ข่าวเศรฐกิจ

Subscribe to ข่าวเศรฐกิจ feed ข่าวเศรฐกิจ
www.krobkruakao.com
Updated: 2 hours 11 min ago

คสช.อนุมัติงบเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างคมนาคมพื้นฐาน

Wed, 2014-07-30 09:01
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสช.ชุดใหญ่ในวันนี้เห็นชอบในหลักการเดินหน้าร่างยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ 2558-2565 ประกอบด้วย 4 ด้าน 5 แผนงาน ได้แก่ สร้างรากฐานทางสังคม,สร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ, สร้างความปลอดภัยในการเดินทาง และให้ใช้ประโยชน์จากการรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน โดย มี 5 แผนงาน ได้แก่1.การพัฒนาโครงข่ายระหว่างเมือง2.การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะในกทม.และปริมณฑล3.การเพิ่มขีดความสามารถทางหลวง4. การพัฒนาการขนส่งทางน้ำ5. การเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการขนส่งทางอากาศพร้อมอนุมัติแผนงานเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปี 57/58 ได้แก่ การเชื่อมโยงโครงข่าย ประตูการค้าของประเทศ เมืองหลัก กทม.และปริมณฑล ,การพัฒนารถไฟรางคู่ 5 เส้นทางใหม่ วงเงินรวม 1.16 แสนล้านบาท คือ 1.ลพบุรี-ปากน้ำโพ 2.มาบกะเบา-นครราชสีมา (ถนนจิระ) 3.ถนนจิระ-ขอนแก่น 4.นครปฐม-หัวหิน และ 5.ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-พร้อมกันนี้ คสช. ได้ปรับลดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเดิมมาเป็นรถไฟรางคู่ใน 2 เส้นทาง คือ หนองคาย-แหลมฉบัง และเชียงของ-แหลมฉบัง ระยะทางรวม 1,392 กิโลเมตร โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหางบประมาณที่จะใช้ดำเนินการทั้งหมดเสนอเข้ามาอีกครั้งภายใน 30 วัน นอกจากนี้ คสช. ยังได้อนุมติให้ต่ออายุโครงการรถเมล์และรถไฟฟรีไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557-มกราคม 2558

คสช.มีมติต่ออายุรถเมล์-รถไฟฟรี อีก 6 เดือน

Wed, 2014-07-30 08:33
ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีมติขยายเวลามาตรการใช้รถเมล์และรถไฟฟรีอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2557-31 ม.ค.2558 จากปัจจุบันที่จะครบกำหนดในวันที่ 31 ก.ค.นี้

คสช.ไฟเขียว เดินหน้ารถไฟรางคู่ 6 เส้นทาง

Wed, 2014-07-30 08:32
ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติกรอบหลักการแผนยุทธศาสตร์คมนาคมขนส่งของไทย ระหว่างปี 2558 - 2565 โดยได้อนุมัติแผนลงทุนโครงการรถไฟรางคู่ ขนาดราง 1 ม. 6 เส้นทาง คิดเป็นวงเงินกว่า 127,000 ล้านบาท หลังประเมินว่าหากใช้รางขนาดเดียวกับรถไฟความเร็วสูง ต้องเปลี่ยนระบบราง และหัวรถจักรใหม่ทั้งหมด ใช้งบประมาณสูงกว่า 715,000 ล้านบาท

"สุรเกียรติ์" ชี้ต่างชาติเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยมากขึ้น

Tue, 2014-07-29 13:29
อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้ต่างชาติเริ่มเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยมากขึ้น แต่ยังคงจับตาการปฏิรูปประเทศไทยในงานสัมมนา Thailand Is Back ซึ่งจัดขึ้นโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัท เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับภาคเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมไทย ซึ่งนับเป็นงานแรกหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น หลังโรดแม็บทางการเมืองมีความชัดเจน โดยเฉพาะการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ยังจับตาทิศทางการปฏิรูปการเมืองไทยว่า เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในประเทศจริงหรือไม่ โดยมองว่าในระยะยาว ควรมีความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชน รวมถึงองค์กรต่างชาติ ซึ่งควรมีการวางยุทธศาสตร์การบริหารงาน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล และการต่อต้านคอร์รัปชั่น ส่วนการเดินหน้าเศรษฐกิจรัฐบาลจะต้องจับมือภาคเอกชนวางยุทธศาสตร์เป็นรายประเทศ ซึ่งแนวทางแต่ละประเทศแตกต่างกัน เช่น การเจาะตลาด หรือเชื่อมสัมพันธ์ด้วยวิธีเจรจากับอดีตผู้นำ หรือผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจส่วนในระยะสั้น จะต้องเร่งกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว หลังยอดลดลงไปถึง 5 แสนคน โดยมองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ยังไม่สูงมากนัก

จัดเก็บภาษี Vat เดือน ก.ค บวก 1.7%

Tue, 2014-07-29 12:02
กรมสรรพากร เผยการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนกรกฎาคม ขยายตัวเป็นบวก 1.7% ส่งสัญญาณการบริโภคเริ่มฟื้นตัว นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวถึงภาพรวมการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ vat ของเดือนกรกฎาคมว่า เพิ่มขึ้น 1.7% แสดงถึงการบริโภค และความเชื่อมั่นดีของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น สำหรับการจัดเก็บภาษีรวมในปี 2557 ที่ตั้งเป้าไว้ 1.89 ล้านล้านบาท คาดว่าจะลดลงจากเป้าประมาณ 1 แสนล้านบาท เนื่องจากการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ลดลงมาทำให้การจัดเก็บภาษี หายไปประมาณ 40,000 ล้านบาท สูงกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ที่ 20,000 ล้านบาท รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าก็ลดลงหายไป 48,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการจัดเก็บในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะดีขึ้น โดยเฉพาะไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 58 เดือนตุลาคมถึงธันวาคม สถานการณ์เศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยกรมสรรพากรจะพยายามจัดเก็บให้ได้เท่ากับปีงบประมาณ 56 และ ในวันพรุ่งนี้กรมสรรพากร จะเชิญสำนักงานบัญชี มาทำความเข้าใจถึงแนวทางการตรวจสอบ และ การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลของหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้จัดทำรายได้และรายจ่ายให้ครบถ้วน

สรุปตรวจโกดังข้าวภาคอีสาน หายกว่า 4 พันกระสอบ

Sun, 2014-07-27 14:14
กองทัพภาคที่ 2 สรุปผลตรวจสอบโกดังข้าวภาคอีสาน พบข้าวหายกว่า 4,000 กระสอบ และเสื่อมสภาพอีกกว่า 17,000 กระสอบวันนี้ พันเอกชินกาจ รัตนจิตติ โฆษกกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังข้าวในพื้นที่ภาคอีสานว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดกำลังทหาร ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวจากหน่วยงานต่างๆ ไปตรวจสอบโกดังข้าวทั้งหมด 297 โกดัง ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 3-26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว พบข้าวหายไปจำนวน 4,298 กระสอบ และข้าวเสื่อมสภาพเนื่องจากถูกน้ำท่วมอีกจำนวน 17,505 กระสอบ จากปริมาณข้าวในบัญชีที่มีทั้งหมดกว่า 23 ล้านกระสอบซึ่งปริมาณข้าวที่หายไปมีไม่ถึงร้อยละ 1 ซึ่งถือว่าน้อยมาก คาดว่าอาจเกิดมอดกิน หรือเกิดจากการที่เมล็ดข้าวรั่วไหลออกจากกระสอบ โดยข้อมูลปริมาณข้าวทั้งหมดทางกองทัพภาคที่ 2 ได้รวบรวมส่งไปให้คณะกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวส่วนกลางเรียบร้อยแล้ว

"ปนัดดา" เผยผลตรวจโกดังข้าว

Fri, 2014-07-25 12:48
หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุคเมื่อเช้านี้ ระบุความคืบหน้าการตรวจสอบข้าว พบหายไปโดยไม่มีเหตุผล ร้อยละ 5หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุควันนี้ ถึงผลการตรวจโกดังข้าวประจำวันที่ 23 ก.ค. 57 พบว่า ปริมาณข้าวขาดหายจากบัญชีเกินร้อยละ 5 โดยไม่ระบุเหตุผล มีเกิดขึ้นในโกดังหลายพื้นที่ นอกเหนือจากปัญหาอื่นๆ ซึ่งคณะทำงานฯ ได้รายงานให้ประธานคณะอนุกรรมการฯ ตรวจสอบข้าวแต่ละจังหวัดที่พบความผิดปกติของโกดังข้าวแล้ว โดยการตรวจสอบปริมาณข้าวคงเหลือ ขณะนี้เสร็จสิ้นไปกว่าร้อยละ 50 แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม

ผู้ค้าสลากรายย่อยปิดถนนประท้วงราคาสลาก

Fri, 2014-07-25 12:19
ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยนับพันคน รวมตัวกันปิดถนนสนามบินน้ำ เพื่อประท้วงยี่ปั๊วขายสลากให้ในราคาแพง ทำให้ไม่สามารถไปขายต่อในราคาที่ คสช.กำหนดการรวมตัวครั้งนี้เป็นการรวมตัวของผู้ค้าสลากรายย่อยจากทั่วประเทศ ซึ่งมารับสลากกินแบ่งรัฐบาล จากยี่ปั๊วที่ศูนย์การค้าสลากไทย ถนนสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี แต่ปรากฏว่า กลับต้องซื้อสลากในราคาส่ง แพงถึงใบละ 83 บาท ทั้งที่งวดที่แล้วราคาส่งอยู่ที่ 73 บาท สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ค้าสลากรายย่อย เพราะไม่สามารถไปขายต่อในราคาที่กำหนดได้ จึงรวมตัวกันปิดถนนประท้วง ส่งผลให้การจราจรในช่วงเช้าติดขัดอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร เข้ามาเจรจากับผู้ชุมนุมให้มีการเปิดการจราจร แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอม และเรียกร้องให้ยี่ปั๊วจำหน่ายสลากให้ราคาเดิม เจ้าหน้าที่ทหาร ได้เจรจากับยี่ปั๊ว จนได้ราคาใบละ 80 บาท แต่ขายให้เลขที่ไม่สวย ซึ่งผู้ค้ารายย่อยก็จำใจต้องซื้อไปจำหน่าย ซึ่งล่าสุดได้เปิดการจราจรเรียบร้อยแล้ว

ส.อ.ท.หั่นเป้าผลิตรถยนต์เหลือ 2.2 ล้านคัน

Fri, 2014-07-25 10:57
สภาอุตสาหกรรมฯ ยอมรับลดเป้าผลิตรถยนต์ปีนี้ เหลือ 2.2 ล้านคัน หลังยอดขายในประเทศทรุดหนัก แต่ยังได้ส่งออกที่ขยายตัว 10% ชดเชย นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้ปรับประมาณการการผลิตรถยนต์ และ รถจักรยานยนต์ในปี 2557 โดยในส่วนของรถยนต์นั้น ลดลงเหลือ 2.2 ล้านคัน จากเป้าหมายเดิม 2.4 ล้านคัน และ น้อยกว่ายอดผลิตจริงของปี 2556 กว่า 10.46% ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการที่ปีนี้หมดโครงการรถยนต์คันแรก และ มีปัญหาการเมือง ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการบริโภคในประเทศ ซึ่งในระยะถัดไปเชื่อว่าราคารถคงจะไม่ลดลง แต่ค่ายรถจะปรับตัวด้วยการจัดแคมเปญ ลด แลก แจก แถมมากขึ้น สำหรับการลดเป้าหมายผลิตลง 2 แสนคันนั้น เป็นการลดในส่วนของการผลิตเพื่อขายในประเทศจาก 1.2 ล้านคัน เหลือ 1 ล้านคัน ซึ่งเท่ากับว่าการผลิตเพื่อขายในประเทศจะลดลงจากปีที่แล้ว 25.41 % ขณะที่การผลิตเพื่อส่งออกยังคงไว้ที่ 1.2 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 7.02% เนื่องจากการส่งออกยังขยายตัวได้ดี มูลค่า รวมการส่งออกทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์ และชิ้นส่วนรวมแล้ว เกือบ 10% โดยการปรับประมาณการครั้งนี้จะทำให้ยอดการผลิตรถยนต์ในปีนี้ จะเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 54.54% ขายในประเทศ 45.45% ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นได้ลดประมาณการผลิตลงจากเดิม 2.25 ล้านคัน เหลือแค่ 2 ล้านคัน ยอดการผลิตลดลงจากปี 2556 ประมาณ 9.85% โดยจะเป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศ 1.7 ล้านคัน ผลิตเพื่อส่งออก 3 แสนคัน ส่วนข้อมูลยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน มิ.ย. 57 อยู่ที่ 7.38 หมื่นคัน ลดลง 30.4% ขณะที่ยอดขายรถจักรยานยนต์ 1.59 แสนคัน ลดลง 16.46% ทำให้ยอดขายรถยนต์ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 4.41 แสนคัน ลดลง 40.5% ส่วนรถจักรยานยนต์มียอดขาย8.78 แสนคัน ลดลง 20.05%

ผู้ค้าสลากรวมตัวปิดถนนประท้วงยี่ปั๊วตั้งราคาขายส่ง 83 บาท

Fri, 2014-07-25 08:18
ผู้ค้าสลากรวมตัวปิดถนนประท้วงหน้าสำนักงานสลากกินแบ่ง หลังยี่ปั๊วตั้งราคาขายส่งใบละ 83 บาท

กสทช.เคาะราคาคูปองส่วนลดทีวีดิจิตอลแล้ว 690

Thu, 2014-07-24 15:02
บอร์ด กสทช.มีมติกำหนดราคาคูปองส่วนลดซื้ออุปกรณ์และทีวีดิจิตอลแล้ว 690 บาท เสนอ คสช.อนุมัติสิ้นเดือนนี้ นำร่องแจกคูปองใน 4 จังหวัดที่มีโครงข่ายครอบคลุม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยถึงผลประชุม กสทช.วาระพิเศษว่า มีมติกำหนดมูลค่าคูปองที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่โทรทัศน์พื้นดินในระบบดิจิตอลที่ราคา 690 บาท ซึ่งไม่ใช่ราคาของกล่องแปลงสัญญาณ โดยประชาชนสามารถนำไปเป็นส่วนลด แลกซื้อโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่มีภาครับในตัว และ อุปกรณ์แปลงสัญญาณระบบดิจิตอล หรือ set top box แบบกล่องสัญญานภาคพื้นดิน( dvb-t2) ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. ซึ่งจำนวนครัวเรือนที่จะได้รับคูปองมีจำนวน 22.9 ล้านครัวเรือน ใช้เงินช่วยเหลือ 15,801 ล้านบาท โดยได้กำหนดระยะเวลาการใช้สิทธิ์ของคูปองภายใน 6 เดือน ซึ่งหากประชาชนไม่ใช้สิทธิ์ก็จะนำเงินส่งเข้ากองทุน กสทช. ทั้งนี้ เบื้องต้นจะนำร่องแจกจ่ายใน 4 จังหวัดที่มีโครงข่ายโทรทัศน์ครอบคลุมแล้ว คือ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล  เชียงใหม่  สงขลา และ จังหวัดขอนแก่น ภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะดำเนินการโดยจัดส่งผ่านไปรษณีย์ตอบรับ ส่วนการพิมพ์คูปองนั้นจะจ้างหน่วยงานของรัฐ  อาทิ กองสลากฯ หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อป้องกันการปลอมแปลง คุ้มค่ากับงบประมาณ รวมทั้ง ให้จัดตั้งคณะกรรมการจัดพิมพ์ จัดส่ง และ เรียกเก็บเงินจาก กสทช. อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ จะนำมตินี้เสนอ คสช. ผ่านคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐอนุมัติอีกครั้ง

คสช.เตรียมยกร่าง พ.ร.บ.กลุ่มแรงงาน

Wed, 2014-07-23 11:15
ปัญหาแรงงานและการค้ามนุษย์เป็นหนึ่งในกลุ่มกฎหมายเร่งด่วนที่ คสช.จะพิจารณานำเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์จากนายหน้าเถื่อน และ เจ้าหน้าที่รัฐร่างกฎหมายที่ คสช.จะเร่งผลักดัน แบ่งได้ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น เช่น เสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542, แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ให้คดีทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ และ ข้าราชการการเมืองไม่มีอายุความ กลุ่มบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เช่น เสนอให้ยกร่าง พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ เพื่อแก้ปัญหาการทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสม, ยกร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อจัดระบบการค้ำประกันและการจำนองใหม่ เพื่อแก้ปัญหาเจ้าหนี้ใช้ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจบังคับทำสัญญา กลุ่มเศรษฐกิจ เช่น เสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520, แก้ไข พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 และกลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มแรงงาน อาจมีการพิจารณายกร่าง พ.ร.บ.แรงงานทางทะเล และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน

เมียนมาร์ส่งออกอาหารทะเลลดลง

Tue, 2014-07-22 13:27
แม้จะได้รับสิทธิพิเศษการส่งออกอาหารทะเลจากอียู แต่เมียนมาร์กลับมีข้อจำกัดและไม่สามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้ตามที่คาดหวัง ทำให้รัฐบาลต้องเร่งกำหนดนโยบายว่าด้วยการประมง รวมทั้งขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศรองผู้อำนวยการสำนักงานประมงเมียนมาร์เปิดเผยถึงปัญหาและอุปสรรคในความพยายามที่จะขยายตลาดส่งออกปลาและอาหารทะเลไปยังสหภาพยุโรปหรืออียู โดยระบุว่าแม้ปีนี้ปริมาณการส่งออกอาหารทะเลของเมียนมาร์จะเพิ่มขึ้น 2 พันตันจาก 8 พันตันในปีที่แล้ว โดยมูลค่าการส่งออกระหว่างปีที่แล้วและปีนี้จะมากกว่า 530 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั้งๆ ที่เมียนมาร์ได้รับสิทธิพิเศษจากอียู โดยสาเหตุสำคัญมาจากแหล่งวัตถุดิบหรือปริมาณปลาที่ลดลงจนน่าเป็นห่วงด้านรัฐบาลก็ออกมายืนยันว่าขณะนี้ได้มีการทบทวนและปรับเปลี่ยนนโยบายการจับปลาให้เข้มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ก็ได้ขอความช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญจากเนเธอร์แลนด์มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการส่งออก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าผู้ส่งออกจะต้องศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการส่งออกอาหารทะเลไปยังตลาดอียูให้เข้าใจเสียก่อน โดยปัจจุบันมีเพียง 20 โรงงานเท่านั้นที่มีใบอนุญาติส่งอาหารทะเลไปยังอียู

คสช.พิจารณาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

Tue, 2014-07-22 11:22
การประชุม คสช.ชุดใหญ่ วันนี้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานชุดใหญ่ มูลค่า 2.4 ล้านล้านบาท ให้หัวหน้า คสช.พิจารณาอนุมัติ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช.ด้านเศรษฐกิจ จะเสนอร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ 5 ด้าน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.พิจารณาอนุมัติ วงเงินมากถึง 2.4 ล้านล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างในปีงบประมาณ 2558-2559 วงเงินประมาณ 7 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 1.ยุทธศาสตร์รถไฟ ส่วนใหญ่เป็นโครงการสร้างรถไฟรางคู่ ทั้งเส้นใหม่และเก่า รวม 8 เส้นทาง วงเงิน 2.3 แสนล้านบาท 2.ยุทธศาสตร์การขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เน้นก่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย และถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา แอร์พอร์ตลิงค์ส่วนต่อขยาย 3.ยุทธศาสตร์ทางถนน ส่วนใหญ่เชื่อมภูมิภาคและเชื่อมระหว่างจังหวัด วงเงินรวม 2.7 หมื่นล้านบาท 4.ยุทธศาสตร์ทางน้ำ ส่วนใหญ่เป็นโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือ เขื่อนป้องกันตลิ่ง และขุดลอกร่องน้ำ 5.ยุทธศาสตร์ทางอากาศ เน้นโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 และท่าอากาศยานดอนเมือง ขณะที่กระทรวงการคลังก็จะเสนอ คสช. เปลี่ยนแปลงบอร์ดแบงก์รัฐทั้งหมดโดยจะมีผลตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป จากการเปิดเผยของนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ว่า จะเริ่มจากบอร์ดธนาคารออมสินก่อน โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งชุด โดยกระทรวงการคลังจะเสนอนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากรเป็นประธานบอร์ด ต่อด้วยบอร์ดธนาคารเอสเอ็มอี. ซึ่งประธานบอร์ดจะเป็นบุคคลภายนอก ส่วนธนาคารอาคารสงเคราะห์ หลังกรรมการบางคนลาออกไปนั้น กระทรวงการคลังก็จะเสนอกรรมการชุดใหม่ให้ คสช.เห็นชอบ ตามด้วยกรรมการบอร์ดของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังจะมีการเสนอรายชื่อบอร์ดคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจอีกหลายแห่งให้ คสช.เห็นชอบแต่งตั้งในวันนี้ด้วย

ปลัดคลังระบุเก็บรายได้ปี 57 ต่ำกว่าเป้า 1.6 แสนล้าน

Tue, 2014-07-22 08:25
ปลัดคลังเผยจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณปี 57 ต่ำกว่าเป้า 1.6 แสนล้าน ยันมีเงินคงคลัง 3.8 แสนล้าน รองรับการใช้จ่าย

รษก.ปลัดยุติธรรม ระบุ พล.อ.ไพบูลย์ สั่งศึกษาแก้ กม.ฟอกเงิน

Tue, 2014-07-22 08:25
รักษาการ ปลัดยุติธรรม ระบุ พล.อ.ไพบูลย์ มอบศึกษาแก้ กม.ฟอกเงิน รวมทั้ง กม.การท้วงหนี้ กม.แรงงานต่างด้าว ฯลฯ

ที่ปรึกษา คสช.ย้ำกับทูตจะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน

Mon, 2014-07-21 15:33
ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ย้ำกับเอกอัครราชทูตและองค์กรระหว่างประเทศ กำลังเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสหม่อมราชวงศ์ ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อเรื่อง ความคืบหน้าการดำเนินงานของ คสช. จัดโดยสมาคมคณะกงศุลกิตติมศักดิ์ ท่ามกลางเอกอัครราชทูตของประเทศต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมากว่า ขณะนี้ คสช. มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงเร่งแก้ปัญหาระบบการทำงานของภาครัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างที่ยังคั่งค้างอยู่ นอกจากนี้ คสช.ยังจะเร่งเดินหน้าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในปีงบประมาณ 58 ด้วย เพื่อสนับสนุนภาคเศรษฐกิจของประเทศให้ขับเคลื่อนต่อเนื่อง ทั้งนี้ คสช.จะจัดการทุกองค์ประกอบให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในอีก 12-15 เดือนข้างหน้า

คลัง ส่งแนวทางปฏิรูปภาษีให้ คสช.แล้ว

Mon, 2014-07-21 14:54
ปลัดกระทรวงการคลัง ยอมรับรายได้จากการจัดเก็บภาษี ปี 57 ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.6 แสนล้านบาท เชื่อไม่กระทบฐานะการคลัง พร้อมเผยเสนอแนวทางปฏิรูปภาษีให้ คสช.พิจารณาแล้วรอ คสช.ประกาศเป็นทางการ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลังระดับสูงของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ว่า การจัดเก็บรายได้ภาษีของ 3 กรมจัดเก็บ ในปีงบประมาณ 2557 จะต่ำกว่ากว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.89 ล้านล้านบาท ประมาณ 1.6 แสนล้านบาท โดยในที่ประชุมกรมสรรพากรยอมรับจะจัดเก็บรายได้ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท  เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2557 ต่ำกว่าเป้ามาก อย่างไรก็ตาม ยืนยันการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการคลังของประเทศ เพราะยังมีเงินคงคลังสำรองอยู่ 3.8 แสนล้านบาท ประกอบกับความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จึงมีเงินคลังเหลือในระบบค่อนข้างมาก ส่วนแนวทางการปฏิรูปภาษี ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เสนอให้ คสช.พิจารณาแล้ว ซึ่งคสช.จะประกาศมาตรการภาษีตัวใด ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และไม่กระทบต่อรายได้ของประชาชน โดยก่อนหน้านี้ คสช.เคยประกาศคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ออกไปอีก 1 ปี ตามแนวทางที่กระทรวงการคลัง ได้เสนอปรับปรุงโครงสร้างภาษีไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งประกอบด้วย การคงภาษีเงินได้นิติบุลคล 20% ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดเป็นการถาวร รวมถึงการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นอกจากนี้ นายรังสรรค์ ยังระบุว่า คสช.ได้สั่งการให้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. พิจารณาการออกพันธบัตรออมทรัพย์ให้ประชาชน อายุ 3 ปี ในอัตราดอกเบี้ย 4% และอายุ 7-10 ปี ในอัตราดอกเบี้ย 4.75% ซึ่งจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงินกับสถาบันการเงิน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปถึงหลักเกณฑ์ จำนวนการออกพันธบัตร และอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อคืนความสุขให้กับประชาชน ส่วนความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้

ก.คลังประชุมปรับโครงสร้างภาษี

Mon, 2014-07-21 11:55
ปลัดกระทรวงการคลังได้เรียกประชุมผู้บริหารทุกกรมและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง เพื่อปฏิรูปโครงสร้างภาษีนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เป็นประธานการประชุมตั้งแต่เวลา 10.00 น.การหารือในวันนี้จะเกี่ยวกับมาตรการเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมายจาก คสช. โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างภาษีของ 3 กรมจัดเก็บ ทั้งกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ควบคู่การสร้างรายได้ให้กับภาครัฐอย่างเต็มประสิทธิภาพ ที่สำคัญต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ ส่วนการปรับปรุงภาษีในครั้งนี้จะมีทั้งการปรับลดสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุน ให้สอดคล้องกับการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จาก 30 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ และการทยอยปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตดีเซลให้เข้าสู่อัตราปกติ นอกจากนี้คาดการว่าที่ประชุมอาจจะมีการเสนอพระราชบัญญัติที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้มีรายได้น้อย และทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

มิติใหม่พัฒนาบริการภาครัฐด้วยเลข 13 หลัก

Mon, 2014-07-21 11:14
คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ กพร.เตรียมเปิดให้บริการภาครัฐมิติใหม่ หรือ "Thailand Gateway "4 งานบริการเกี่ยวกับการลงทุน ผ่านการใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ในระบบออนไลน์ โดย 4 งานบริการด้านการลงทุนที่จะเริ่มให้บริการ จะเริ่มในเดือนธันวาคม ปี 57  เพื่อให้บริการด้านข้อมูลตามโครงการ "Thailand Gateway " ประกอบด้วย การขออนุญาตประกอบกิจการ การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และ การพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ก่อนที่จะดำเนินการตามแผนในงานบริการหลัก 63 งาน ภายใน 3 ปี 2558 - 2560 ทั้งนี้การใช้บริการ "Thailand Gateway " จะดำเนินการผ่านระบบออนไลน์บนหน้าเว็บไซต์ โทรศัพท์มือถือ โดยใช้เลข 13 หลักจากบัตรประชาชน และ เลขนิติบุคคล ในการขอรับบริการ ซึ่งจะเน้นการบริการใน 3 กลุ่มคือ ประชาชน ภาคธุรกิจ และนักท่องเที่ยว โดยโครงการดังกล่าวเป็นการยกระดับงานบริการภาครัฐ เพื่อพัฒนาการบริการประชาชน ที่สำคัญจะเป็นการลดการใช้เอกสาร และ ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการทุจริตอีกทางหนึ่งอย่างไรก็ตาม นายนครเขตต์ สุทธิปรีดา รองเลขาธิการ กพร.ระบุว่า โครงการนี้จะบูรณาการงานบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นความมือระหว่างกระทรวง ICT , สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมการทางอิเล็กทรอกนิกส์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม คสช.เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเปิดให้บริการภาครัฐมิติใหม่ โดยใช้ข้อมูลจากเลข 13 หลักจากบัตรประจำประชาชน และเลขนิติบุคคล

Pages