กลยุทธ์ : เตรียมขึ้นได้แล้ว
แนวรับ : $5,000 หรือ 76,500
แนวต้าน : $5,200 หรือ 78,500
.
ทำไมราคาทองคำถึงร่วงลง ทั้งที่ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล? ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะลุกลามจนกลายเป็นแรงหนุนรอบใหม่ให้ทองคำหรือไม่? วิกฤตซัพพลายเชนที่กระทบทั้งพลังงาน กำมะถัน และฮีเลียม จะกดดันเศรษฐกิจโลกมากแค่ไหน? ตัวเลขเงินเฟ้ออย่าง CPI และ Core PCE ที่กำลังจะประกาศ จะทำให้ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ยหรือไม่? และพฤติกรรมราคาที่มักถูกทุบช่วงกลางคืนก่อนฟื้นในช่วงเช้า กำลังส่งสัญญาณว่าทองคำเริ่มเข้าสู่จังหวะ “เตรียมขึ้นได้แล้ว” หรือไม่
.
กลยุทธ์วันนี้คือ เตรียมขึ้นได้แล้ว โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 76,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 5,200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 78,500 บาท ท่ามกลางบรรยากาศการเงินโลกที่ผันผวนอย่างหนักจากราคาน้ำมันที่พุ่งแรงและการเปลี่ยนแปลงเวลาทำการของตลาดโลก ทำให้นักลงทุนทองคำต้องจับตาหลายปัจจัยพร้อมกัน
แม้โดยปกติทองคำจะถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในรอบนี้กลับเกิดภาพ “ทองร่วงสวนทางน้ำมัน” เพราะเมื่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้นรวดเร็ว ตลาดหุ้นทั่วโลกมักปรับตัวลงแรง นักลงทุนจำนวนหนึ่งจึงจำเป็นต้องขายทองคำเพื่อนำเงินไปเติมมาร์จิ้นหรือพยุงพอร์ตที่ขาดทุน ส่งผลให้ทองคำถูกกดดันในระยะสั้น แม้ภาพใหญ่ยังมีปัจจัยหนุนอยู่ก็ตาม
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียดมากขึ้น หลังอิหร่านได้ผู้นำใหม่ที่มีแนวคิดแข็งกร้าว ส่งผลให้เกิดการปะทะและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในหลายพื้นที่ ความไม่แน่นอนที่ขยายวงกว้างไปหลายประเทศ กลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้ราคาน้ำมันยืนในระดับสูง และยิ่งเพิ่มความเปราะบางให้กับตลาดการเงินโลก
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่พลังงานเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงซัพพลายเชนของวัตถุดิบสำคัญอย่างกำมะถันและฮีเลียม ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีโดยตรง เมื่อห่วงโซ่อุปทานสะดุด หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีก็ยิ่งเผชิญแรงกดดันมากขึ้น ทำให้ภาพเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงชะลอตัวในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังรอตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญอย่าง CPI และ Core PCE ซึ่งแม้อาจยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสงครามได้เต็มที่ แต่ถ้าออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจทำให้นักลงทุนกังวลว่า Fed จะยังคงดอกเบี้ยสูงต่อไป หรือเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปอีก นั่นจะเป็นอีกตัวแปรที่เพิ่มความผันผวนให้กับทองคำในระยะสั้น
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือพฤติกรรมราคาในช่วงหลังปรับเวลา Daylight Saving ซึ่งพบรูปแบบ “ตบดึก ขึ้นเช้า” ชัดเจนขึ้น โดยช่วงกลางคืนมักมีแรงขายกดราคาลงแรง ขณะที่ช่วงเช้าถึงบ่ายราคามักรีบาวด์กลับขึ้นมาได้ ทำให้กลยุทธ์การสะสมในจังหวะที่ราคาถูกทุบลงแรงบริเวณแนวรับสำคัญ เช่น 5,000 ดอลลาร์ หรือโซน 76,000–77,000 บาท กลายเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่รอจังหวะเข้าซื้อ
.
สรุป :
ภาพรวมของทองคำตอนนี้ แม้จะถูกกดดันระยะสั้นจากแรงขายเพื่อนำเงินไปพยุงพอร์ตหุ้น แต่โครงสร้างใหญ่ยังเริ่มกลับมาเป็นบวกมากขึ้น ทั้งจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันที่อยู่สูง ความเปราะบางของซัพพลายเชน และโอกาสที่เงินเฟ้อจะยังไม่ลดลงง่าย ๆ เมื่อรวมกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเหนือ 32 บาทต่อดอลลาร์ ยิ่งเป็นแรงเสริมให้ราคาทองคำในประเทศมีโอกาสปรับขึ้นได้แรงกว่าราคาโลก ดังนั้นภาพของตลาดในรอบนี้จึงยังมองได้ว่าเป็นช่วง “เตรียมขึ้นได้แล้ว” โดยเน้นสะสมเมื่ออ่อนตัวแถวแนวรับ และรอขายทำกำไรเมื่อราคาฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
.
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

