fbpx

นักลงทุนควรทำอย่างไร เมื่อเฟดเตรียมดึงเงินกลับ

วันที่ 13 มกราคม 2565 เวลา 15.01 น.

FOMC การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ครั้งล่าสุดได้ข้อสรุปว่า “ ข้อแรกเฟดจะเร่งลดการทำ QE ข้อสองจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมนี้  และข้อสามมีโอกาสที่จะลด Balance sheet ของเฟดลงอีกด้วย”

การลด Balance sheet คือการลดงบดุลของเฟด พูดง่ายๆก็คือจะลดการปล่อยกู้ ซึ่งหากเทียบกับการทำ QE ที่มีความหมายว่าคือการปล่อยกู้แล้ว การลด Balance ก็คือสิ่งที่เฟดทำตรงข้ามกับ QE ซึ่งทำให้ตลาดมีความกังวลกันไปตามๆ กัน คำถามก็คือเมื่อเฟดเล่นแบบนี้ นักลงทุนควรทำอย่างไร วันนี้อินเตอร์โกลจะมาเล่าให้ฟัง 

สิ่งที่เรารู้ในตอนนี้คือ…ปีนี้เรากำลังเจอเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นแน่ๆอย่างน้อยๆ ครึ่งปี เพราะนโยบายต่างๆ ของเฟดกว่าจะเห็นผลจริงในระบบเศรษฐกิจต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าขึ้นดอกเบี้ยปุ๊บ เงินเฟ้อลงเลย ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนควรทำแน่ๆคือการมีทรัพย์สินที่มันได้เปรียบในสภาวะเงินเฟ้อ โดยทั่วไปทรัพย์สินที่ป้องกันเงินเฟ้อก็จะมี หุ้นที่ผูกขาดหรือเรียกว่าหุ้นที่จะไม่เจ๊งแน่ๆไม่ว่าเศรษฐกิจแบบไหน, ที่ดิน, ทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ แต่นอกจากนี้เรายังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆนอกจากเงินเฟ้อด้วย เช่น ราคามันถูกหรือแพง หรือความสะดวกในการที่เราจะเข้าไปลงทุน ก็ไม่ใช่ว่าเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันเงินเฟ้อ แล้วเราจะซื้อได้หมดเลย 

จากรูปเส้นสีฟ้าคือ Wilshire 5000 เป็นตัวแทนของตลาดหุ้นสหรัฐ, เส้นสีแดงคือ GDP สหรัฐ และเส้นสีเขียว M2 คือประมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงเงินฝากในธนาคาร

จากรูปสิ่งที่เราเห็นก็คือ GDP ไม่ได้โตเลย หากเทียบกับราคาหุ้นที่ขึ้น และถ้าเปรียบเทียบ GDP กับ M2 แล้ว จะเห็นว่าเงินใส่เข้ามาเยอะมาก เมื่อเทียบกับอดีต แต่ GDP แทบไม่โตขึ้นเลยเมื่อเทียบปริมาณเงินที่ใส่เข้ามา จึงสรุปได้ว่าหุ้นขึ้นเพราะเงินที่ปั้มเข้าไปในระบบ ไม่ได้ขึ้นเพราะเศรษฐกิจเติบโตขึ้นเลย ดังนั้นหากดึงเงินออกจากระบบ หุ้นมีแนวโน้มที่จะโดนเทขายรุนแรงเช่นกัน 

และหากพูดถึงด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับประเทศไทย ถือว่าราคายังไม่พุ่งขึ้นมาก เนื่องจากเราขาดเม็ดเงินต่างชาติไป ช่วงนี้ถือว่าน่าสนใจ แต่ตอนขายอาจติดปัญหาเรื่องสภาพคล่องได้

ในส่วนของทองคำช่วงนี้ราคาทองถือว่าขึ้นเรื่อยๆ หากเทียบกับหุ้นแล้ว ทองคำยังถือว่าถูกอยู่มาก ยังมีช่องว่างของราคาให้สามารถขึ้นไปได้อีกเยอะและมีแนวโน้มที่เงินจะไหลจากหุ้นมาพักที่ทองคำสูง ซึ่งจะเป็นปัจจัยทำให้ราคาทองคำสามารถดีดตัวได้ในปีนี้ 

ในส่วนของสินค้าโภคภัณฑ์เมื่อเทียบกับหุ้นก็ยังถือว่าถูกอยู่มากเช่นกัน ในต่างประเทศมีระบบที่ให้สถาบันต่างๆสามารถเข้าเก็งกำไรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้ คาดว่าเงินจะไหลจากหุ้นมาลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มนี้ 

เราจะเห็นว่าปีนี้อาหารและยาจะราคาสูงขึ้นมาก แต่ปัญหาคือระบบที่จะใช้ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ของเรายังเข้าถึงยากมาก ทำให้นักลงทุนทั่วไปอาจจะเข้ามาทำกำไรในส่วนนี้ยาก แต่ผู้ที่จะได้ประโยชน์เต็มๆก็คือเกษตรกรที่จะได้ประโยชน์จากราคาพืชผลที่ปรับตัวสูงขึ้น พวกฟาร์มสัตว์ต่างๆก็ได้ประโยชน์เช่นกัน 

โดยสรุปแล้วสินทรัพย์ที่น่าสนใจในการป้องกันเงินเฟ้อที่กำลังจะมาถึงจะเป็น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งใครที่ถนัดอะไรก็ให้ลงทุนในสิ่งนั้น เช่นหากเราเป็นเกษตรกร ก็ให้เราลงทุนกับการทำสวนทำไร่ ปีนี้จะเป็นปีทอง ใครที่ถนัดในอสังหาริทรัพย์ดูทำเลเป็น ก็สามารถซื้อที่ดินดีๆซักผืนก็ไม่เสียหาย ส่วนใครที่ลงทุนทองคำอยู่แล้วก็ถือต่อไปได้ 3 เดือนแรกของปีอาจจะเบื่อสักหน่อย ราคายังไม่น่าจะไปไหน แต่เมื่อไหร่ที่ตลาดหุ้นร่วงแรงมาก เราอาจได้มีโอกาสเข้าซื้อทองในราคาถูกระยะสั้นๆ แล้วหลังจากนั้นทองก็จะขึ้นได้ดีในระยะถัดไป

 

อ่าน Content อื่นๆเพิ่มเติม : https://www.intergold.co.th/
เปิดพอร์ตออนไลน์ : https://bit.ly/3hPrVQi
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน InterGOLD :
👉 สนใจลงทุนทองคำแท่งหรือติดตามข่าวสารได้ที่
📱 Line : @intergold https://lin.ee/jw9R4jm
💻 Facebook : InterGOLD Gold Trade
☎️ Call : 02 – 2233 – 234


ราคาทอง
30 มิถุนายน 2565 | 14:41:59

ประเภท รับซื้อ ขายออก
LBMA
99.99% (Baht)
31,389

+3.00

31,449

+3.00

InterGold
96.5% (Baht)
30,284

+3.00

30,349

+3.00

สมาคมฯ
96.5% (Baht)
30,300

0.00

30,400

0.00

Gold Spot
(USD)
1,815.15

0.00

1,815.44

0.00

ค่าเงินบาท
(USDTHB)
-
35.31

0.00

ราคาทองคำย้อนหลัง
ความเคลื่อนไหวกองทุนทองคำ
30 มิถุนายน 2565 | 14:41:59

SPDR (ton) (USD) HUI (USD)
1,052.63

-3.77

230.70

0.00