ข่าวเศรฐกิจ

Subscribe to ข่าวเศรฐกิจ feed ข่าวเศรฐกิจ
www.krobkruakao.com
Updated: 4 min 8 sec ago

5 ผลไม้ไฮเอนด์ ราคาหลักแสน

Wed, 2014-08-27 08:28
เผย 5 ผลไม้แพงที่สุดในโลก ระดับไฮเอนด์ ญี่ปุ่นครองเจ้าตลาด โดยมีราคาองุ่นพวงละ 175,600 บาท มะม่วงลูกละ 95,578 บาท แตงโมลูกละเกือบ 200,000 บาท สับปะรด และ เมลอนลูกละกว่า 500,000 บาท

สรรพสามิตปัดขึ้นภาษีบุหรี่ แจงขาดตลาดเพราะเปลี่ยนภาพคำเตือนบนซอง

Wed, 2014-08-27 08:25
มีรายงานบุหรี่ขาดตลาด เนื่องจากปชช.แห่กักตุน จากกระแสข่าวลือว่าคณะรักษาความสงบแห่ชาติ (คสช.) จะขึ้นภาษียาสูบภายในประเทศ ทั้งนี้สรรพสามิตยัน ไม่มีการเสนอขึ้นภาษีบุหรี่แต่อย่างใด โรงงานยาสูบชี้แจงจำเป็นต้องพิมพ์คำเตือนเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ให้ใหญ่ขึ้นเป็น 85% ของพื้นที่ส่วนใหญ่บนซองบุหรี่ จากเดิมอยู่ที่ 55% ของพื้นที่ จึงทำให้ซองบุหรี่รุ่นเก่าที่มีขนาดคำเตือน 55% ไม่สามารถใช้ได้หลังวันที่ 23 กันยายน

นายกฯ ส่ง ผช.ผบ.ทบ.หารือแกนนำแก้ราคายางตกต่ำ

Tue, 2014-08-26 14:55
นายกรัฐมนตรี ส่งรองหัวหน้าเศรษฐกิจหารือแกนนำยางพารา แก้ปัญหาราคาตกต่ำ ยัน คสช.มีมาตราการดำเนินการชัดเจนอยู่แล้ว ขณะที่ ธกส. จัดสรรเงิน 15,000 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานผู้ช่วยรองหัวหน้าเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้มอบหมายให้ตนเองไปเจรจากับ นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ตัวแทนประธานชุมชนสหกรณ์เกษตรกรรมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดย นายอุทัย จะเข้ามาชี้แจงให้รับทราบข้อมูล ปัญหาต่างๆ ไม่ได้มายื่นหนังสือ หรือ เรียกร้องใดๆกับทาง คสช.ทั้งสิ้น ในส่วนของ คสช. มีมาตรการต่างๆในการช่วยเหลืออยู่แล้ว โดยเฉพาะการหาแหล่งเงินกู้ เรื่องการวิจัยยางพาราเพื่อนำใช้ประโยชน์ต่างๆภายในประเทศ ทั้งนี้ คสช.มีมาตรการในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนอยู่แล้ว โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ยั่งยืน ขณะที่ตัวแทนเกษตรกรส่วนยาง 6 กลุ่ม เตรียมยื่นหนังสือถึง คสช. เย็นนี้ ขอให้ยุติขายยางในสต็อกเพราะกระแสข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า และ เร่งออกวงเงินสินเชื่อช่วยเหลือเกษตรกร 1.5 หมื่นล้านบาท ตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ หรือ กนย. เคยอนุมัติไว้ให้ ด้านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการ ธกส. เปิดเผยว่าเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา วงเงิน 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดวงเงินกู้เสริมสภาพคล่อง 10,000 ล้านบาท คาดมีสถาบันเกษตรกร เข้าร่วม 700 แห่ง และ อีก 5,000 ล้านบาท เป็นการสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มยางพารา โดย 3,500 ล้านบาท เป็นการสนับสนุนเงินทุนปรับปรุงโรงงานเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และที่เหลือเป็นการตั้งกองทุนพัฒนาเกษตรกร เสริมสภาพคล่อง ซึ่ง 2 มาตรการนี้อยู่ใน 2 มาตรการ 8 แนวทางที่ คสช. พิจารณาวันนี้ ระบุ หาก คสช. เห็นชอบ จะเริ่มดำเนินการได้ ในวันที่ 1 ก.ย. นี้ 

ชาวสวนยางยันไม่ก่อม็อบ

Mon, 2014-08-25 15:06
กลุ่มเกษตรกรสวนยาง ขอให้รัฐเร่งดูแลราคายางให้ถึงมือเกษตรกรที่ กก.ละ 50 บาท และนำยางในสต็อกมาใช้ทำถนน พร้อมยืนยันจะไม่ชุมชุมประท้วง นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคายางในพื้นที่ขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 47-48บาท แม้ราคาตลาดกลางจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 52 บาท เนื่องจากพ่อค้ากังวลว่าราคาจะต่ำลงอีก จึงกดราคารับซื้อลงเพื่อป้องกันความเสี่ยงของตัวเอง ซึ่งได้เรียกประชุมเครือข่ายทุกจังหวัดที่ปลูกยาง และ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่อ คสช.ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ขอไม่ให้ขายยางในสต็อกกว่า 2.1 แสนตันในตอนนี้ เพราะจะยิ่งทำให้ราคาขายลดลง 2.ให้นำยางในสต็อกมาใช้ผสมเพื่อทำถนนแทนซึ่งจะสามารถระบายหมดได้ภายใน 1 ปี โดยไม่กระทบราคาตลาด และ 3.เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ให้เร่งแก้ปัญหาราคาระยะสั้น ให้เกษตรกรสามารถขายยางได้กิโลกรัมละ 50 บาท อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ตัวแทนเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ๆปลูกยางพารา จะเดินทางไปยื่นหนังสือ ณ ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้นำแนวทางดังกล่าว เสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไข พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการชุมนุมประท้วงแต่อย่างใด

ม็อบสวนยางภาคใต้ ยันยังไม่เคลื่อนไหวช่วงนี้

Mon, 2014-08-25 11:28
แกนนำผู้ปลูกยางพาราในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุยังไม่เคลื่อนไหวช่วงนี้ ขอรอคำตอบจาก คสช.ที่ขอให้ปรับราคายางแผ่นดิบไม่ต่ำกว่า กก.ละ 70 บาท นายไพโรจน์ ฤกษ์ดี แกนนำเรียกร้องราคายางพารา จังหวัดสุราษฎร์ธานี บอกว่าช่วงนี้จะยังไม่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกร เนื่องจากจะรอให้ครบกำหนดยื่นหนังสือถึง คสช. ให้ช่วยเหลือแก้ปัญหาราคายางตกต่ำซึ่งจะครบกำหนดในวันพฤหัสบดีนี้ก่อน ซึ่งหากพ้นวันดังกล่าวแล้วยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงของราคายาง ก็จะเรียกประชุมเกษตรกรเพื่อหาแนวทางในการเคลื่อนไหวอีกครั้งขณะที่วันนี้ มียางแผ่นดิบจากพ่อค้า และ ชาวสวน เข้ามายังตลาดกลางมากกว่าปกติแต่ยังไม่มีการเปิดประมูล โดยราคายางแผ่นดิบ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อยู่ที่ 53 บาท น้ำยางดิบราคา 48 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคายางวันนี้ จะเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ราคาเท่าใดนั้น ต้องรอการเปิดประมูลราคายางที่ตลาดกลางในวันนี้เสร็จสิ้นก่อน นายเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสวนยางหลายแห่งถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่าไม่มีการกรีดยาง เนื่องจากส่วนแบ่งในการกรีดยางไม่คุ้มทั้งลูกจ้างและนายจ้าง เพราะราคายางตกต่ำมาก ซึ่งทางชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยาง จะเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่แกัปัญหา โดยให้ชาวสวนยางทั่วประเทศ หยุดกรีดยาง 6 เดือน ซึ่งทำให้ปริมาณยางในตลาดลดลง จะส่งผลให้ราคายางสูงขึ้นตามกลไกตลาด และให้รัฐขยายเวลาการขายยางในสต็อกออกไปเป็นเดือนเมษายน 2558 รวมทั้งเจรจากับประเทศผู้ปลูกยางให้หยุดกรีดยาง เพื่อให้ปริมาณยางในตลาดโลกลดลง นายชนะชัย เปล่งศิริวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง กล่าวว่า คสช.ได้อนุมัติให้ระบายสต็อกยาง 2.1 แสนตันแล้ว และองค์การสวนยางได้อนุมัติขายให้กับเอกชนผ่านสมาคมยางพาราไทยไปจำนวนหนึ่งแล้ว ซึ่งจะมีการลงนามภายใน 1-2วันนี้ ยืนยันราคาที่ขายในครั้งนี้สูงกว่าราคาตลาดเอฟโอบี.กิโลกรัมละ 2-3 บาท การระบายสต็อกยางในครั้งนี้ นอกจากขายเอกชนแล้ว ยังจะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และใช้ในประเทศด้วย โดยต้องบริหารจัดการให้เหมาะสมกับปริมาณยางในตลาด เพื่อไม่ให้ราคาตกต่ำไปมากกว่าปัจจุบัน

การบินไทยแจงนักบินลาออก 200 คนไม่กระทบการบิน

Mon, 2014-08-25 11:11
การบินไทย แจงกรณีนักบินลาออก 200 คน เป็นยอดการลาออกสะสม 5 ปี เฉลี่ยปีละ 30-40 คน ถือเป็นอัตราปกติ ยืนยันไม่กระทบต่อการบิน เนื่องจากการบินไทยรับนักบินใหม่เข้ามาทุกปี ปีละ 90-100 คน พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย พร้อมทีมผู้บริหาร ร่วมกันชี้แจงกรณีกระแสข่าวนักบินการบินไทย 200 คนลาออก โดยชี้แจงว่า ตัวเลขการลาออกดังกล่าว เป็นยอดการลาออกสะสมในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยปีละ 30-40 คน โดยในปีนี้มียอดการลาออกอยู่ที่ประมาณ 30 คนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นอัตราการลาออกปกติสำหรับนักบินที่ลาออกส่วนใหญ่ เป็นการถูกซื้อตัวจากสายการบินฝั่งตะวันออกกลาง และ โลว์คอสแอร์ไลน์ ตามอุตสาหกรรมการบินที่ขยายตัวมากขึ้น ทำให้สายการบินมีความต้องการนักบินเพิ่ม โดยปัจจัยที่ทำให้นักบินตัดสินใจลาออกนั้น เนื่องจากค่าตอบแทนที่ได้รับจากสายการบินอื่นๆอยู่ในระดับที่สูงกว่า รวมถึงโอกาสจะได้รับการโปรโมทขึ้นเป็นนักบินในสายการบินโลว์คอส เร็วกว่าของสายการบินไทยที่ต้องพิจารณาตามอาวุโส รักษาการดีดี.การบินไทย ยืนยันว่า การลาออกดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อการบินของการบินไทย เนื่องจากแต่ละปีการบินไทย รับนักบินฝึกหัด และนักบินที่มีความชำนาญ เข้ามาทำหน้าที่เฉลี่ยปีละ 90-100 คน ซึ่งเพียงพอต่อการทำการบินอยู่แล้ว ทั้งนี้ ปัจจุบันการบินไทยมีนักบินทั้งหมด 1,350 คน โดยนักบินทุกคนผ่านการฝึกอบรม และ ปฏิบัติการบินเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้ง บริษัทได้วางแผน และ ดูแลด้านอัตรากำลังคนในตำแหน่งนักบินเป็นอย่างดี

ชมรมชาวสวนยางประกาศรณรงค์หยุดกรีดยาง 6 เดือน

Mon, 2014-08-25 08:43
ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทยประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อรณรงค์ให้ชาวสวนหยุดกรีดยาง 6 เดือน แก้ปัญหายางพาราราคาตกต่ำ

ถกงบคมนาคมปี 58 เน้นปรับปรุงทางหลวงชนบท

Fri, 2014-08-22 15:53
คณะกรรมาธิการงบประมาณปี 58 เผยถกงบกระทรวงคมนาคม เน้นพัฒนาและปรับปรุงถนนทางหลวง และทางหลวงชนบท พร้อมย้ำความโปร่งใส ปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้น พล.ท.ชาตอุดม ติตถะศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 แถลงผลการประชุม ว่า ที่ประชุมได้พิจารณางบประมาณไป 8 กระทรวง ปรับลดงบประมาณไป 2,423 ล้านบาท โดยวันนี้ เป็นงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ปรับลดลง 736 ล้านบาท แต่โดยรวมถือว่ากระทรวงคมนาคม ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มจากเดิมหลักแสนล้านบาท เพื่อพัฒนาและปรับปรุงถนนทางหลวง และทางหลวงชนบท ซึ่งกรรมาธิการเน้นย้ำความโปร่งใส และตรวจสอบเรื่องการกระจายให้ทั่วทุกภูมิภาค ในขณะที่รัฐวิสาหกิจที่อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำให้ปรับปรุงพัฒนาบริการให้ดีขึ้น ทั้งนี้ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯไม่ได้เน้นการปรับลด แต่เน้นให้ใช้งบประมาณเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน นอกจากนี้ การประชุมก่อนหน้านี้ ได้พิจารณางบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเน้นตามนโยบาย คสช.ให้ช่วยเหลือเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต กำหนดโซนนิ่งพืชเกษตร และเร่งรัดกรมชลประทานและกรมพัฒนาที่ดิน ดูแลการใช้จ่ายให้เป็นไปตามงบประมาณโครงการ หากงานใดที่ยังไม่พร้อม เช่น การขุดลอกคูคลอง การพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทาน ก็ให้อนุกรรมาธิการฯที่ตั้งขึ้นมาพิจารณา หากยังไม่พร้อมจะให้ปรับลดงบประมาณออกไปก่อนอย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯได้ปรับเวลาการประชุม กำหนดประชุมเฉพาะวันราชการ คือวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-21.00 น. ยกเว้นวันอังคาร ที่ประชุมเวลา 13.30 -21.00 น. แต่ตารางกำหนดเสร็จยังเป็นไปตามกรอบเดิม คือ 3 ก.ย. และส่งพิมพ์ร่างแก้ไขฯในวันที่ 5 ก.ย. เพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิกได้ทัน 11 ก.ย.และ พิจารณาวาระ2-3 ในวันที่ 17 ก.ย.

หอการค้าสุราษฎร์ฯแนะจัดโซนนิ่งยางพาราแก้ปัญหาราคา

Fri, 2014-08-22 12:14
รองประธานสภาหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี เสนอแนะจัดโซนนิ่งยางพารา เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ขณะที่ชาวสวนยางเตรียมประชุมหาแนวทางเคลื่อนไหวร่วมกัน บ่ายวันนี้ นายวีระชัย ศรีโพธิ์ชัย รองประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุว่าปัญหาราคายางที่ตกต่ำในขณะนี้ สาเหตุมาจากการที่ไทยไม่มีการจัดโซนนิ่ง ปล่อยให้ปลูกยางในทุกพื้นที่โดยไม่มีการควบคุม จึงทำให้คุณภาพยางด้อยลง ทำให้สูญเสียโอกาสเมื่อเข้าสู่ตลาดโลก ซึ่งวิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ ควรจัดระบบโซนนิ่ง ทั้งนี้ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกยางที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก อีกทั้งปัจจัยราคายางควรอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลประกอบกัน และ ควรแก้ไขที่ต้นทุนการผลิต ส่วนความเคลื่อนไหวของตัวแทนชาวสวนยางพาราในจังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมเพื่อหาแนวทางเคลื่อนไหวร่วมกัน ที่กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง อำเภอเวียงสระ สำหรับราคายางแผ่นดิบที่ตลาดกลาง กิโลกรัมละ 53.49 บาท  ,น้ำยางหน้าโรงงาน กิโลกรัมละ 50.50 บาท ขณะที่ราคายางในสวน ต้องปรับลดลงอีก 2 บาท อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามชาวสวนยางส่วนใหญ่ต้องการน้ำยางสดราคาท้องถิ่นไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 70 บาท ยางแผ่นไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 80 บาท และ เศษยางไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 30 บาท จึงจะอยู่ได้

เสนอขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ต.ค.นี้

Fri, 2014-08-22 11:07
กระทรวงการคลัง ชงรัฐบาลใหม่ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 8 เปอร์เซ็นต์ ให้เร็วขึ้นภายในเดือนตุลาคมนี้ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าจะเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ พิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ จำนวน 8% ภายในเดือนตุลาคมนี้ จากเดิมที่กำหนดจะปรับขึ้นในเดือนเมษายน ปี 58 ที่ต้องใช้งบประมาณร่วม 20,000 ล้านบาท แต่หากเลื่อนมาขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ จะใช้เงินประมาณ 40,000 ล้านบาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการปรับขึ้น ซึ่งจะเลื่อนเร็วขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่จะเป็นผู้ตัดสินใจ และขณะนี้กรมบัญชีกลาง และ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดทางเลือกในการขึ้นเงินเดือน ว่าแต่ละแนวทางจะต้องใช้เงินจำนวนเท่าใด ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่าภายหลังขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการแล้ว จะเสนอรัฐบาลปรับแก้การยื่นแบบเสียภาษีใหม่สำหรับช่วยประชาชนทั่วไปที่มีรายได้น้อยให้เกิดความเท่าเทียม ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ศึกษาการจ่ายเงินภาษีให้กับคนจนไว้แล้ว จากเดิมจะให้ผู้มีรายได้เกิน 30,000 บาท/ปีต้องยื่นแบบการเสียภาษี แก้เป็นผู้มีรายได้ตั้งแต่ 1 บาทแรก ต้องยื่นแบบเสียภาษี ทั้งนี้ จะมีผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปีได้สิทธิรับโอนเงินจากรัฐ 20% ของรายได้ที่ได้รับ คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 18 ล้านคน หรือ 27.5% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะต้องใช้เงินงบประมาณตกปีละ ประมาณ 55,000 ล้านบาท

นักธุรกิจเอเชีย 5 ชาติเชื่อมั่นการทำงานของ คสช. ให้คะแนนเกรดเอ

Fri, 2014-08-22 08:18
ศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดผลการวิจัยความคิดเห็นของนักธุรกิจ 5 ชาติในเอเชียที่ทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 1 ปี ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และมาเลเซีย จำนวน 660 คน เกี่ยวกับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และนักธุรกิจไทย พบว่า ระดับความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของนักธุรกิจเอเชีย ถือเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับแนวทางการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เมียนมาร์-เตรียมก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์

Thu, 2014-08-21 13:28
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเมียนมาร์กล่าวว่าในระยะแรกจะมีบริษัทเพียงไม่กี่บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ย่างกุ้งเนื่องจากต้องคัดสรรบริษัทที่มีความเข้มแข็งเท่านั้น โดยขณะนี้มีเพียง 6 บริษัทที่อยู่ในข่ายได้รับการคัดเลือก และคาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปีกว่าตลาดหุ้นย่างกุ้งจะแข็งแรงผู้บริหารของบริษัท Mapco กล่าวว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าจะลงทุนอย่างไร ส่วนใหญ่จึงใช้เงินไปกับการซื้อบ้าน ซื้อเงินดอลลาร์ ทองคำ และที่ดินและมักไม่สามารถเข้าถึงตลาดเงินได้ การมีตลาดหุ้นจึงเป็นช่องทางในการลงทุนและสร้างงาน คาดว่าการร่างนโยบายและกติกาต่างๆ เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์จะเสร็จสิ้นภายในเดือนนี้และเปิดทำการได้ในปีหน้า

ยุทธศาสตร์คมนาคมระบบราง

Wed, 2014-08-20 15:57
กระทรวงคมนาคม เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งทางรางคู่ระยะเร่งด่วน 6 เส้นทางรองรับการให้บริการทั้งในและนอกประเทศเตรียมเชื่อมโยง AEC และจีนนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากการที่ คสช."ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม" ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งทางรางคู่ มีการพัฒนารถไฟทางคู่รวม 8 เส้นทางซึ่งจะเริ่มดำเนินการปี 2558  โดย 2 เส้นทาง คือ เส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-ท่าเรือแหลมฉบัง และ เส้นทางเชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี ระยะทาง 655 กิโลเมตร ได้มีการปรับเพิ่มขนาดรางเป็น 1.435 เมตร เพื่อรองรับการบริการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารได้มากขึ้น ที่สำคัญเตรียมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน (AEC) ปี 2558 และเชื่อมโยงกับประเทศจีน เนื่องจากระบบรางดังกล่าวเป็นระบบรางที่ประเทศจีนได้ส้รางมาถึงชายแดนประเทศลาว ที่ห้วยทราย แขวงบ่อแก้วแล้วส่วนอีก 6 เส้นทาง จะเป็นรางขนาด 1 เมตร ในเส้นทางระยะสั้นภายในประเทศ ซึ่งจะใช้ในการขนส่งและให้ผู้โดยสาร ระยะทางรวม 185 กิโลเมตร ได้แก่ เส้นชุมทางจิระ-ขอนแก่น, เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร, เส้นทางนครปฐม-หัวหิน, เส้นทางมาบกะเบา-นครราชสีมา, เส้นทางลพบุรี-ปากนำโพ และเส้นทางหัวหิน-ประจวบฯสำหรับสถานที่รองรับโครงการคมนาคมระบบรางทุกระบบ โดยจะใช้สถานีกลางบางซื่อที่ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ เป็นจุดศูนย์กลางคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพมหานครอีกแห่งและเพื่อรองรับการพัฒนาระบบรางดังกล่าว ได้มีการเตรียมการตั้ง"กรมการขนส่งทางราง" เพื่อวางนโยบายและกำกับดูแลหน่วยงานด้านระบบราง ทั้งรถไฟฟ้า และรถไฟรางคู่ โดยการดูแลมาตรฐานการให้บริการ ราคา และความปลอดภัย ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ในทันในช่วงที่ คสช.บริหารประเทศ

กรมสรรพากรเดินหน้าจัดเก็บภาษีมรดก

Wed, 2014-08-20 10:59
กรมสรรพากร เตรียมเดินหน้าจัดเก็บภาษีมรดก ทั้งอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ หุ้น และ พันธบัตร หลังที่ประชุม คสช.มีมติอนุมัติในหลักการ นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่าหลังที่ประชุมใหญ่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. อนุมัติในหลักการให้กรมสรรพากร ดำเนินการจัดเก็บภาษีมรดกได้ โดยหลักการเบื้องต้นให้จัดเก็บภาษีดังกล่าวจากผู้ที่ได้รับมรดก อาทิ อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เงินฝาก และพันธบัตร ซึ่งอัตราการจัดเก็บจะเฉลี่ยอยู่ที่ 5-30% ของราคาสินทรัพย์ ทั้งนี้ เมื่อ คสช.อนุมัติแล้ว กรมสรรพากร จะส่งข้อกฎหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ก่อนส่งให้ คสช.พิจารณาในขั้นตอนสุดท้ายอีกครั้ง ก่อนประกาศบังคับใช้ต่อไป นายสมชาย ภัคภาคน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ ระบุ หากไทยจัดเก็บภาษีมรดก จะทำให้มีรายได้เข้ารัฐมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี เพราะการทำธุรกรรมที่ผ่านมาของผู้มีรายสูงมักจะหลีกเลี่ยงภาษีการซื้อขายด้วยการแจ้งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นมรดกแทน ซึ่งรายได้ส่วนนี้ที่รัฐควรได้หายไปมาเป็นระยะเวลานาน ด๊อกเตอร์เชาว์ เก่งชล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับกระทรวงการคลัง จะมีการจัดเก็บภาษีมรดกเป็นครั้งแรก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ เพื่อเสนอต่อ คสช. เพราะจะทำให้มีรายได้เข้าคลังมากขึ้น หลังมีรายได้ลดลงจากการปรับลดภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ที่สำคัญจะสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม ซึ่งขณะนี้การกระจายรายได้ยังมีความแตกต่างกันมากระหว่างคนจนและคนรวย รายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้รัฐบาลสามารถนำไปช่วยเหลือทางด้านการศึกษาและสาธารณสุขแก่คนยากจนได้ พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงอัตราการจัดเก็บภาษีมรดกที่กำหนดไว้สูงสุด อยู่ที่ร้อยละ 20 สำหรับทรัพย์มรดกที่มีตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป ว่าเป็นอัตราก้าวหน้าที่เหมาะสม เพราะในต่างประเทศส่วนใหญ่ก็ใช้อัตราก้าวหน้า คือคนที่มีรายได้มากก็ต้องเสียมาก หากเทียบกับภาษีบุคคลธรรมดาที่กระทรวงการคลังจัดเก็บอยู่ในขณะนี้ ถือว่าเป็นอัตราไม่สูงมาก ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศพัฒนาแล้วมีการจัดเก็บภาษีมรดกในอัตราที่สูงมาก ทั้งในสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เนื่องจากคนมีรายได้สูงที่สะสมทรัพย์สินไว้เป็นจำนวนมาก มักจะไม่นำทรัพย์สินเหล่านั้นออกมาใช้หรือก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและประเทศชาติ โดยประเทศญี่ปุ่นมีการจัดเก็บภาษีมรดกจากผู้รับในอัตราสูงถึง 50% ทำให้คนชราในญี่ปุ่นเก็บสะสมเงินน้อยลง และกลายเป็นกลุ่มคนที่กำลังซื้อของประเทศ ซึ่งคนชรากลุ่มนี้มักจะชอบเดินทางและท่องเที่ยวเพื่อใช้จ่ายเงิน ซึ่งวิธีการนี้ทำให้มีเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

สรรพากรเล็งเสนอรัฐบาลใหม่คลอดภาษีมรดก

Wed, 2014-08-20 08:38
แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรเล็งเสนอรัฐบาลใหม่คลอดร่างภาษีมรดก โดยมีหลักการสำคัญ 4 ข้อ คือ1.เก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับมรดก2.มรดกที่ถูกเก็บภาษี ต้องเป็นสินทรัพย์ที่มีการขึ้นทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ หุ้น เงินฝากหรือพันธบัตร เป็นต้น3.อัตราภาษีที่กำลังอยู่ระหว่างพิจารณานั้น จะจัดเก็บในอัตราสูงกว่า 5% แต่น้อยกว่า 30% ของราคาสินทรัพย์ และ4.เก็บภาษีมรดกจะจัดเก็บจากสินทรัพย์ที่อยู่ในตลาด หลักทรัพย์และนอกตลาดหลักทรัพย์

คสช.เห็นชอบสร้างฐานการผลิตรถอีโก้คาร์ในไทย

Tue, 2014-08-19 15:32
หัวหน้า คสช. ห่วงราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหามาตราการช่วยเหลือ ขณะเดียวกันเห็นชอบการสร้างฐานการผลิตรถอีโก้คาร์ในประเทศไทย พันเอก วินธัย สุวารี รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงผลการประชุม คสช.คณะใหญ่ ครั้งที่ 11 ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องราคาสินค้าเกษตร โดยขอความร่วมมือจากพ่อค้าคนกลางให้เห็นใจเกษตรกร และ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด หาแนวทางในการขายสินค้าของเกษตรกรโดยตรง ไม่ต้องรอมาตรการของภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว ในส่วนการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ให้ทุกภาคส่วนหาแนวทางเพื่อให้การดำเนินการได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ หัวหน้า คสช.ยังกำชับให้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยไม่ต้องแบ่งแยก และให้ตรงกับการทำงานในแต่ละด้าน เพื่อให้มีผลกับการปฏิรูปประเทศ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงนอกจากนี้ หัวหน้า คสช. ยังได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ศึกษารายละเอียดเพื่อพัฒนารถไฟ เชื่อว่าจะสามารถเสริมการลงทุนได้ ขณะเดียวกัน มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำภาพยนตร์เพื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศอีกด้วยทั้งนี้ หัวหน้า คสช. ยังแสดงความเป็นห่วงเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ซึ่งราคาตกต่ำลง โดยกำชับให้ช่วยเหลือในเรื่องของการเสริมสินเชื่อในการแปรรูปและผลิต เพื่อบรรเทาปัญหาของเกษตรกร  นอกจากนี้ หัวหน้า คสช.ได้เห็นชอบการสร้างฐานการผลิตรถยนต์ประเภท อีโก้คาร์ ในประเทศไทย และยังได้แสดงความชื่นชมและให้กำลังใจนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่ทำให้คนไทยมีความสุข

เวียดนาม-เริ่มโครงการหมู่บ้านเกษตรแผนใหม่

Tue, 2014-08-19 13:58
เมืองดาลัดในจังหวัดลำดงของเวียดนามถูกตั้งเป้าให้เป็นเมืองศูนย์กลางการเกษตรของเอเชียหลังจากรัฐบาลเวียดนามร่วมมือกับญี่ปุ่นพัฒนาเกษตรของเมืองนี้โดยลอกแบบหมู่บ้านกาวากามิ มูระในญี่ปุ่นซึ่งเคยยากจนให้กลายเป็นหมู่บ้านมหัศจรรย์ด้วยผลผลิตทางเกษตรที่มีคุณภาพ โดยขณะนี้มีการทดลองปลูกพืช 13 ชนิดในพื้นที่ 5 พันตารางเมตรและมีการขายผลผลิตป้อนนครโฮจิมินห์ซิตี้แล้วด้วยข้อได้เปรียบคือต้นทุนต่ำเพราะค่าแรงต่ำและรัฐบาลตั้งเป้าจะขยายการผลิตให้ทั่วประเทศเพื่อป้อนตลาดเอเชียได้ถึง 30-50% ในอีก 5 ปีข้างหน้า

การบินไทยออกมาตรการป้องกันไวรัสอีโบลา

Tue, 2014-08-19 11:26
บริษัทการบินไทย ออก 7 มาตรการในการป้องกันโรคไวรัสอีโบลา ตั้งแต่การคัดกรองผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง ไปจนถึงการทำความสะอาดเครื่องบินหลังให้บริการ เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้โดยสารผู้ใช้บริการร้อยตรี อนุสสรณ์ นาคศรีชุ่ม รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจการบิน บริษัท การบินไทย จำกัดมหาชน แถลงถึงมาตรการในการป้องกันโรคไวรัสอีโบลา พร้อมกับนำคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตุการณ์ขั้นตอนการทำคามสะอาด และพ่นยาฆ่าเชื้อภายในอากาศยาน โดยระบุว่าการบินไทยได้ดำเนินมาตรการป้องกัน 7 ข้อ ตั้งแต่การคัดกรองผู้โดยสาร การให้บริการบนเครื่องบิน จัดเตรียมอากาศยานและฆ่าเชื้อโรค การทำความสะอาดภายในอากาศยาน การป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยของพนักงาน มาตรการด้านรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ และ มาตรการด้านโภชนาการขณะที่รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เชิญประชาสัมพันธ์สาธารณสุขทั่วประเทศ จำนวน 230 คน เข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องในการเผยแพร่ข่าวสารเรื่องการระบาด การติดต่อ วิธีการป้องกันโรค พร้อมเพิ่มความเชื่อมั่น ระบบความพร้อมของประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข จะเข้มงวดในการตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง แม้จะประเมินว่าไทยมีความเสี่ยงต่ำก็ตาม เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เชื้อดังกล่าวเข้าสู่ประเทศไทย

สศช.ปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือ 1.5-2%

Mon, 2014-08-18 12:41
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ลดเป้าจีดีพีปีนี้ เหลือไม่เกิน 2% เหตุเศรษฐกิจครึ่งปีแรกติดลบ 0.1% นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. แถลงตัวเลขจริงจีดีพีไตรมาส 2 ว่า ขยายตัวเพียง 0.4%  แม้ดีขึ้นจากไตรมาสแรกติดลบ 0.5% แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้จีดีพีครึ่งปีแรกขยายตัวเป็นบวก เฉลี่ยติดลบอยู่ที่ 0.1% เพราะมีการชุมนุมทางการเมืองยืดเยื้อนานถึง 5 เดือน ทำให้สภาพัฒน์ปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือ 1.5-2% จากเดิมอยู่ที่ 1.5-2.5% อีกทั้งได้ปรับลดเป้าการส่งออกในปีนี้เหลือเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ หลังไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ แม้ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรก หดตัวถึง 0.8 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังต่ำกว่า คาดการณ์เดิม 4.2 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะที่การท่องเที่ยวต้องใช้เวลาฟื้นตัว ส่วนลงทุนภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว เห็นได้จากอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานทั่วประเทศอยู่ในระดับต่ำ หลังมีความล่าช้าในการอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุน แม้ขณะนี้การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐดีขึ้นแล้วก็ตาม โดยประเมินการลงทุนของภาคเอกชนจะหดตัวถึง 2.9% ส่วน ภาครัฐทั้งปีขยายตัว 1% ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2558 คาดว่า จะขยายตัวได้ 3.5-4.5% แต่ก็ยังเป็นการเติบโตในอัตราต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ หากมีการเพิ่มประสิทธิภาพของภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มที่ เศรษฐกิจไทยจะโตได้ 5-6% คาดหวังว่าการลงทุนของภาครัฐทั้งระบบรถไฟรางคู่ และการลงทุนในโครงการบริหารจัดการน้ำ เริ่มก่อสร้างช่วงปลายปีนี้จะเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สศช.ปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือ 1.5

Mon, 2014-08-18 12:41
สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ลดเป้าจีดีพีปีนี้ เหลือไม่เกิน2% เหตุเศรษฐกิจครึ่งปีแรกติดลบ 0.1% นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. แถลงตัวเลขจริงจีดีพีไตรมาส 2 ว่า ขยายตัวเพียง 0.4%  แม้ดีขึ้นจากไตรมาสแรกติดลบ 0.5% แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้จีดีพีครึ่งปีแรกขยายตัวเป็นบวก เฉลี่ยติดลบอยู่ที่ 0.1% เพราะมีการชุมนุมทางการเมืองยืดเยื้อนานถึง 5 เดือน ทำให้สภาพัฒน์ปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือ 1.5-2% จากเดิมอยู่ที่ 1.5-2.5% อีกทั้งได้ปรับลดเป้าการส่งออกในปีนี้เหลือเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ หลังไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ แม้ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรก หดตัวถึง 0.8 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังต่ำกว่า คาดการณ์เดิม 4.2 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะที่การท่องเที่ยวต้องใช้เวลาฟื้นตัว ส่วนลงทุนภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว เห็นได้จากอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานทั่วประเทศอยู่ในระดับต่ำ หลังมีความล่าช้าในการอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุน แม้ขณะนี้การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐดีขึ้นแล้วก็ตาม โดยประเมินการลงทุนของภาคเอกชนจะหดตัวถึง 2.9% ส่วน ภาครัฐทั้งปีขยายตัว 1% ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2558 คาดว่า จะขยายตัวได้ 3.5-4.5% แต่ก็ยังเป็นการเติบโตในอัตราต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ หากมีการเพิ่มประสิทธิภาพของภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มที่ เศรษฐกิจไทยจะโตได้ 5-6% คาดหวังว่าการลงทุนของภาครัฐทั้งระบบรถไฟรางคู่ และการลงทุนในโครงการบริหารจัดการน้ำ เริ่มก่อสร้างช่วงปลายปีนี้จะเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Pages