ทำไมราคาทองคำร่วงแรงทั้งที่สงครามยังไม่จบ? และนี่คือจุดจบของขาขึ้นหรือแค่การปรับฐาน
ราคาทองคำที่ปรับตัวลงอย่างรุนแรงในรอบล่าสุดสร้างความตกใจให้กับนักลงทุนจำนวนมาก หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมทองคำถึงร่วงแรง ทั้งที่ความเสี่ยงของโลก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังไม่ได้คลี่คลาย และภาพรวมดูเหมือนจะยังสนับสนุนสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่
คำตอบสั้น ๆ คือ การร่วงลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไป แต่เป็นผลจากแรงกดดันระยะสั้น โดยเฉพาะดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และแรงขายเชิงระบบจากตลาดอนุพันธ์ที่เร่งให้เกิดการ “ล้างพอร์ต” อย่างรวดเร็ว
หากมองลึกลงไป จะเห็นว่าหนึ่งในตัวแปรสำคัญคือท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ยังไม่รีบลดดอกเบี้ย แม้ตลาดจะคาดหวังการผ่อนคลายในอนาคต แต่การส่งสัญญาณแบบระมัดระวัง ทำให้สภาพคล่องใหม่ยังไม่ไหลเข้าสู่ระบบเร็วอย่างที่หวัง เมื่ออัตราดอกเบี้ยยังทรงตัวในระดับสูง เงินทุนจึงยังคงอยู่ในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน ส่งผลให้ทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ยถูกลดความน่าสนใจลงในระยะสั้น
ในขณะเดียวกัน ราคาทองคำเองก็เริ่มมีสัญญาณอ่อนแรงมาก่อนแล้ว ไม่สามารถทำจุดสูงใหม่ได้ต่อเนื่อง และเริ่มแกว่งตัวในลักษณะ sideway down เมื่อปัจจัยลบเข้ามากระทบ จึงเกิดแรงขายที่รุนแรงกว่าปกติ
อีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลอย่างมากคือ “แรงขายเชิงระบบ” จากการเพิ่ม Margin ในตลาดซื้อขายล่วงหน้า เมื่อตลาดผันผวนสูง นักลงทุนที่ใช้ Leverage จะถูกบังคับให้เพิ่มเงินค้ำประกัน หรือไม่ก็ต้องลดสถานะลงทันที ส่งผลให้เกิดแรงขายต่อเนื่องเป็นทอด ๆ และกลายเป็น panic sell ในช่วงเวลาสั้น ๆ
นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมราคาทองคำจึงสามารถร่วงแรงได้ แม้สถานการณ์โลกยังมีความเสี่ยงอยู่ เพราะในบางช่วงเวลา ตลาดไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย “ความกลัว” แต่ขับเคลื่อนด้วย “สภาพคล่อง” นักลงทุนจำนวนมากจำเป็นต้องถือเงินสดมากขึ้น จึงต้องขายสินทรัพย์ แม้จะเป็นทองคำก็ตาม
อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพระยะกลางถึงระยะยาว ทองคำยังไม่ได้เสียโครงสร้างขาขึ้น ปัจจัยสนับสนุนหลักยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากพลังงาน หรือโอกาสที่นโยบายการเงินจะกลับมาผ่อนคลายในอนาคต
ดังนั้น การปรับตัวลงครั้งนี้ควรถูกมองว่าเป็น “การปรับฐานแรงจากแรงขายเชิงระบบ” มากกว่าจะเป็นสัญญาณของขาลงถาวร ในเชิงกลยุทธ์ ระดับราคาบริเวณ 4,500–4,600 ดอลลาร์ ถือเป็นโซนที่เริ่มน่าสนใจสำหรับการทยอยสะสม หากราคายังสามารถยืนได้ มีโอกาสสร้างฐานและฟื้นตัวในระยะถัดไป แต่หากหลุดลงไปชัดเจน แนวรับถัดไปจะอยู่แถว 4,300 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นจังหวะสำหรับการสะสมเพิ่ม
สิ่งสำคัญคือไม่ควรรีบลงทุนเต็มพอร์ตในครั้งเดียว เพราะตลาดยังมีความผันผวนสูง กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการ “ทยอยลงทุนแบบแบ่งไม้” เพื่อกระจายความเสี่ยง และรักษาความยืดหยุ่นของพอร์ต
สรุปแล้ว การร่วงแรงของทองคำในรอบนี้ไม่ได้สะท้อนว่าทองคำหมดอนาคต แต่เป็นเพียงแรงกระแทกระยะสั้นจากระบบการเงินโลก ขณะที่ภาพใหญ่ยังคงมีปัจจัยสนับสนุน เพียงแต่เส้นทางการปรับขึ้นอาจไม่ได้ราบรื่น และต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวมากกว่าที่ตลาดคาดไว้
.
เขียนโดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
รับชมเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/E-LMt2Quxeg
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @intergold
คลิกที่ลิงค์สำหรับเพิ่มเพื่อน : https://page.line.me/intergold
