ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 34.64/66 กลับมาอ่อนค่า หลังเฟดหลังส่งสัญญาณขึ้นดบ.ในก.ย.

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 34.64/66 บาท/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ 34.57/59 บาท/ดอลลาร์
"ประเด็นคือเมื่อวานมีตัวเลข CPI สหรัฐออกมา ซึ่งจริงๆตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สำคัญอะไร แต่มี FED Member คนหนึ่ง

ออกมาพูดว่าสามารถจะขึ้น Rate ได้เร็วในเดือนกันยายนนี้เลย พูดค่อนข้างชัดมากว่ามีโอกาสที่สหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงกันยายน

ได้ ซึ่งตลาดที่ไม่คาดคิดหรือกะว่าปีนี้อาจจะขึ้นดอกเบี้ยแค่ครั้งเดียวตอนเดือนธันวาคม หรืออาจจะไม่ขึ้นเลย แต่พอมีออกมาพูดชัดแบบ

นี้ ดอลลาร์เลยถูกซื้อขึ้นมา วันนี้ก็ต้องรอดูว่าจะไปทางไหนต่อ" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.55-34.70 บาท/ดอลลาร์

"แนวรับวันนี้ 34.55 ส่วนแนวรับสัปดาห์นี้อยู่ที่ 34.50...ซึ่งเมื่อคืนที่เงินบาทลงไปทำ Low 34.53 มองว่าเป็นการ

แข็งค่าต่อเนื่องตามภูมิภาคด้วยและตั้งแต่ตัวเลขจีดีพีไทยออกมาส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจดี เงินเข้า หุ้นขึ้นต่อเนื่องทุกวัน เมื่อวานเพิ่งลง

มาครั้งแรก" นักบริหารเงิน กล่าว
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 100.50 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 100.05 เยน/ดอลลาร์

- เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1285 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่อยู่ที่ระดับ 1.1274/1277 ดอลลาร์/ยูโร

- อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 34.5950 บาท/

ดอลลาร์
- แบงก์มองครึ่งปีหลังการขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอ ลุ้นการบริโภคฟื้นตัวแต่ยังห่วงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ

โลก ขณะที่แบงก์ชาติเผยต้นเดือน ส.ค. เงินทุนไหลเข้าตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรกว่า 1,100 ล้านดอลลาร์ ทำให้เงินบาท

แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นอุปสรรค ยันเกาะติดเพื่อลดผลกระทบ
- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เพื่อให้เริ่ม

จัดทำแผนความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะให้ประเทศไทยมีงบประมาณแบบสมดุลภายในระยะ 7-8 ปี  ถือ

ว่าเป็นกรอบการบริหารเศรษฐกิจที่จะส่งต่อให้รัฐบาลต่อไป
- กรมบัญชีกลางออก 2 มาตรการ การขยายระยะเวลาการจัดหาพัสดุ รวมถึงการเตรียมการในการจัดหาพัสดุก่อน พ.

ร.บ.งบประมาณฯ จะประกาศใช้ จะช่วยให้การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงิน และการ

กระตุ้นเศรษฐกิจเป็นไปตามเป้าหมายได้
- ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังคงต้องเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการ

ดำเนินนโยบายของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และการเติบโตของเศรษฐกิจโลก เอชเอสบีซีคาดว่าจีดีพีช่วงครึ่งปีหลังของไทยจะ

ชะลอลง ทำให้ทั้งปี 2559 และ 2560 เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโต 2.8%
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กรณีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม

แห่งชาติ (สศช.) ประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสสองของปีนี้อยู่ที่ 3.5% ทำให้ช่วงครึ่งปีแรกเศรษฐกิจ

เติบโตอยู่ที่ 3.4% และคาดว่าจีดีพีจะเติบโตใกล้ระดับ 3.3-3.5% นั้น ในส่วนของ ส.อ.ท.ยังคาดการณ์ระดับ 3-3.5% ยังไม่มีการ

ปรับประมาณการในเวลานี้
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่สภาพัฒน์ได้ประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในไตร

มาส 2 ที่ 3.5% ทำให้ครึ่งปีจีดีพีไทยขยายตัวได้ถึง 3.4% ทำให้แรงกดดันเรื่องการใช้ดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจหมดไป

- นายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็ง

แกร่งเพียงพอที่จะรองรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ ขณะที่การจ้างงานยังคงเพิ่มขึ้น และเงินเฟ้ออยู่ในทิศ

ทางที่เหมาะสมข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาได้แสดงภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอเกินความจริง

ในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของสหรัฐยังคงบ่งชี้ถึงการขยายตัวในระดับปานกลางในปีนี้ และปีหน้า

- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDPNow แสดงให้เห็นว่า

เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 3.6% ในไตรมาส 3 หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านที่พุ่งสูงสุดในรอบ 5 เดือน

- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทรงตัวในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจาก

ดีดตัวขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. โดยมีสาเหตุจากราคาน้ำมันที่ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อได้เบาบางลง

ซึ่งจะลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้
- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ส.ค.) หลัง

จากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทรงตัวในเดือนก.ค. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้สกัดกระแสคาดการณ์

เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 100.26 เย

น จากระดับ 101.23 เยน ขณะที่เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1275 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1185

ดอลลาร์สหรัฐ
- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 ส.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอก

จากนี้ ข้อมูลเงินเฟ้อที่อ่อนแอของสหรัฐนั้น ยังช่วยลดน้ำหนักของกระแสคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

สหรัฐ (เฟด) โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 9.4 ดอลลาร์ หรือ 0.7% ปิด

ที่ระดับ 1,356.9 ดอลลาร์/ออนซ์
- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 ส.ค.) ทำสถิติปิดบวกติดต่อกัน 4 วันทำ

การ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า การประชุมอย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในเดือนหน้านั้น ที่

ประชุมอาจจะเห็นชอบให้ตรึงกำลังการผลิต นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยสัญญา

น้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 84 เซนต์ หรือ 1.8% ปิดที่ 46.58 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบ

เดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 88 เซนต์ หรือ 1.8% ปิดที่ 49.23 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในสหราช

อาณาจักรพุ่งขึ้น 0.6% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2014 ผลจากการทรุดตัวของค่า

เงินปอนด์นับตั้งแต่ที่อังกฤษทำประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) จะส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าพุ่งขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อทะยานขึ้นสูงกว่า 2.5% ในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า



 

ที่มาของข่าว :: อินโฟเควสท์
วันที่โพส : 17 ส.ค. 2559