ข่าวเศรฐกิจ

Subscribe to ข่าวเศรฐกิจ feed ข่าวเศรฐกิจ
www.krobkruakao.com
Updated: 1 hour 24 min ago

ธุรกิจเสื้อผ้าดีไซน์หรูฝีมือคนไทย

Fri, 2014-12-05 13:35
สำหรับหลายคนที่มองหาชุดใส่ทำงานหรือออกงานราตรี วันนี้ Celebrity Focus by แพรว จะพาไปรู้จักเจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าดีไซน์หรูฝีมือคนไทย

เฮริโอโทรป เรือไทย แรงบันดาลใจระดับโลก

Fri, 2014-12-05 12:19
ถึงแม้อุตสาหกรรมต่อเรือไทยจะยังไม่บูมเท่าไหร่ แต่ช่างฝืมือในการต่อเรือไทยล่าสุดดังไปทั่วโลก เนื่องจากผลิตเรือแฮนด์เมดที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ผสมผสานกับพลังงานจากน้ำมันลำแรกของโลกขึ้นมา ภายใต้แบรนของ บาคลิโคโน อู่ต่อเรือในพัทยา

สนช.เห็นชอบร่างข้อตกลงไทย-จีน โครงการสร้างรถไฟรางคู่

Fri, 2014-12-05 10:45
สนช.เห็นชอบร่างข้อตกลงไทย-จีน โครงการสร้างรถไฟรางคู่ ตาม "กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565"

หอการค้าไทยระบุดัชนีความเชื่อมั่นศก.เดือนพ.ย.ลดลง

Fri, 2014-12-05 10:15
หอการค้าไทยระบุดัชนีความเชื่อมั่นศก.เดือนพ.ย.ลดลงทุกด้าน สวนทางกับความเชื่อมั่นด้านการเมือง ชี้เป็นผลมาจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นทำให้กำลังซื้อลดลง

สิงคโปร์เตรียมคุมเข้มก๊าซพิษรถยนต์เทียบเท่า อียู

Thu, 2014-12-04 18:33
ในอีกประมาณ 3 ปีครึ่งข้างหน้า สิงคโปร์จะยกระดับการบังคับใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ให้เทียบเท่าสหภาพยุโรป หรือ อียู ซึ่งกำหนดให้ไอเสียจากรถยนต์ ต้องมีค่าซัลเฟอร์ไม่เกิน 5 พีพีเอ็ม คือ 5 ส่วนในล้านส่วนจากปัจจุบันที่ใช้มาตรฐาน 50 ส่วนในล้านส่วน หรือ 50 พีพีเอ็ม จริง ๆ แล้ววันนี้ 4 ธันวาคม เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย แต่ประเทศในอาเซียนที่ดูจะใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ดีมากที่สุด คงหนีไม่พ้นสิงคโปร์ แต่แนวทางดังกล่าว อาจทำให้ต้นทุนการกลั่นน้ำมันของสิงคโปร์สูงขึ้นด้วยสำนักงานสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ รายงานว่า สิงคโปร์เตรียมใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับ "ยูโร 6" ควบคุมการปล่อยมลพิษรถยนต์ ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป ในอีกประมาณ 3 ปีครึ่งข้างหน้ายูโร 6 เป็นมาตรฐานการปล่อยมลพิษของเครื่องยนต์ ชุดล่าสุดของสหภาพยุโรป หรือ อียู บังคับใช้กับรถยนต์ใหม่ ที่ขายในประเทศสมาชิกของอียู ซึ่งกำหนดให้ไอเสียจากรถยนต์ ต้องมีซัลเฟอร์ไม่เกิน 5 ส่วนในล้านส่วน หรือ 5 พีพีเอ็ม ซึ่งถือว่า น้อยมากปัจจุบันสิงคโปร์ใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมยูโร 4 กับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งมาตรฐานยูโร 4 กำหนดให้ มีซัลเฟอร์ได้ไม่เกิน 50 พีพีเอ็ม แต่ในอีก 3 ปีครึ่งข้างหน้า จะเหลือเพียง 5 พีพีเอ็ม หรือ คิดเป็นค่าซัลเฟอร์เพียง 1 ใน 10 เท่านั้นเอง

ความร่วมมือคนพิการอาเซียน

Thu, 2014-12-04 18:26
ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยได้รับรางวัล “แฟรงคลิน ดีลาโน รูสเวลท์” ตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติ ซึ่งมอบให้แก่ประเทศ ที่มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านคนพิการ และต่อมาได้ให้สัตยาบัน ต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 และการสนับสนุนให้คนพิการไทย ได้เป็นคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิ คนพิการโดยกำหนดให้สำนักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ มีบทบาทประสานงานหลัก ในการขับเคลื่อนภารกิจด้านคนพิการของประเทศไทย โดยเฉพาะการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการดำเนินงานตามกรอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นคนพิการ คือ 1 ปฎิญญาว่าด้วยการเสริมสร้างบทบาทและการมีส่วนร่วมของคนพิการในประชาคมอาเซียน 2 ทศวรรษคนพิการแห่งอาเซียน พ.ศ. 2554 - 25633 กรอบยุทธศาสตร์ด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนา 2554 - 2558แนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ ประกอบด้วยแนวทางที่กำหนดให้ทศวรรษคนพิการแห่งอาเซียน สู่สังคมที่เป็นหนึ่งเดียว ภายในปี 2563 มีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งการประชุมเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านคนพิการระหว่างองค์กรภาครัฐและองค์กรด้านคนพิการ การสัมมนาเชิงปฎิบัติการเกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมศักยภาพคนพิการ ในภูมิภาคอาเซียนและประเทศบวกสาม ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่น เกาหลี และจีนด้วย ขณะที่ในด้านของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ได้มีการจัดตั้งเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการประกอบกิจการเพื่อสังคม โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลักในการประสานงาน

เวียดนามต้านลาวสร้างเขื่อนดอนสะโฮง

Thu, 2014-12-04 18:22
กระแสการคัดค้านการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง ในแม่น้ำโขงสายหลักที่อยู่ในสปป.ลาว ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากชาวลาวเองที่จะได้รับผลกระทบแล้ว ผู้ที่อยู่อาศัยในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนาม ออกมาคัดค้านการสร้างเขื่อนไฟฟ้าแห่งนี้ ที่จะทำให้วิถีชีวิต ความเป็นอยู่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงการคัดค้านที่มีมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด ศูนย์พัฒนาและนวัตกรรมสีเขียว ที่ตั้งอยู่ในกรุงฮานอย เป็นศูนย์เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและการพัฒนาเครื่อข่ายแม่น้ำเวียดนาม และทางการท้องถิ่น ได้ทำการสำรวจชุมชนต่าง ๆ เสร็จสิ้น ในจังหวัดเกิ่นเธอ ก่าเมา ซ็อกจาง อานซาง เกียนซาง และวิงลองผู้ตอบแบบสำรวจ 758 ราย ที่เป็นผู้อยู่อาศัยในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งได้รับแผ่นพับเกี่ยวกับการหารือในประเด็นการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง ระบุว่า ไม่เคยได้ยินแผนการสร้างเขื่อนมาก่อน และทั้งหมดได้สรุปว่า ชาวเวียดนามจะไม่ได้รับประโยชน์ใดจากการสร้างเขื่อนนี้       ตามเอกสารที่จัดทำโดยผู้สำรวจ ระบุว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงราว 20 ล้านคน จะต้องเผชิญต่อความยากลำบาก และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป อันเนื่องจากการสร้างเขื่อน คาดว่าชั้นตะกอนดินโคลนจากการพัดพาของกระแสน้ำ จะลดลงทำให้ดินในบริเวณปลายน้ำ ไม่เหมาะสำหรับการเพาะปลูก และนำไปสู่การพังทลายของสิ่งปลูกสร้างริมฝั่งแม่น้ำ รวมทั้งปัญหาความแห้งแล้ง และความเค็มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูแล้ง       นอกจากนั้น การทำประมง และสัตว์ป่าอื่น ๆ จะลดจำนวนลง คาดว่าการสร้างเขื่อนแห่งนี้จะกระทบต่อความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตหลายล้านชีวิต ชาวเวียดนามในพื้นที่ชนบท จำนวนมากจะไม่มีทางเลือก และต้องถูกบังคับให้อพยพเข้าไปในเมือง เพื่อทำงานในโรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการสร้างประชากร และการจ้างงานในพื้นที่       แม้ว่าการก่อสร้างเขื่อนแห่งแรก คือ เขื่อนไซยะบุรี ได้เริ่มขึ้นแล้ว และยังมีแผนการสร้างเขื่อนแห่งอื่น ๆ ตามแนวแม่น้ำโขงสายหลัก แต่นับเป็นครั้งแรกที่ประชาชนในอีกประเทศหนึ่ง ถูกถามถึงความรู้สึกเกี่ยวกับโครงการที่เกิดขึ้นกับอีกประเทศ ซึ่งใช้ทรัพยากรแม่น้ำโขงร่วมกัน       การสร้างเขื่อนดอนสะโฮง ที่ลาวกำหนดแผนที่จะสร้างเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นจุดสำคัญที่อยู่ใจกลางของเส้นทางที่ปลาใช้อพยพ ซึ่งอยู่ห่างจากกัมพูชาประมาณ 2 กม. และห่างจากเวียดนามราว 420 กม. ซึ่งรายงานการสร้างเขื่อนขั้นสุดท้าย จะยื่นต่อรัฐมนตรีภูมิภาคในเดือน มกราคมนี้       ก่อนหน้านี้ ในเดือน พ.ย.2555 ลาวเริ่มลงมือสร้างเขื่อนไซยะบุรีมูลค่า 3,800 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม ซึ่งฝ่ายที่คัดค้าน ระบุว่า เขื่อนไซยะบุรี จะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศ บนสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนกว่า 60 ล้านคน โดยกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามโน้มน้าวรัฐบาลลาว ให้ระงับโครงการดังกล่าว และร้องต่อผู้คนที่อยู่อาศัยในประเทศโดยรอบให้ช่วยสนับสนุนการคัดค้าน       ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ในกรณีที่เลวร้ายน้อยที่สุดคือ เขื่อนจะทำลายนาข้าว และแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของภูมิภาคที่สร้างความเสียหายราว 1,000 ล้านเหรียญ สหรัฐ ต่อปี และในกรณีที่เลวร้ายมากที่สุดคือ เขื่อนแตก ซึ่งจะปล่อยน้ำกว่า 30,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง       องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก หรือ WWF ประเมินว่า ทั้งโครงการเขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนดอนสะโฮง จะส่งผลต่อเวียดนาม เป็นประเทศปลายน้ำ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่ประชาชนหลายล้านคนในกัมพูชา ลาว และไทย ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

แบรนด์เสื้อผ้าไทยสู่ตลาดโลก

Thu, 2014-12-04 12:37
อุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยในกลุ่มเสื้อผ้าได้รับความนิยมในตลาดโลกมากขึ้น จุดสำคัญมาจากการดีไซน์และคุณภาพการผลิตที่โดดเด่น ทำให้หลายแบรนด์ในไทยประสบความสำเร็จเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา โซนไทยนับว่าประสบความสำเร็จ จากการรวบรวมแบรนด์ไทยดีไซเนอร์แถวหน้า รวมถึง มัลติแบรนด์น้องใหม่ กว่า 20 แบรนด์ดัง ที่ได้รับความนิยมจากชาวไทยและต่างชาติ ภายใต้คอนเซ็ปท์ที่มีกลิ่นอายเหมือนนิทรรศการศิลปะแบรนด์อาซาวา ถูกกล่าวถึงในแวดวงแฟชั่นผู้หญิง ด้วยแนวทางการสร้างแบรนด์ที่บ่งบอกถึงดีเอ็นเอของแบรนด์อย่างชัดเจน โดยวางคาแรกเตอร์ของแบรนด์ ว่าเป็นผู้หญิงที่มีทัศนคติแบบคนเมือง ชิ้นงานที่รังสรรค์ออกมาต้องยิ่งใส่นานไปยิ่งงาม ไม่ต้องวิ่งตามเทรนด์ ใช้งานได้ในชีวิตจริง ราคาจับต้องได้ คือ สมเหตุสมผลกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและคุณภาพที่ลูกค้าได้รับ สลับสับเปลี่ยนใช้ได้ในหลายโอกาส ที่สำคัญคือ มีจิตวิญญาณ แสดงตัวตนของคนที่สวมใส่ ตลอดจนแสดงปรัชญาในการใช้ชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าตลอดการเติบโตของแบรนด์ 6 ปี ทีมงานต้องทบทวนกระบวนการคิดต่อแบรนด์อยู่เสมอ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของโลก โดยยังคงจิตวิญญาณของแบรนด์ที่เข้มข้น ปัจจุบันมีหน้าร้านของตัวเองรวม 8 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ กรุงจากาตา ประเทศอินโดนีเซีย ส่วนโซนยุโรปและเอเชีย ลูกค้าซื้อเฉพาะดีไซน์ที่ถูกใจไปวางขายในห้างสรรพสินค้า ซึ่งรวมไปถึงแบรนด์ asv ที่วางกลุ่มเป้าหมายลงมาอีกระดับ และเตรียมสร้างแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย และร้านอาหารภายใต้ แบรนด์อาซาวา อีกด้วยในฐานะดีไซเนอร์แบรนด์ไทย ยังเป็นอีกแรงในการผลักดันอุตสากรรมแฟชั่นไทย โดยการพยายามให้ความรู้กลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ให้เป็นคลัสเตอร์เดียวกัน และสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอยู่รอดและเติบโตไปด้วยกัน เปลี่ยนผ่านจากประเทศผู้รับจ้างผลิตเป็นประเทศแห่งการออกแบบและสร้างแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นในสายตาชาวโลก

คลังเตรียมผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

Thu, 2014-12-04 10:55
กระทรวงการคลัง เตรียมผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คาดว่าเมื่อมีผลบังคับใช้จะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้ถึงปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นกฎหมายคู่ขนานกับร่างพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดกและภาษีการรับให้ว่า ขณะนี้เหลือเพียงการปรับแก้รายละเอียดเล็กน้อย ก่อนเสนอให้ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณา ซึ่งคาดว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ หรือ ช้าที่สุดเดือนมกราคม ปี 58 โดยสาระสำคัญ นอกจากแก้ปัญหาความซับซ้อน ด้วยการรวมกฎหมาย 2 ฉบับที่มีอยู่ คือ กฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน  และกฎหมายว่าด้วยภาษีบํารุงท้องที่ ให้เหลือเพียงฉบับเดียว ยังกำหนดหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานแทนของเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2521 เป็นฐานในการประเมินราคาที่ดิน และ จะไม่มีการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียภาษี และ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะที่ดินรกร้างที่หวังให้มีการนำมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด สำหรับการจัดเก็บภาษีมีด้วยกัน 3 ส่วน คือ บ้านอยู่อาศัย ที่ดินเกษตรกรรม เก็บภาษีไม่เกิน 0.5%  ที่ดินเชิงพาณิชยกรรม เก็บสูงสุดไม่เกิน 1% และ ที่ดินรกร้างว่างเปล่าสูงสุดไม่เกิน 2- 4 % ยกเว้นสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย ที่มีมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งจะมีคณะกรรมการมาดูอัตราที่เหมาะสม เพราะระยะแรกจะเก็บไม่เต็มเพดาน และ มีเวลาให้ประชาชนได้ปรับตัวระหว่างที่หน่วยงานราชการจัดทำข้อมูลประเมินราคาที่ดินครอบคลุมทั้งประเทศ 30 ล้านไร่ จากปัจจุบันที่มีประมาณ 7-8 ล้านไร่ โดยส่วนกลาง จะทำหน้าที่เพียงกำหนดอัตราภาษี ขณะที่อำนาจการจัดเก็บยังเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้จะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมปีละ 20,000 ล้านบาท เป็นปีละกว่า 40,000 ล้านบาท

รัฐบาลเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิตอล เตรียมแก้ กม. 6 ฉบับ

Thu, 2014-12-04 10:50
นายกรัฐมนตรี ยืนยันเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิตอลให้ไทยก้าวสู่ความทันสมัย โดยเสนอแก้ไขกฎหมาย 6 ฉบับ ส่งให้ สนช.พิจารณาภายในสิ้นเดือนนี้ ให้กระทรวงเทคโนโลยีฯ รับผิดชอบหลักก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงดิจิตอล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา "เศรษฐกิจดิจิตอล พลิกโฉมประเทศไทย" โดยนายกรัฐมนตรี เริ่มกล่าวปาฐกถาว่า หลังพบกับผู้บริหารสื่อสิ่งพิมพ์เมื่อวานนี้ เช้านี้อ่านข่าวมีทั้งข่าวดีและข่าวไม่ดี แต่ไม่เป็นไร ตนเองจะอดทนและยิ้มไว้ จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่าจะเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิตอลให้ไทยก้าวสู่ความทันสมัยให้ได้ เพราะความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำววัน และ เข้าถึงคนทุกระดับ ซึ่งไทยจะเสียเวลาไม่ได้อีกแล้ว ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเรื่องของเศรษฐกิจดิจิตอลในยุคที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโยลี เพราะสามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ทั้งด้านธุรกิจ งานบริการ และ การติดต่อสื่อสาร ทั้งการใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน การขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงงานการสื่อสาร ซึ่งสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ตามเสรีภาพแต่อย่าด่าทอเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ประโยชน์ของเศรษฐกิจดิจิตอลจะทำให้การค้า การลงทุน เป็นไปอย่างรวดเร็ว และ นำไปสู่การเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งหากไทยจะประสบผลสำเร็จในด้านนี้ได้ต้องมีการวางโครงข่ายที่ดี เชื่อมต่อในและต่างประเทศ และ ลดความซ้ำซ้อนของโครงข่ายแล้วนำมารวมกันเพื่อเชื่อมโยงการสื่อสาร รวมถึงจัดให้มีฐานจัดเก็บข้อมูลทั่วประเทศ หรือ ดาต้าเซ็นเตอร์ที่สมบูรณ์ ทั้งนี้ รัฐบาลกำลังเตรียมร่างกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิตอล และจะปรับแก้กฎหมายอีก 6 ฉบับ คาดว่าปลายเดือนธันวาคมนี้จะแล้วเสร็จ จากนั้นจะส่งต่อไปให้ที่ประชุม สนช. พิจารณา โดยรัฐบาลจะจัดตั้งคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอล ปรับกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร เป็นกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อประสานนโยบายการทำงานเศรษฐกิจดิจิตอลร่วมกัน

"ปาลาวัน" สวรรค์บนผืนทะเลฟิลิปปินส์

Wed, 2014-12-03 18:47
พาไปเที่ยวเกาะสวรรค์อย่างแท้จริง สำหรับเกาะปาลาวัน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และถือเป็นเพชรเม็ดงามแห่งเอเชีย 1 ใน สถานที่ ที่มีความงามตามธรรมชาติที่สุดในอาเซียน งดงามขนาดไหนไปดูกันเลย

ญี่ปุ่น-คาดรายได้ภาษีสูงสุดในรอบ 17 ปี

Wed, 2014-12-03 18:36
การตัดสินใจขึ้นภาษีบริโภค หรือภาษีมูลค่าเพิ่มในญี่ปุ่นจาก 3% เป็น 8 % ตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แม้จะทำให้กำลังซื้อหดหายไป แต่ก็ทำให้ตัวเลขรายได้จากการเก็บภาษีของญี่ปุ่นนั้นสูงเป็นอย่างมาก โดยรายได้จากการจัดเก็บภาษีของญี่ปุ่นนั้นเพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 1 ล้านล้านเยน หรือเกือบ ๆ 3 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 17 ปีเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังของปรฟะเทศญี่ปุ่นประเมินว่า รายได้จากการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลกลางญี่ปุ่น อาจจะแตะระดับสูงสุด ในรอบ 17 ปี ในปีงบประมาณ 2557 โดยได้รับแรงหนุนมาจากรายได้การปรับขึ้นภาษีการบริโภค เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา และการขยายตัวของรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยคาดว่า รายได้ในส่วนนี้จะอยู่ที่ราว 51.5 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 1 ล้านล้านเยน หรือราว 2.8 แสนล้านบาท จากที่คาดไว้เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วทั้งนี้ ฝ่ายบริหารของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ วางแผนที่จะใช้เม็ดเงินจากรายได้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นนี้ เป็นงบประมาณพิเศษสำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งมีเป้าหมาย อุดหนุนเศรษฐกิจที่หยุดชะงัก หลังจากการปรับภาษีการบริโภคขึ้น 3% สู่ระดับ 8% เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

จีน-ปรับแก้กฎหมายความรุนแรงในครอบครัว

Wed, 2014-12-03 18:27
การแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวในประเทศจีน มีรายงานว่า 1 ใน 4 ของครอบครัวชาวจีน ผู้หญิงนั้นถูกกระทำโดยใช้ความรุนแรง ทำให้ทางการจีนต้องปรับปรุงกฏหมาย เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัวโดยระบุว่า ให้ศาลต้องออกคำสั่งคุ้มครองเหยื่อความรุนแรงภายใน 48 ชั่วโมง นั่นหมายความว่า ศาลจะสั่งห้ามบุคลลที่ใช้ความรุนแรง ห้ามเข้าใกล้เหยื่อ พร้อมกับเรียกร้องให้สังคม ใส่ใจกับการพบเห็นการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่งว่า ทางการจีนได้ออกร่างกฎหมาย ต่อต้านความรุนแรงในครอบครัว และปรับปรุงระเบียบข้อบังคับ ในการออกคำสั่งควบคุม หรือคำสั่งห้ามเข้าใกล้ โดยกำหนดให้ศาลต้องออกคำสั่งควบคุมแก่เหยื่อผู้ร้องขอ ภายใน 48 ชั่วโมง จากนั้นเหยื่อ ต้องยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลภายใน 30 วันแม้ร่างกฎหมายฉบับนี้ จะมีจุดอ่อนหลายจุด รวมถึงการไม่ให้ความคุ้มครองแก่คู่สมรสนอกกฎหมาย และคู่สมรสที่หย่าร้างไปแล้ว แต่นับเป็นความก้าวหน้าที่ดีในอีกขั้นหนึ่ง ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เมื่อปี 2544 ประเทศจีนเคยมีการแก้ไขกฎหมายการสมรส เพื่อห้ามไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงในครอบครัว โดยในร่างกฎหมายฉบับนี้ ยังระบุให้เจ้าหน้าที่ต้องกระตือรือร้น และใส่ใจต่อรายงานการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอีกทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาจได้รับบทลงโทษรุนแรง หากพบเห็นการกระทำในลักษณะดังกล่าว แล้วไม่แจ้งเรื่องต่อเจ้าหน้าที่ที่ผ่านมา ปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ไม่ได้รับความใส่ใจเท่าที่ควร โดยเจ้าหน้าที่มักหลีกเลี่ยงที่จะยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้ง ที่ถูกมองว่า เป็นเรื่องภายใน เว้นแต่ว่าจะเกิดการบาดเจ็บร้ายแรง ขณะที่ความช่วยเหลือของรัฐยังไม่เพียงพอ เนื่องจากการขอคำสั่งควบคุมเพื่อกันไม่ให้คู่กรณีเข้าใกล้เหยื่อที่ถูกทำร้าย มักต้องใช้เวลานาน หรืออาจถูกปฏิเสธ

ข้าวอินทรีย์ไทยดังไกลในตลาดยุโรป

Wed, 2014-12-03 12:29
โครงการ Rice buddy ขายข้าวอินทรีย์ตรงสู่ผู้บริโภค รวมทั้งข้าวออร์แกนิค มาตรฐานสูงและส่งออกยาก แต่วิสาหกิจเกษตรขนาดเล็กในจังหวัดยโสธร สามารถทำให้ข้าวออร์แกนิคไทยดังไกลในยุโรป ด้วยมาตรฐานระดับสากล

ราคาหุ้น-ทองตลาดโลกผันผวนร่วงหนักอีกรอบ

Wed, 2014-12-03 09:41
ราคาหุ้น-ทองตลาดโลกผันผวนร่วงหนักอีกรอบ โดยราคาทองคำกลับมาต่ำกว่าระดับ 1,200 ดอลลาร์อีกครั้ง โดยทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 18.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,199.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ครม. งดเก็บค่าทางด่วน 26 ธ.ค. - 4 ม.ค. รับปีใหม่

Wed, 2014-12-03 07:33
ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบยกเว้นค่าธรรมเนียมทางด่วนพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพฯ-พัทยา และทางด่วนพิเศษหมายเลข 9 ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2557-4 มกราคม 2558 ซึ่งการยกเว้นค่าธรรมเนียมทางด่วนดังกล่าว ได้ขยายจำนวนวันมากกว่าทุกปี ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่พี่น้องประชาชน

ผู้ใช้รถเฮ นํ้ามันเบนซินปรับลดอีก 50 สต. ต่อลิตร

Wed, 2014-12-03 07:10
ประกาศปรับลดราคานํ้ามันเบนซิน 50 สต. ต่อลิตร มีผล 3 ธ.ค. ส่งผลให้แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 33.20 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 31.18 บาทต่อลิตร

ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ประเมินเศรษฐกิจไตรมาส 4 ดีขึ้น

Tue, 2014-12-02 16:49
ภาพทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์กันนะคะ ความเชื่อมั่นทางธุรกิจในฟิลิปปินส์ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เมื่อผู้บริโภคเชื่อมั่นมากขึ้น ก็ย่อมจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการลงทุนในโครงสร้างโครงการเมกกะโปรเจคจำนวนมากของรัฐบาล ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ เปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจ ซึ่งจากผลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวม เพิ่มขึ้นแตะ 48.3% ในไตรมาส 4 ของปีนี้ คือ ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 34.4% ในไตรมาส 3 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ยังระบุว่า ความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้น เพราะได้รับปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุด ประกอบกับคำสั่งซื้อ และโครงการต่าง ๆ ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเปิดตัวโครงการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ตัวเลขเงินเฟ้อที่ทรงตัว อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ การส่งเงินของชาวฟิลิปปินส์ ที่ไปทำงานต่างประเทศกลับบ้านอย่างต่อเนื่อง และกระแสการลงทุนของต่างชาติที่ยั่งยืน ได้ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของบริษัทเอกชน ที่มีต่อเศรษฐกิจฟิลิปปินส์

จีน-ปรับเพิ่มภาษีน้ำมันในประเทศ

Tue, 2014-12-02 16:45
ในโอกาสที่ราคาน้ำมันในตลาดปรับลดลง หลายประเทศอาศัยช่วงเวลนี้ ปรับโครงสร้างราคาพลังงานไปด้วย ล่าสุดรัฐบาลจีนประกาศขึ้นภาษีบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งเบนซินและดีเซล มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาถือเป็นการปรับขึ้นราคาครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2552 เกือบ 7 ปีมาแล้ว ที่ไม่ได้มีการปรับขึ้น แต่ว่าเป็นการปรับขึ้นไม่มากระหว่างลิตรละ 64-75 สตางค์ แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วน จะตกประมาณ 12-15% สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการคลังและสำนักงานภาษีอากรแห่งชาติจีน ประกาศปรับขึ้นภาษี การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งในส่วนของน้ำมันเบนซิน และดีเซล โดยให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถือเป็นการปรับขึ้นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2552 ท่ามกลางการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยภาษีการบริโภคน้ำมันเบนซินจะปรับขึ้นจากปัจจุบัน ที่เรียกเก็บอยู่ที่ลิตรละ 1 หยวน หรือประมาณ 5.34 บาท  เป็น 1.12 หยวน หรือประมาณเกือบ ๆ 6 บาท ส่วนน้ำมันดีเซล ปรับขึ้นจากลิตรละ 0.8 หยวน เป็น 0.94 หยวน ขึ้นประมาณ 75 สตางค์ โดยทางการคาดว่า ผลกระทบโดยรวมจากการปรับขึ้นภาษีต่อบรรดาผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะ จะอยู่ในขีดจำกัด เนื่องจากเป็นการปรับขึ้นในขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกำลังลดลง ทั้งนี้จีนเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยนำเข้าเกือบร้อยละ 60 ของปริมาณความต้องการใช้น้ำมันทั้งหมดในประเทศ

อินโดนีเซีย-สั่งข้าราชการทานอาหารข้างทาง งดจัดงานหรู

Tue, 2014-12-02 16:38
อินโดนีเซีย ในยุคของนายโจโกวี เดินหน้าสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ทั้งความโปร่งเป็นใส และประหยัด มัธยัสถ์ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐ เลือกทานอาหารท้องถิ่นที่วางขายตามริมถนนในระหว่างการประชุมหารือกันแทนที่จะจัดกินเลี้ยงหรูหราด้วยอาหารต่างชาติ รวมถึงให้หยุดจัดปาร์ตี้อันเป็นการฟุ่มเฟือย นับเป็นมาตรการล่าสุดที่โจโกวี มุ่งจะจัดการกับบรรดาค่าใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสมของข้าราชการ ทั้งนี้ มาตรการนี้ มีการเริ่มใช้แล้ว เบื้องต้นช่วงที่ผ่านมา รัฐมนตรีรายหนึ่งเปิดเผยว่า เวลามีการประชุม หารือของ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ก็จะมีการเสิร์ฟแค่ของขบเคี้ยวอย่าง มัน ข้าวโพดต้ม แยมเค้ก ซึ่งเป็นเมนูอาหารของท้องถิ่นอินโดนีเซีย ส่วนงานเลี้ยงข้าราชการระดับสูง จะมีการจำกัดจำนวนแขกไว้ที่ไม่เกิน 400 คนเท่านั้น ประธานาธิบดี โจโค วิโดโด ที่ก้าวขึ้นสู่ผู้นำประเทศเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของภาพลักษณ์ที่พอเพียง มาจากชนชั้นกลาง ได้วางมาตรการนี้เพื่อควบคุมทิศทางการใช้จ่ายเงินของบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมทั้งหั่นค่าใช้จ่ายให้เหลือเท่าที่จำเป็น ไม่มีการเบิกจ่ายที่ฟุ่มเฟือยอีกต่อไป สิ่งที่โจโกวีได้ตัดงบไปแล้ว ก็คือ งบประมาณการเดินทางและจัดประชุม การเดินทาง ด้วยการนั่งเครื่องบินชั้นประหยัด ขณะไปสิงคโปร์ เพื่อร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาของลูกชาย เมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นสิ่งที่เขาแสดงออกให้ข้าราชการทุกระดับชั้นได้ตระหนัก ทั้งนี้ ในระหว่างการประกาศมาตรการล่าสุดนี้ ยัดดี คริสนันดี รัฐมนตรีผู้ดูแลการปฏิรูประบบราชการ ได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ ยุติการกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม และไม่จำเป็น โดยระบุว่า บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐที่บางคน มีพฤติกรรมทานอาหารมากเกินไป ซึ่งส่งผลเสียต่อความเสี่ยง ระดับคลอเลสเตอรอลและความดันโลหิตสูง ทั้งมาตรการนี้ ยังช่วยพ่อค้า แม่ขาย ไปจนถึงเกษตรกรอินโดนีเซียเองอีกด้วย คริสนันดี กล่าวว่า กฏเกณฑ์เรื่องการทานอาหารและงบประมาณที่เหมาะสม จะถูกใช้ในทุกกระทรวง รวมถึงกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลทุกคน โดยเริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ใครที่ละเมิดจะต้องเจอกับมาตรการลงโทษ อาทิ ลดตำแหน่ง หรือเลื่อนจ่ายโบนัส ด้านกระทรวงพลังงาน ที่กำลังมุ่งจะลบล้างภาพลักษณ์ไม่ดี หลังจากที่มีข่าวฉาวโฉ่เกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น ก็ได้จัดส่งรายชื่ออาหารที่อนุญาตให้ทานได้แก่ข้าราชการ โดยมีการควบคุมเครื่องดื่มให้มีเพียงแค่ กาแฟ ชา น้ำเปล่า เท่านั้น ส่วนการจัดเลี้ยงปาร์ตี้ฟุ่มเฟือย ที่บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูง มักจะจัดกันด้วยเหตุผลส่วนตัว แถมบ่อยครั้ง ที่จัดอย่างใหญ่โตในโรงแรมหรูหรา อาทิงานแต่งงาน ของบุตร ญาติ คนรู้จัก ที่ผลกระทบทำให้รถติดด้วย และสร้างความรู้สึกไม่เท่าเทียมกันให้แก่ผู้คนในสังคมมาตรการควบคุมการ เลี้ยงสังสรรค์ สิ้นเปลืองนี้ ก็จะเริ่มมีผลในช่วงต้นปีหน้า

Pages