ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 34.78/80 กลับมาอ่อนค่าก่อนหยุดยาว ตลาดรอปัจจัยใหม่สนับสนุน

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 34.78/80 บาท/ดอลลาร์

จากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 34.73/79 บาท/ดอลลาร์
"เมื่อวานเงินบาทแข็งค่าลงมามาก เปิดตลาดแถวๆ 34.85 ลงมาทำจุดต่ำสุดที่ประมาณ 34.73 ซึ่งมองว่าเป็นแนวรับ

สำคัญในตอนนี้ ลงมาทดสอบหลายสัปดาห์แล้ว มองว่าถ้ายังไม่หลุดน่าจะมีโอกาสเด้งกลับขึ้นไป"นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.75-34.85 บาท/ดอลลาร์ สัปดาห์นี้บ้านเราหยุดทำการ

วันแม่ แต่จะมีตัวเลขเศรษฐกิจของต่างประเทศที่สำคัญๆ เช่น จีดีพียูโร ยอดค้าปลีกของสหรัฐ หลักๆยังรอปัจจัยใหม่

ล่าสุด SPOT อยู่ที่ระดับ 34.8050 บาท/ดอลลาร์ ส่วน THAI BAHT FIX 3M (10 ส.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.34335%

ส่วน THAI BAHT FIX 6M (10 ส.ค.) อยู่ที่ระดับ 1.56474%
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 101.25 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 101.30 เยน/ดอลลาร์

- ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1173 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 1.1169 ดอลลาร์/ยูโร

- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 34.7860 บาท/

ดอลลาร์
- นายกรัฐมนตรี ออกรายการเดินหน้าประเทศไทย แถลงชี้แจง 3 ขั้นตอนตามโรดแมพ ขอทุกฝ่ายยอมรับผลประชามติ

ทิ้งความเห็นต่าง ร่วมเดินหน้าประเทศ ย้ำยังไม่ยกเลิก ม.44
- กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งเดินหน้ากฎหมายอีอีซี-ยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 เสนอ ครม.ในเดือนสิงหาคม

นี้ โชว์ 7 เดือน ยอดขอส่งเสริมลงทุนอุตฯ เป้าหมายทั้งขอตั้งและ ขยายโรงงาน 715 แห่ง มูลค่าลงทุนกว่า 5.8 หมื่นล้าน

- กรมธุรกิจพลังงานปรับลดลงอีกรอบ สัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล เหลือบี 3 ให้มีผลปลายเดือนสิงหาคมนี้

หวังรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันปาล์ม ป้องกันผลกระทบต่อการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อบริโภค
- รมช.คมนาคม คาดว่า โครงการรถไฟทางคู่ 3 สาย วงเงินรวมกว่า 5.5 หมื่นล้านบาทที่เพิ่งผ่านอนุมัติจากคณะ

กรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) จะสามารถนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาภายในเดือน ส.ค.นี้

โดยหลังจากนี้จะนำเสนอให้อีก 3 หน่วยงานให้ความเห็นชอบก่อน ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) สำนักงบ

ประมาณ และกระทรวงการคลัง
- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้าน

พลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

ว่าตัวเลขดังกล่าวจะปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข่าวซาอุดิอาระเบียผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในเดือนก.ค. โดย

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 41.71 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ

เบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 93 เซนต์ หรือ 2.1% ปิดที่ 44.05 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 ส.ค. เพิ่ม

ขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ซึ่งสำรวจโดยวอลล์สตรีท เจอร์นัลคาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลง

800,000 บาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซิน ร่วงลง 2.8 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงเชื้อเพลิงดีเซลและน้ำมันฮีทติ้งอ

อยล์ ปรับตัวลดลง 2 ล้านบาร์เรล
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ

สกุลเงินหลักๆ ซึ่งส่งผลให้สัญญาทองคำปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 2 วันทำการ โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange)

ส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 5.20 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่  1,351.90 ดอลลาร์/ออนซ์

- บริษัท PwC เปิดเผยว่า มูลค่าการควบรวมและซื้อกิจการในต่างประเทศของจีนในช่วงครึ่งปีแรก พุ่งแตะ 1.34 แสน

ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากสถิติปีที่แล้ว และยังสูงกว่ามูลค่ารวมของการควบรวมและซื้อกิจการโดย

บริษัทสัญชาติจีนช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
- ผลการศึกษาซึ่งจัดทำโดยสถาบันเยอรมีนเพื่อการวิจัยเศรษฐกิจ (DIW) ชี้ว่า การที่อังกฤษถอนตัวจากสหภาพยุโรป

นั้น จะส่งผลกระทบต่อเยอรมนีเป็นเวลานาน และยังสร้างผลเสียต่อเศรษฐกิจเยอรมนีมากกว่ายูโรโซนโดยรวม

- ธนาคารกลางจีนได้เปิดเผยรายงานในวันนี้ว่า สกุลเงินหยวนของจีนได้ถูกนำไปใช้ในการทำธุรกรรมแบบข้ามแดนมาก

ยิ่งขึ้น ในขณะที่สกุลเงินเองก็ได้รับการยอมรับในระดับโลกมากขึ้นเช่นกัน โดยปริมาณการชำระเงินด้วยเงินหยวนในปี 2558 อยู่ที่

12.1 ล้านล้านหยวน หรือ 1.83 ล้านล้านดอลลร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 21.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี และคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของ

ปริมาณการชำระเงินแบบข้ามแดนทั้งหมด


ที่มาของข่าว :: อินโฟเควสท์
วันที่โพส : 11 ส.ค. 2559