สงครามยืดเยื้อและเศรษฐกิจโลกผันผวนแบบนี้ ราคาทองคำยังมีโอกาสขึ้นต่อหรือไม่?
.
มีโอกาส “ขึ้นต่อในระยะยาว” จากเงินเฟ้อและการพิมพ์เงิน แต่ “ระยะสั้นผันผวนแรง” จากแรงขายและสภาพคล่องในตลาด
.
โลกกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ที่ไม่ต่างจากวิกฤตระดับโลกในอดีต เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและลุกลาม กระทบไปถึงราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำมันที่ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือ “ต้นทุน” ที่กำลังกัดกินระบบเศรษฐกิจทั้งโลกแบบเงียบๆ
เมื่อพลังงานแพง ต้นทุนทุกอย่างก็แพงตาม เศรษฐกิจเริ่มชะลอ ผู้บริโภคใช้จ่ายน้อยลง และสุดท้ายรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจก็อาจต้องกลับมาใช้มาตรการเดิมที่เคยใช้ในช่วงวิกฤต—นั่นคือ “การพิมพ์เงิน” เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ
จุดนี้เองที่กลายเป็นปัจจัยบวกสำคัญของทองคำ เพราะเมื่อเงินกระดาษถูกผลิตเพิ่มขึ้น มูลค่าของมันย่อมลดลงโดยธรรมชาติ และสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดอย่างทองคำจึงกลายเป็น “ที่หลบภัย” ของเงินทุนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ภาพระยะสั้นกลับไม่ได้สวยงามแบบนั้นทั้งหมด
ตลาดกำลังอยู่ในภาวะ “ขาดสภาพคล่อง” อย่างชัดเจน สัญญาณสำคัญคือการพุ่งขึ้นของ Bond Yield สหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และแรงกดดันต่อระบบการเงินโดยรวม
เมื่อ Yield ขึ้น ตลาดหุ้นกลับลง นักลงทุนจำนวนมากจึงเลือก “ขายทุกอย่างเพื่อลดความเสี่ยง” ไม่เว้นแม้แต่ทองคำ นี่คือเหตุผลที่เราเห็นทองคำร่วงแรงทั้งที่ภาพใหญ่ยังเป็นขาขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ตลาดล่วงหน้าเพิ่ม Margin สำหรับทองคำ ยังยิ่งเร่งให้เกิดแรงขายแบบ “โดนบังคับขาย” (Forced Sell) นักลงทุนที่ใช้ Leverage ต้องขายทองเพื่อรักษาพอร์ต หรือไปเติมเงินในสินทรัพย์อื่นที่ขาดทุน
ทั้งหมดนี้ทำให้ทองคำในระยะสั้นมีโอกาส “ย่อตัวแรง” แม้ปัจจัยพื้นฐานจะยังสนับสนุนในระยะยาวก็ตาม
ในมุมกลยุทธ์ ช่วงเวลาที่ตลาดตกใจและเกิดแรงเทขายหนัก มักเป็นจังหวะที่นักลงทุนระยะยาวใช้ “สะสมของดีในราคาถูก” โดยโซนที่น่าสนใจเริ่มปรากฏบริเวณ 4,850 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ให้ Risk/Reward ค่อนข้างได้เปรียบ
ขณะเดียวกัน สำหรับนักลงทุนไทย ยังมีอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือ “ค่าเงินบาท” ในช่วงที่ตลาดโลกผันผวน เงินมักไหลเข้าสู่ดอลลาร์ ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า ซึ่งจะช่วย “พยุงราคาทองในประเทศ” ไม่ให้ปรับลงแรงเท่าตลาดโลก
.
สงครามยืดเยื้อส่งผลต่อทองคำอย่างไร?
เมื่อสงครามลากยาว ความไม่แน่นอนจะเพิ่มขึ้น นักลงทุนจะลดความเสี่ยงในสินทรัพย์อื่น และโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้นในระยะยาว
ทำไม Bond Yield ขึ้นแล้วทองลง?
เพราะ Yield ที่สูงขึ้นทำให้การถือเงินสดหรือพันธบัตรน่าสนใจกว่าในระยะสั้น และยังเพิ่มต้นทุนโอกาสของการถือทองคำที่ไม่มีดอกเบี้ย
ช่วงนี้ควรซื้อทองหรือรอก่อน?
หากมองระยะยาว การย่อตัวแรงจากแรงขายถือเป็นโอกาสสะสม แต่ต้องแบ่งไม้ลงทุนและรับความผันผวนระยะสั้นให้ได้
.
เขียนโดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
รับชมเพิ่มเติมได้ที่ :
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @intergold
คลิกที่ลิงค์สำหรับเพิ่มเพื่อน : https://page.line.me/intergold
