
กลยุทธ์ : Sideway-Up
แนวรับ : $4,600 หรือ 71,300
แนวต้าน : $4,710 หรือ 72,200
.
ทองคำยังมีโอกาสขึ้นต่อหรือไม่ ภายใต้ภาวะที่ Fed ยังไม่รีบลดดอกเบี้ย ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและเส้นตายการเจรจากับอิหร่าน ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น
.
ภาพรวมราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway-Up โดยมีแรงกดดันจากฝั่งเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแรงหนุนจากฝั่งภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาถ่วงดุลกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดที่ 178,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ 4.3% ทำให้ตลาดมองว่า Fed ยังมีพื้นที่ในการคงดอกเบี้ยสูงต่อไป ส่งผลให้ทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยถูกจำกัดการปรับขึ้นในระยะสั้น
แต่อีกด้านหนึ่ง ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นแรงประคองสำคัญ โดยเฉพาะกรณีอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง 45 วันเพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกคว่ำบาตรและชดเชยความเสียหายทั้งหมด สถานการณ์นี้ทำให้ตลาดยังไม่กล้าคลายความกังวล เพราะหากความขัดแย้งยกระดับต่อไป ย่อมกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานของโลก และเพิ่มแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยทันที
ยิ่งเมื่อมีการจับตาเส้นตายสำคัญในวันอังคารที่ 7 เม.ย. หลังโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณพร้อมใช้มาตรการทางทหารหากการเจรจาไม่คืบหน้า ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศการลงทุนอยู่ในโหมดระวังความเสี่ยง แม้จะมีข่าวข้อเสนอหยุดยิงจากปากีสถานเข้ามาแทรก แต่ตลาดยังไม่ได้ให้น้ำหนักเชิงบวกมากนัก เพราะมองว่าสถานการณ์ยังเปราะบาง และพร้อมพลิกกลับสู่ภาวะตึงเครียดได้ทุกเมื่อ
ในภาพระยะยาว ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ เช่น Goldman Sachs และ J.P. Morgan ที่ยังคงประเมินว่าราคาทองมีโอกาสขยับขึ้นสู่โซน $5,000-$5,400 ภายในสิ้นปีนี้ โดยมีแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกเป็นตัวหนุนสำคัญ สะท้อนว่าความต้องการถือทองคำในฐานะทุนสำรองยังไม่เปลี่ยนแปลง และยังเป็นปัจจัยที่ช่วยรองรับราคาทองในช่วงที่ตลาดผันผวน
ในเชิงเทคนิค ราคาทองราย 1 ชั่วโมงเริ่มส่งสัญญาณชะลอแรงขายหลังเกิดแท่งเทียน Spinning Top บริเวณแนวรับสำคัญ $4,600 ขณะที่ RSI อยู่แถว 52 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลางและยังเปิดทางให้ราคาแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านได้อีกครั้ง หากไม่หลุดฐานสำคัญดังกล่าว ราคายังมีโอกาสรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบ $4,710 หรือประมาณ 72,200 บาทได้
.
กลยุทธ์วันนี้ยังให้น้ำหนักแบบ Sideway-Up โดยมองว่าทองคำมีแรงหนุนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คอยประคองราคา แม้ฝั่งเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเป็นตัวกดดันผ่านภาพดอกเบี้ยสูงก็ตาม กรอบสำคัญยังอยู่ที่แนวรับ $4,600 หรือ 71,300 บาท และแนวต้าน $4,710 หรือ 72,200 บาท ดังนั้นจังหวะลงทุนยังเหมาะกับการรอเข้าซื้อบริเวณแนวรับ และทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดเข้าใกล้แนวต้าน โดยต้องติดตามทั้งท่าทีของ Fed และความคืบหน้าประเด็นอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นสองปัจจัยหลักที่จะตัดสินว่าทองจะเลือกทางไหนต่อจากนี้
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
