
สถานการณ์ท่องเที่ยวทะเลภาคใต้ยังเป็นปกติ มีนักท่องเที่ยวลงตามเกาะแก่งต่อเนื่องในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในอำเภอละงู จังหวัดสตูล ยืนยันแม้จะอยู่ในช่วงโลซีซั่น แต่นักท่องเที่ยวยังเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ตามปกติ จุดหมายปลายทางอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะ เปิดบริการตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวที่จองทัวร์ล่วงหน้า ก็ยังไม่มีการยกเลิกที่จังหวัดกระบี่ ท่องเที่ยวยังเป็นปกติ ทั้งที่อ่าวนาง เกาะพีพี และเกาะลันตา แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงเพราะอยู่ในช่วงโลซีซั่น แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจังหวัดตรัง มีนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามบางพื้นที่ต้องระวังฝนตกอยู่บ้าง กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ช่วงวันที่ 24-25 พฤษภาคมนี้ ลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางจะพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทย ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบริเวณภาคเหนือด้านตะวันตก ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นได้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย

ทูตพาณิชย์ ยันลูกค้ายังสั่งซื้อสินค้าไทยตามปกติ

Fri, 2014-05-23 12:42
ทูตพาณิชย์ไทยประจำฝรั่งเศส และสหรัฐฯ ยืนยันผู้นำเข้ายังนำเข้าสินค้าไทยต่อเนื่องโดยไม่ได้แสดงความกังวลใจกับปัญหาการเมืองการปกครองของไทย นายประกายศักดิ์ สวัสดิ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า ผู้นำเข้าที่เชิญมาร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร ที่เมืองทองธานี ยังคงสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยตามปกติ และไม่ได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากหลายคนคุ้นเคยกับประเทศไทย และมีความเข้าใจว่าไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น โดยจากการสอบถามกลับไปยังสำนักงานการค้าระหว่างประเทศที่กรุงปารีส ยังไม่มีผู้นำเข้ารายใดสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยแต่อย่างใด จึงเชื่อมั่นว่า การค้าจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าปีนี้การส่งออกไปยังฝรั่งเศสจะขยายตัวร้อยละ5 หรือคิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่นเดียวกับนางสมจินต์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า สหรัฐฯจำเป็นต้องแสดงออกให้ประชาคมโลกรับรู้ว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ทางการสหรัฐฯ จะแยกแยะระหว่างความสัมพันธ์ทางการค้ากับการเมืองว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ยอดส่งออกไปสหรัฐฯจะขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจ และความต้องการของผู้บริโภคในสหรัฐฯเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มที่ดี ขณะที่คู่ค้าที่เดินทางมาชมงานแสดงสินค้าในไทย ยังสั่งซื้อสินค้าตามปกติ ไม่ได้ตื่นตระหนกและสอบถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยแต่อย่างใด โดยคาดว่าการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯปีนี้ ยังคงขยายตัวได้ที่ร้อยละ 3 ตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ยันไม่มีสัญญาณถูกลดเครดิต

Fri, 2014-05-23 12:20
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ยืนยันเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทยยังดี ไม่มีสัญญาณถูกลดเครดิต นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า วันนี้ ธปท.และ ธนาคารพาณิชย์ ยังสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ถือว่ายังมีพื้นฐานที่ดีอยู่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา กระทบด้านความเชื่อมั่นมากกว่า และจะทำให้จีดีพีโตต่ำในปีนี้ สำหรับกรณีที่โบรกเกอร์ต่างชาติ ประเมินว่าเงินบาทอาจจะอ่อนค่าลงแตะ 37 บาท/ดอลลาร์นั้น ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ กล่าวว่าดูจากเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังดี ปีนี้น่าจะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่เล็กน้อย ขณะที่เอสแอนด์พียังยืนยันอันดับเครดิตไทย และมุมมองมีเสถียรภาพ ดังนั้น ค่าเงินบาทไม่น่าจะไปอ่อนค่าไปสู่ระดับนั้น ด้านนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้ว สิ่งที่เลวร้าย ก็คือ ความรุนแรง ไม่สงบ เพราะฉะนั้นหากทำอย่างไรให้เกิดความสงบอย่างยั่งยืนก็เป็นเรื่องที่ดี ส่วนปัญหาเศรษฐกิจไทยขณะนี้มีอยู่ 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ ปัญหาที่สะสมมาจากโครงการประชานิยม ที่ทำให้ความต้องการภายในประเทศลดลงซึ่งต้องยอมรับภาวะนี้ไปอีกระยะหนึ่ง อีกส่วนเป็นปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งหากมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มจะทำให้เหตุการณ์ดีขึ้นได้

สภาหอการค้าฯ หารือนัดพิเศษหวังประเทศสงบก่อน ก.ย.

Wed, 2014-05-21 15:27
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หารือนัดพิเศษภายใต้การใช้กฎอัยการศึก หวังเห็นประเทศเข้าสู่ภาวะปกติก่อนเดือนกันยายน นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาหอการค้าไทยนัดพิเศษ เพื่อหารือถึงการประกาศกฎอัยการศึกว่า ในเบื้องต้น มองว่าจะส่งผลดีต่อประเทศ เพราะเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์การเมืองของไทยกลับเข้าสู่ความสงบมากขึ้น และ จะสามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งภาคเอกชนคาดหวังจะเห็นการยกเลิกกฎอัยการศึกและสถานการณ์ต่างๆ กลับเป็นปกติโดยเร็วก่อนเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าได้ตามปกติ พร้อมกันนี้ ยังตัองการเห็นประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจในการบริหารประเทศแบบเต็มรูปแบบโดยเร็วที่สุด เพื่อผลักดันให้ภาคเอกชนสามารถเดินหน้าการทำธุรกิจ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป แต่ยังไม่สามารถประเมินภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ว่าจะขยายตัวดีขึ้นมากน้อยเพียงใด คงต้องรอการประชุมหอการค้าทั่วประเทศในช่วงสิ้นเดือนนี้ก่อน แต่มั่นใจว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ส่วนที่มาของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะเป็นแบบใดนั้น ภาคเอกชนไม่สามารถกำหนดทิศทาง หรือกฎเกณฑ์ใดๆ ได้ คงต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองจะเป็นผู้จัดการเรื่องนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่ง และ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ในเร็วๆ นี้ หอการค้าไทยจะนำผู้ประกอบการไทยเดินทางไปโรดโชว์ใน 3 ประเทศหลัก ประกอบด้วย เวียดนาม อินโดนีเซีย และปากีสถาน เพื่อขยายธุรกิจให้กว้างขึ้น

11 ประเทศเตือนพลเมืองที่จะเดินทางเข้าไทย

Wed, 2014-05-21 11:26
หลังประกาศใช้กฏอัยการศึก 11 ประเทศได้ออกประกาศแจ้งเตือนพลเมืองของตนที่จะเดินทางเข้าไทยให้รับทราบกระทรวงการต่างประเทศรายงานผ่านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่า ขณะนี้มีสถานทูต 11 ประเทศ ได้ออกประกาศแจ้งให้พลเมืองของตนที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยรับทราบว่า มีการใช้กฏอัยการศึก ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา,อังกฤษ,ฮ่องกง, ออสเตรเลีย, สวีเดน, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, เช็คโกสโลวาเกีย, นิวซีแลนด์ และออสเตรียอย่างไรก็ตาม ไม่ได้ออกคำเตือน เพราะ ทั้ง 11 ประเทศ อยู่ใน 50 ประเทศที่ได้ออกคำเตือนช่วงที่มีการชุมนุมก่อนหน้านี้แล้ว

ความต้องการใช้ทองคำต่ำสุดในรอบ 4 ปี

Wed, 2014-05-21 11:24
ความต้องการใช้ทองคำแท่ง และเงินเหรียญทองคำทั่วโลก ลดลงใน 3 เดือนแรกของปีนี้ เฉียด 40% ต่ำสุดในรอบ 4 ปีสภาทองคำโลก เปิดเผยว่า ปริมาณความต้องการใช้ทองคำแท่ง และเหรียญทองคำ ในไตรมมาสที่ 1 ของปีนี้ ลดลงเหลือเพียง 238 ตัน หรือ คิดเป็น 39% ทำสถิติเป็นปริมาณการใช้ทองคำแท่ง และ เหรียญทองที่ต่ำสุดในรอบ 4 ปีทันที สาเหตุจาก ความไม่แน่นอนในแนวโน้มราคาทองคำในตลาดโลกหลังจากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ราคาทองคำในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น 7% ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ จากปัจจัยความตึงเครียดทางการเมืองระดับภูมิภาค เช่น ปัญหาประเทสยูเครนนอกจากนี้ ธนาคารกลางสำคัญทั่วโลกสั่งซื้อทองคำแท่งเก็บไว้ในทุนสำรองระหว่างประเทศ ลดลง 6% เหลือเพียง 122 ตันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สภาทองคำโลก ประเมินว่า ความต้องการใช้ทองคำแท่ง และเหรียญทองคำตลอดทั้งปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 1,074 ตัน สำหรับจีนแผ่นดินใหญ่ที่บริโภคทองคำใหญ่อันดับ 1 ของโลกในปีที่ผ่านไปนั้น ยังคงมีความต้องการใช้จิวเวลลี่ในปีนี้เพิ่มสูงขึ้น 10%

จีเอ็ม สั่งเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหม่อีก 2.42 ล้านคัน

Wed, 2014-05-21 11:21
บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ หรือจีเอ็ม ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 1 ของสหรัฐฯ สั่งเรียกคืนรถยนต์นั่งซีดาน แล ะเอสยูวี รวมกันเป็นจำนวน 2.42 ล้านคันซึ่งประกอบด้วยรุ่น บูอิคเอนเครฟ เชฟโรเลททราเวิร์ส จีเอ็มซีอาคาร์เดีย และแซทเทิร์นเอาท์ลุค ซึ่งผลิตในช่วงระหว่างปี 2009- 2014 ทั้งหมดรวมกันทั้งสิ้น 1.3 ล้านคัน จากปัญหาสายรัดเข็มขัดนิรภัยด้านหน้าอาจเปิด เกิดปัญหาหลุดออกจากที่นั่งทันทีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนนอกจากนี้ ยังเรียกคืนรถยนต์อีก 1.1 ล้านคัน ซึ่งเป็นรุ่น มาลิบู และปอนเตียก ซึ่งผลิตในปี 2004 -2008 หลังพบมีปัญหาระบบส่งกำลังของเครื่องยนต์เมื่อขับเคลื่อนบนถนน โดยในกรณีนี้พบว่าเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องถึง 18 ราย ส่งผลให้ จีเอ็มเรียกคืนรถยนต์ในภาพรวมทั้งหมดในปีนี้ รวมกันสูงถึง 28.6 ล้านคัน ประกอบด้วย 13.6 ล้านคันในตลาดสหรัฐฯ และ 15 ล้านคันในตลาดทั่วโลก ยกเว้นสหรัฐฯ

คมนาคม สั่งตั้งศูนย์ประสานงาน กอ.รส.ใกล้ชิด

Wed, 2014-05-21 10:11
รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรียกประชุมหน่วยงานในสังกัดทำความเข้าใจการปฏิบัติงานภายใต้กฎอัยการศึก พร้อมสั่งตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อประสานงานและชี้แจงข้อมูลกับ กอ.รส. อย่างใกล้ชิด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมยังคงปฏิบัติงานตามหน้าที่ของแต่ละหน่วยตามปกติ และเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ให้นำเรื่องการเมืองมายุ่งเกี่ยวกับการให้บริการประชาชน และเห็นว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยนั้น ส่งผลดีต่อการเดินทางของประชาชนให้เกิดความสะดวกมากขึ้น เนื่องจากมีการกำหนดพื้นที่การชุมนุมที่ชัดเจน และทำให้การปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านการขนส่ง ทำงานได้เต็มที่มากขึ้นด้วย ทั้งนี้ ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อประสานงาน และชี้แจงข้อมูลกับ กอ.รส. โดยมีนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อประสานงานด้านต่าง ๆ กับ กอ.รส. เช่น การขอความร่วมมือให้กระทรวงคมนาคม เตรียมจัดรถรองรับการขนส่งผู้ชุมนุมให้เดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งกระทรวงเตรียมประสาน บขส. และ ขสมก. เพื่อจัดเตรียมรถไว้รองรับ เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงฯ จะรวบรวมข้อเสนอและข้อกังวลต่างๆ ประสานไปยัง กอ.รส. เพื่อขอความชัดเจนและแนวทางปฏิบัติ เช่น ขอให้ กอ.รส.ช่วยพิจารณาแก้ไขปัญหากรณีการปิดถนน ประสานข้อมูลเส้นทางเลี่ยงปัญหาการจราจรให้ประชาชน และ การเข้าใช้สถานที่ราชการที่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และข้าราชการในการทำงาน สำหรับข้อกังวลผลกระทบด้านความเข้าใจของนักท่องเที่ยวต่างประเทศต่อการประกาศกฎอัยการศึกนั้น จะเสนอให้ กอ.รส. ช่วยชี้แจง และทำความเข้าใจกับสถานทูตทุกประเทศให้ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของกฎอัยการศึก และเป้าหมายที่ประกาศใช้เพื่อรักษาความสงบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการบินไทย และ บมจ.ทอท. เนื่องจาก ทอท. รายงานว่า ตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมือง ส่งผลให้ยอดผู้เดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ลดลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 120,000 คนต่อวัน หรือ ติดลบประมาณ 5-10% ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ก็ทำให้ ทอท.ได้รับผลกระทบในแง่จำนวนผู้โดยสารที่ลดลงบ้าง ขณะที่ การบินไทย รายงานว่าเมื่อมีการประกาศกฎอัยการศึก ส่งผลให้ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ออกประกาศเตือนผู้โดยสารเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้น แต่การบินไทยจะติดตามผลกระทบด้านตัวเลขผู้โดยสารอีกครั้ง อย่างไรก็ตามการบินไทยสั่งการให้ตัวแทนจำหน่าย และสำนักงานการบินไทย ที่ประจำทั่วโลก เร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้โดยสารอีกทางหนึ่ง และยังไม่มีแผนจะยกเลิกเที่ยวบินใด ๆ ทั้งสิ้น สำหรับการเตรียมความพร้อมโครงการลงทุนต่าง ๆ ของกระทรวงคมนาคม ภายหลังจากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายนั้น นายชัชชาติ มองว่า ในปีงบประมาณ 2558 กระทรวงมีโครงการที่สามาถดำเนินการได้ในวงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยให้เตรียมคัดเลือกโครงการสำคัญ ๆ ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีที่มีรัฐบาลและรัฐสภาใหม่ รวมถึง โครงการเมกะโปรเจค ที่เคยอยู่ในแผน 2 ล้านล้านบาท จำนวน 14 โครงการ วงเงินกว่า 400,000 ล้านบาท ที่สามารถนำเข้างบลงทุนดำเนินการได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่จำเป็นต้องหาเงินกู้มาลงทุนอีก 600,000 ล้านบาท ซึ่งอาจต้องเรียงลำดับความสำคัญโครงการเพื่อจัดสรรลงในงบลงทุนปีงบประมาณ 2558-2559

ททท.เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะวิกฤต

Tue, 2014-05-20 15:32
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดศูนย์ปฏิบัติการในภาวะวิกฤตติดตามข้อมูลแจ้งนักท่องเที่ยว ระบุขณะนี้ ยังไม่มีการประกาศเตือนพลเมืองเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มจากเดิม 50 ประเทศ นายศุกรีย์ สิทธิวณิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำการเปิดศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฏิบัติการในภาวะวิกฤต (ศวก.) อีกครั้ง หลังจากมีการประกาศกฎอัยการศึก เพื่อทำหน้าที่ติดตามข่าวสารและแจ้งสถานการณ์ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้ประกอบการรับรู้ ส่วนการประกาศแจ้งเตือนจากสถานทูตต่าง ๆ ยังไม่มีการแจ้งเตือนเพิ่มขึ้น ยังคงอยู่ที่ 50 ประเทศเช่นเดิมอย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องรอติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีก 2-3 วันถึงจะทราบความชัดเจนว่าจะมีประเทศใดยกระดับการแจ้งเตือนหรือไม่ เนื่องจากการประกาศกฎอัยการยังเป็นเวลาเช้ามากในประเทศไทย และเหตุการณ์ยังไม่รุนแรงนายศุกรีย์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวยังไม่มีการยกเลิกการจอง รวมถึงยังมีการวางแผนมาท่องเที่ยวอยู่ เพราะปัจจุบันกลุ่มต่างชาติที่ มาไทย เป็นนักท่องเที่ยวผ่านทัวร์ร้อยละ 40 และเป็นกลุ่มที่มาเอง (เอฟไอที) ร้อยละ 60 ซึ่งแสดงให้ว่านักท่องเที่ยวยังมั่นใจ

เงินบาทอ่อนค่าหลังประกาศกฎอัยการศึก

Tue, 2014-05-20 11:17
เงินบาทอ่อนค่าทันทีในรอบ 2 เดือน ดัชนีผิดนัดชำระหนี้ประเทศไทยเพิ่มขึ้นทันทีกว่า 5 จุด รับประกาศใช้กฎอัยการศึกวัน สำำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่าตลาดอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินในตลาดเอเชียและในประเทศไทย มีการเปิดเซื้อขายกับสกุลเงินบาทอย่างคึกคักทันที นักลงทุนต่างชาติเทขายเงินบาทในพอร์ตการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง จากการที่กองทัพบกประกาศใช้กฎอัยการศึก เมื่อเวลา 03.00 น. เมื่อเวลา 7.10 น.เงินบาทเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงมา เคลื่อนไหวที่ระดับ 32.63 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นระดับที่อ่อนค่าลงต่ำสุดตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา หรือทำสถิติอ่อนค่าลงในรอบ 2 เดือนทันที นอกจากนี้ ดัชนีผิดนัดชำระหนี้สำหรับตราสารหนี้ประเทศไทยอายุ 5 ปี ปรับเพิ่มสูงขึ้นทันที 5 จุด ส่งผลให้ค่าดัชนีดังกล่าวเพิ่มขึ้นไปตะที่ระดับ 127 จุด ทำสถิติค่าดัชนีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้ต่างประเทศสูงสุดในรอบ 1 เดือนผ่านมา สะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่น และความกังวลต่อสถานการณ์ในประเทศไทยหลังกองทัพบกประกาศใช้กฎอัยการศึก สำหรับแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาท และค่าดัชนีเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้อาจปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนักวิเคราะห์ในสถาบันการเงินต่างประเทศ ประเมินว่าขึ้นอยู่กับระยะเวลาการใช้ประกาศกฎอัยการศึกในประเทศไทยจะยาวนานแค่ไหน

กัมพูชามีแผนเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว

Mon, 2014-05-19 13:49
กระทรวงการท่องเที่ยวประเทศกัมพูชาตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มีจำนวนถึง 5 ล้านคน ในปี 2558 ซึ่งกัมพูชาจะกลายเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ถึง 8 ล้านคน ในปี 2563หากเป็นไปตามเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้ 5 ล้านคน ในปีหน้าได้สำเร็จ กัมพูชาจะสามารถสร้างรายได้จากเศรษฐกิจการท่องเที่ยวมากถึง 1.5 แสนล้านบาท (5,000 ล้านดอลลาร์) และสามารถสร้างงานให้ประชาชนกัมพูชาจำนวนมากถึง 1 ล้านคนสำหรับปีที่แล้วประเทศกัมพูชามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวนกว่า 4 ล้านคน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวภายในประเทศกัมพูชาในปีที่แล้วเพิ่มขึ้นอย่างน่าจับตามองเป็นจำนวนถึง 8 ล้านคน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555โดยปีที่แล้วเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของกัมพูชาสร้างรายได้ให้กับประเทศจำนวน 7.5 หมื่นล้านบาท (2,500 ล้านดอลลาร์) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 15 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (G.D.P.) และสร้างงานให้แก่ประชาชนกัมพูชาจำนวน 620,000 คนกระทรวงการท่องเที่ยว คาดว่า สาเหตุที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมายังกัมพูชาเพิ่มขึ้นเนื่องจากความมีเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง และเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศรอบด้าน และการคมนาคมขนส่งที่มีศักยภาพสูงขึ้นอย่างมาก

สภาพัฒน์ ชี้การมืองยืดเยื้อฉุดจีดีพีไตรมาสแรกติดลบ 0.6%

Mon, 2014-05-19 11:38
สศช.เผยปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อฉุดจีดีพีไตรมาส 1 ปีนี้ ติดลบ 0.6% และคาดทั้งปีอาจโตเพียง 1.5-2.5% สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย หรือ GDP ของไตรมาสแรกของปี 2557 ติดลบ 0.6% เมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และปรับตัวลดลงจากไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน 2.1% แม้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดีโดยอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ 0.9% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% และดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุล 2.67 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 8.8% ของ GDP แต่จากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้ ซึ่งส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลมีความล่าช้า และเป็นข้อจำกัดมากขึ้นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเบิกจ่ายงบประมาณ และการจัดเตรียมงบประมาณประจำปี 2558 โดยปัญหาเหล่านี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคเอกชนให้ระมัดระวังในการใช้จ่ายและลงทุนมากขึ้นขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จะทำให้การส่งออกของไทยในไตรมาสแรกชะลอตัวกว่าเป้าหมายเดิม และจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจากความวุ่นวายทางด้านการเมือง ทั้งนี้ สศช.ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2557 มีแนวโน้มขยายตัว 1.5 - 2.5% ต่ำกว่าการขยายตัว 3- 4% ที่คาดการณ์ไว้เดิมดังนั้น รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศต่อไป จะต้องให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการส่งออก ส่งเสริมการค้าชายแดน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูการท่องเที่ยว พร้อมทั้งต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 และเตรียมความพร้อมของกระบวนการงบประมาณประจาปี 2558 พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรองรับผู้ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

แควนตัส ประกาศเลิกจ้าง นักบิน ครั้งแรกในรอบ 40 ปี

Thu, 2014-05-15 10:24
สายการบินแควนตัสของออสเตรเลีย ประกาศแผนเลิกจ้างนักบินหลายสิบชีวิตเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี เพื่อกอบกู้สถานะทางการเงินหลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก

ไทย-ลาว จับมือสร้างถนนเชื่อมพะเยาไปลาว

Wed, 2014-05-14 13:58
วันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ได้มีพิธีเซ็นสัญญาโครงการก่อสร้างเส้นทางตั้งแต่บ้านฮวก จังหวัดพะเยาถึงเชียงฮ่อน สปป.ลาว และเส้นทางเมืองคอบ แขวงไชยบุรีถึงบ้านสอด แขวงบ่อแก้ว ในประเทศลาว โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งของลาว, อุปทูตที่ปรึกษาไทยประจำลาว และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี ซึ่งสัญญาโครงการก่อสร้างถนนนี้ แบ่งออกเป็นสองฉบับฉบับที่ 1 เริ่มก่อสร้างถนนตั้งแต่บ้านฮวก จังหวัดพะเยาถึงเชียงฮ่อน สปป.ลาว ซึ่งมีความยาวทั้งหมด 54 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 650 ล้านบาท โดยมีบริษัท ซิโน-ไทย เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างฉบับที่ 2 เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เมืองคอบ แขวงไชยบุรีถึงบ้านสอด แขวงบ่อแก้ว มีความยาวทั้งหมด 56 กิโลเมตร รวมมูลค่ากว่า 612 ล้านบาท มีบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมมูลค่าการก่อสร้างของทั้ง 2 โครงการทั้งสิ้นกว่า 1,350 ล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างทันทีหลังพิธีเซ็นสัญญา และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 30 เดือน เพื่อเป็นประตูการค้าสู่ AEC ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจะเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ และคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของไทย

ไทย-จีน จับมือยกระดับคุณภาพกล้วยไม้ไทย

Wed, 2014-05-14 12:49
ผู้ส่งออกจีนแนะไทย เร่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตกล้วยไม้ เตรียมตั้งตลาดกลางเพื่อเป็นช่องทางระบายสินค้าร่วมกัน นายเจตน์ มีญานเยี่ยม นายกสมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย เปิดเผยหลังหารือกับผู้ส่งออกจากนครคุณหมิง ประเทศจีน ว่าจีนได้ชี้แนะให้ไทยเร่งพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะปลูกกล้วยไม้ตัดดอก และดูแลต้นกล้วยไม้ ให้มีคุณภาพทนต่อโรคและแมลงมากขึ้น เพื่อรองรับการเเข่งขันหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยเฉพาะคู่แข่งใหม่ที่น่ากลัวอย่างเวียดนาม หรือแม้แต่ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ เพราะประเทศคู่แข่งเหล่านี้ ต่างเร่งพัฒนาทางเทคโนโลยีการผลิตเพื่อเพิ่มคุณภาพของกล้วยไม้ ทำให้ไทยต้องเผชิญความท้าทายใหม่ ซึ่งผู้ส่งออกไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาตลาดเดิมและเร่งขยายตลาดใหม่ นอกจากนี้ไทยและจีนยังมีแนวคิดร่วมกันที่จะตั้งตลาดกลาง และเปิดช่องทางให้ไทยเข้าไปประมูลดอกไม้ที่จีนได้ ซึ่งจีนถือเป็นเเหล่งปลูกดอกไม้แหล่งใหม่แห่งหนึ่งของโลกด้วย

แอร์เอเชียเน้นความปลอดภัยในการเดินทาง

Wed, 2014-05-14 12:48
แอร์เอเชียเน้นความปลอดภัยในการเดินทางให้กับผู้โดยสาร เพิ่มระบบตรวจสอบพาสปอร์ตเทียบร่วมกับองค์กรตำรวจระดับโลกแอร์เอเชียเตรียมนำระบบ I-Checkit มาทดลองใช้ โดยระบบนี้ได้รับการพัฒนาจาก INTERPOL องค์กรตำรวจที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางระหว่างประเทศ โดยจะเริ่มทดลองใช้ระบบในเดือนนี้ โดยแอร์เอเชียจะเป็นสายการบินระหว่างประเทศแห่งแรกที่จะระบบ I-Checkit มาใช้ในขั้นตอนการเช็คอินของผู้โดยสาร ทั่วทั้งเครือข่ายเส้นทางบินที่แอร์เอเชียให้บริการ ระบบนี้จะตรวจสอบหมายเลขหนังสือเดินทางของผู้โดยสารเทียบกับฐานข้อมูลเอกสารการเดินทางที่สูญหายหรือถูกขโมย (SLTD) ของ INTERPOL ซึ่งมีบันทึกข้อมูลไว้กว่า 40 ล้านชุดจาก 167 ประเทศทั่วโลกโทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย กล่าวว่า แอร์เอเชียรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นสายการบินแรกในโลกที่ร่วมมือกับ INTERPOL ในการนำระบบ I-Checkit มาใช้ การร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร และจะช่วยให้สามารถมอบค่าโดยสารราคาประหยัดที่เพิ่มมาด้วยความมั่นใจจากระบบที่พันธมิตรได้จัดหามาสนับสนุนเราในครั้งนี้ ระบบ I-Checkit จะถูกนำมาใช้กับเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศทั้งหมดของแอร์เอเชีย ครอบคลุมกว่าสนามบินกว่า 100 แห่งทั่วเอเชีย ด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศกว่า 600 เที่ยวบินต่อวัน ปัจจุบันประเทศที่ตรวจสอบหนังสือเดินทางของผู้โดยสารอย่างเป็นระบบกับฐานข้อมูล SLTD มีน้อยกว่า 10 ประเทศ หรือเทียบได้ว่าผู้โดยสารเดินทางระหว่างประเทศ 4 คนจาก 10 คนไม่ได้มีการตรวจสอบข้อมูลหนังสือเดินทางเทียบกับฐานข้อมูลของ INTERPOL

เฟซบุ๊คเตรียมเปิดสำนักงานในจีนภายในปีนี้

Wed, 2014-05-14 12:00
เฟซบุ๊ค อาจพิจารณาเปิดสำนักงานขายในประเทศจีนภายในปีนี้ เพื่อให้การสนับสนุนการโฆษณาในท้องถิ่นที่ใช้เว็บไซต์ในการเข้าถึงลูกค้าในต่างประเทศมากขึ้นขณะที่นายวอห์น สมิธ รองประธานการพัฒนาองค์กรเว็บไซต์เฟซบุ๊ค กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ได้สำรวจวิธีการจะให้การสนับสนุนในประเทศมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนการที่จะเกิดขึ้นในประเทศจีนเร็ววันนี้ ซึ่งปัจจุบันเว็บไซต์เฟซบุ๊คมีสำนักงานขายในฮ่องกง และมีพนักงานประมาณ 30-40 คน ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับโฆษณาในประเทศ แต่ในจีนแผ่นดินใหญ่ การให้บริการของเฟซบุ๊คก็ถูกบล็อกไป ซึ่งเฟซบุ๊ควางแผนจะตั้งสำนักงานขายขึ้นครั้งแรก พร้อมกับมีพนักงานในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยบริษัทเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเจรจาเช่าพื้นที่ในศูนย์กลางทางการเงินในย่านธุรกิจของกรุงปักกิ่ง

Pages