
กลยุทธ์ : เมื่อสันติภาพคือยาพิษของราคาทอง
แนวรับ : $4,700 หรือ 72,000
แนวต้าน : $4,850 หรือ 73,500
.
สันติภาพที่เริ่มก่อตัวในตะวันออกกลาง กำลังเป็นข่าวดีของโลก แต่กลับอาจเป็นข่าวร้ายของทองคำใช่หรือไม่ เมื่อแรงกดดันจากสงครามเริ่มผ่อนคลาย นักลงทุนยังจำเป็นต้องถือทองคำในฐานะ Safe Haven มากเท่าเดิมหรือเปล่า ขณะเดียวกัน หาก Bond Yield สหรัฐฯ ยังยืนสูง ดอลลาร์ยังแข็งแรง และตลาดหุ้นยังเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ทองคำจะยังมีแรงพอทะลุแนวต้าน $4,850 ได้จริงไหม หรือรอบนี้กำลังเข้าสู่ช่วงพักฐานเพื่อรอปัจจัยใหม่เข้ามากำหนดทิศทางอีกครั้ง
.
ภาพรวมของทองคำในวันที่ 17/04/2026 อยู่ภายใต้แนวคิด The Peace Paradox หรือภาวะที่ “สันติภาพ” กลายเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำโดยตรง หลังสัญญาณจากฝั่งสหรัฐฯ อิหร่าน และแนวโน้มการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน ช่วยลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อตลาดเริ่มเชื่อว่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจไม่รุนแรงเหมือนช่วงก่อนหน้า ความต้องการถือทองคำเพื่อป้องกันความไม่แน่นอนจึงเริ่มลดลง และเม็ดเงินบางส่วนก็ไหลกลับไปยังสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
แรงกดดันต่อทองคำไม่ได้มาจากภูมิรัฐศาสตร์เพียงด้านเดียว แต่ยังถูกซ้ำเติมจากภาพของตลาดการเงินสหรัฐฯ ที่ยังหนุนดอลลาร์และ Bond Yield ให้แข็งแรง โดยเฉพาะผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ขยับขึ้นมาแถว 4.31% ยิ่งทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำสูงขึ้น เพราะทองคำไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อดอลลาร์แข็งและบอนด์ยีลด์ปรับขึ้นพร้อมกัน ราคาทองจึงมักถูกจำกัด upside ในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
ในอีกด้านหนึ่ง บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกำลังอยู่ในโหมด Risk-on ชัดเจน หลังหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เดินหน้าสร้างจุดสูงสุดใหม่ กระแสความคาดหวังต่อชิป AI และโมเดลใหม่จากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ทำให้เม็ดเงินเลือกไหลเข้าหาสินทรัพย์เติบโตมากกว่าสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ทองคำจึงถูกลดบทบาทลงชั่วคราว เพราะในช่วงที่นักลงทุนเชื่อมั่นกับการเติบโตของเศรษฐกิจและผลตอบแทนของตลาดหุ้น ความจำเป็นในการพักเงินไว้ในทองมักลดลงตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ออกมาดีกว่าคาด โดย GDP ไตรมาส 1/2026 เติบโต 5% แม้จะสะท้อนว่าภาคผลิตและภาคส่งออกเริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้น แต่รายละเอียดภายในยังไม่ได้แข็งแรงทั้งหมด เพราะอุปสงค์ภายในประเทศยังเปราะบาง และการลงทุนภาคเอกชนยังไม่ฟื้นเต็มที่ ภาพเช่นนี้ทำให้แรงหนุนต่อทองคำจากฝั่งความต้องการบริโภคในจีนอาจไม่ได้เร่งตัวแรงอย่างที่ตลาดหวัง จึงยังไม่ใช่ปัจจัยบวกเพียงพอที่จะผลักดันราคาทะลุขึ้นไปได้อย่างมั่นคง
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำกำลังเผชิญด่านสำคัญบริเวณ $4,850 ซึ่งเป็นแนวต้านที่ตลาดจับตาอย่างมาก หากยังไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างชัดเจน มีโอกาสที่กราฟรายชั่วโมงจะพัฒนาเป็นรูปแบบ Head and Shoulders ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของการพักฐานหรือการย่อตัวลง โดยแนวรับสำคัญยังอยู่ในโซน $4,700 หรือประมาณ 72,000 บาท ส่วน RSI ยังเคลื่อนไหวในระดับกลาง สะท้อนว่าตลาดยังไม่ตัดสินใจเลือกทิศทางใหม่อย่างเด็ดขาด ทำให้ช่วงนี้ยังเป็นจังหวะที่ต้องระวังแรงขายสลับทำกำไรหากราคาไม่ผ่านแนวต้าน
.
กลยุทธ์วันนี้ยังให้น้ำหนักกับการแกว่งตัวในกรอบระหว่างแนวรับ $4,700 และแนวต้าน $4,850 โดยภาพรวมทองคำกำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งความคาดหวังเรื่องสันติภาพ บอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้น ดอลลาร์ที่ยังแข็ง และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นมากกว่าทองคำ แม้โครงสร้างระยะกลางยังไม่ได้เสียทรงชัดเจน แต่ระยะสั้นตลาดมีแนวโน้มพักตัวและต้องลุ้นอย่างมากว่าจะผ่าน $4,850 ได้หรือไม่ หากผ่านไม่ได้ มีโอกาสย่อลงมาทดสอบ 72,000 บาท แต่หากยืนเหนือแนวต้านได้อย่างมั่นคง จึงค่อยเปิดทางให้ทองคำกลับไปลุ้นรอบขึ้นใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
