
กลยุทธ์ : ทะยอยเข้าซื้อ
แนวรับ : $4,500 หรือ 70,000
แนวต้าน : $4,730 หรือ 72,300
.
ราคาทองคำพักฐานลงมาใกล้แนวรับสำคัญ หลังเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ยังทรงตัวสูง และความกังวลในตลาดหุ้นจากประเด็นฟองสบู่ AI แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง วิกฤตหนี้โลก และความเสี่ยงในตลาดพันธบัตรยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย คำถามสำคัญตอนนี้คือ การย่อตัวของทองคำรอบนี้คือสัญญาณอ่อนแรง หรือเป็นจังหวะ “ทยอยเข้าซื้อ” เพื่อรอการกลับไปทดสอบแนวต้านใหญ่ที่ $4,730 หรือประมาณ 72,300 บาท
.
กลยุทธ์หลักในรอบนี้ยังคงเป็นการทยอยเข้าซื้อ โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ $4,500 หรือประมาณ 70,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ $4,730 หรือประมาณ 72,300 บาท ภาพรวมตลาดยังเต็มไปด้วยปัจจัยผสม ทั้งแรงกดดันระยะสั้นและแรงหนุนระยะกลางถึงยาว
ประเด็นแรกที่ต้องจับตาคือความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซและความตึงเครียดด้านพลังงาน หากความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะยังเป็นแรงหนุนให้เงินทุนไหลเข้าทองคำในฐานะ Safe Haven ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างตลาดพลังงานและท่าทีของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ยิ่งทำให้ตลาดไม่สามารถวางใจต่อเสถียรภาพด้านราคาพลังงานได้อย่างเต็มที่
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือคำเตือนจาก Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan ที่สะท้อนความเสี่ยงของวิกฤตพันธบัตรรอบใหม่ ภายใต้ภาระหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง หาก Bond Yield ปรับตัวขึ้นแรงจากปัญหาสภาพคล่อง ตลาดอาจกลับมากังวลว่าธนาคารกลางต้องเข้ามาพยุงระบบอีกครั้ง ภาพดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ช่วยตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากความเปราะบางของระบบการเงินโลก
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นยังไม่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอย่างชัดเจน ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าและหนุนให้ดอลลาร์กลับมาแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ยังทรงตัวในระดับสูงราว 4.34% ยังเป็นกำแพงสำคัญที่จำกัดการปรับขึ้นของทองคำในระยะสั้น
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยังเริ่มมีแรงกดดันจากความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI Infrastructure หลังมีสัญญาณว่าบางบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีอาจเติบโตต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ แรงขายใน Nasdaq และ S&P 500 อาจทำให้เกิดภาวะดึงสภาพคล่องออกจากหลายสินทรัพย์ รวมถึงทองคำในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนต้องลดความเสี่ยงหรือปิดสถานะเพื่อรักษาสภาพคล่อง แต่การปรับฐานลักษณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องแปลว่าภาพใหญ่ของทองคำเสียไป หากแรงซื้อกลับเข้ามาบริเวณแนวรับสำคัญ
ในเชิงเทคนิค กราฟราย 4 ชั่วโมงสะท้อนภาพการพักฐานที่ค่อนข้างชัดเจน แต่ยังไม่ใช่สัญญาณลบที่รุนแรง RSI เริ่มไหลลงเข้าสู่โซนสะสม ทำให้บริเวณ $4,600 หรือประมาณ 71,000 บาท เป็นจุดที่สามารถเริ่มทยอยสะสมไม้แรกได้ ส่วนแนวรับสำคัญถัดไปอยู่ที่ $4,500 หรือประมาณ 70,000 บาท ซึ่งเป็นจุดวัดใจของรอบนี้ หากราคายืนได้และมีแรงซื้อกลับเข้ามา มีโอกาสฟื้นตัวกลับไปทดสอบแนวต้านบริเวณ $4,730 หรือประมาณ 72,300 บาท
.
ภาพรวมทองคำรอบนี้ยังเป็นการพักฐานมากกว่าการกลับตัวลงแรง ปัจจัยกดดันระยะสั้นยังมาจากดอลลาร์แข็งค่า Bond Yield สหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง และแรงขายในตลาดหุ้นจากความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI แต่ในเชิงโครงสร้าง ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงด้านพลังงาน และความเปราะบางของตลาดพันธบัตรโลก
ดังนั้น กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ “ทยอยเข้าซื้อ” มากกว่าการไล่ราคา โดยเริ่มสะสมบริเวณ $4,600 หรือประมาณ 71,000 บาท และเผื่อไม้สำคัญที่แนวรับ $4,500 หรือประมาณ 70,000 บาท หากราคาย่อลึกลงมา ส่วนแนวต้านเป้าหมายอยู่ที่ $4,730 หรือประมาณ 72,300 บาท หากราคาสามารถยืนแนวรับและกลับตัวได้ การย่อรอบนี้อาจเป็นโอกาสสะสมทองคำในราคาที่น่าสนใจ ก่อนลุ้นการฟื้นตัวรอบใหม่ในระยะถัดไป
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
