กลยุทธ์ : ถือต่อซักพัก
แนวรับ : $5,100 หรือ 75,400
แนวต้าน : $5,200 หรือ 76,400
ตอนนี้ “ถือทองต่อ” ยังเหมาะอยู่ไหม ควรถือต่ออีกนานแค่ไหนถึงจะคุ้มความเสี่ยง? พายุภาษี “ทรัมป์” ที่มีโอกาสขึ้นเป็น 15% จะยกระดับความกังวลสงครามการค้าและดันแรงซื้อทองได้จริงแค่ไหน? สัญญาณเตือนจาก IMF เรื่องขาดดุลและหนี้สหรัฐฯ ที่มีโอกาสแตะ 140% ของ GDP ภายในปี 2031 จะกดความเชื่อมั่นดอลลาร์จนทำให้ทองได้เปรียบในระยะยาวหรือไม่? ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่หนุนราคาน้ำมัน Brent ขึ้นแรง จะเป็นตัวเร่งให้ทองทะลุแนวต้านสำคัญได้ไหม? ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเทคฯ ที่ทำ All-Time High จากกระแส AI และ NVIDIA จะดึงเม็ดเงินออกจากทองมากน้อยแค่ไหนในระยะสั้น? และในเชิงเทคนิค ถ้าราคายืนเหนือ $5,100 ได้ต่อเนื่องหรือทะลุ $5,200 ได้สำเร็จ ควรวางแผนถือ/ปรับพอร์ตอย่างไรให้เหมาะกับสถานการณ์?
.
5 ตัวแปรขับเคลื่อนราคาทองคำในช่วงนี้มีอะไรบ้าง?
1. พายุภาษี “ทรัมป์” 15% มาแน่! จุดชนวนสงครามการค้าโลก
รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมปรับขึ้นภาษีศุลกากรสู่ระดับ 15% จากเดิม 10% แม้ศาลฎีกาจะมีการวินิจฉัยเรื่องขอบเขตอำนาจ แต่ทิศทางการกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้นนี้สร้างความไม่แน่นอนไปทั่วโลก ความกังวลต่อ “Trade War” รอบใหม่นี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนกลับมาสะสมทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อกระจายความเสี่ยง
2. ระเบิดเวลาหนี้สหรัฐฯ! IMF เตือนยอดพุ่ง 140% ของ GDP
สัญญาณอันตรายจาก IMF ที่ระบุว่าการขาดดุลทางการคลังของสหรัฐฯ จะพุ่งสูงถึง 7–8% ของ GDP และหนี้สาธารณะอาจแตะ 140% ภายในปี 2031 สถานการณ์หนี้ที่พุ่งสูงเกินการควบคุมจะสั่นคลอนความเชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์ในระยะยาว และเป็นปัจจัยบวกโดยตรงที่ช่วยหนุนให้ราคาทองคำรักษาภาพลักษณ์สินทรัพย์รักษามูลค่าที่แท้จริง
3. น้ำมันเดือด-ศึกยืดเยื้อ! สมรภูมิตะวันออกกลางระอุหนุนทอง
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งใกล้จุดสูงสุดในรอบ 7 เดือนที่ระดับ $72.50 ต่อบาร์เรล ในขณะที่ OPEC+ เตรียมปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความเสี่ยง สถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการปะทะทางทหารนี้เป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้ราคาทองคำขยับขึ้นยืนเหนือระดับ $5,100 ได้อย่างแข็งแกร่ง
4. หุ้นเทคฯ All-Time High! พลัง AI และ NVIDIA แย่งสปอตไลท์เงินทุน
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของ NVIDIA ที่รายได้โตถึง 73% และกำไรต่อหุ้นพุ่งกระฉูด ผลักดันให้ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทำนิวไฮต่อเนื่อง ภาวะ “Risk-on” ในตลาดหุ้นนี้กำลังแย่งชิงเม็ดเงินลงทุนไปจากตลาดทองคำ ทำให้การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำอาจเผชิญแรงต้านในระยะสั้นจากแรงดึงดูดของสินทรัพย์เสี่ยง
5. กระทิงจ่อทะลุ $5,200! ลุ้นสมรภูมิเดือดดันราคาขึ้นต่อยาวๆ
ในทางเทคนิค ราคาทองคำสามารถยืนเหนือ $5,100 (75,400 บาท) ได้อย่างมั่นคงในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ยืนเหนือ $65 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนการเตรียมพร้อมสู่ความขัดแย้ง หากราคาพุ่งทะลุและยืนเหนือ $5,200 (76,400 บาท) ได้สำเร็จ จะเป็นโอกาสลุ้นขาขึ้นต่อเนื่องยาวๆ ตามปมขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐฯ ที่ยังไร้ข้อสรุป แนะนำให้ถือครองเพื่อลุ้นสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หากมีการปะทะเกิดขึ้นจริง ราคามีโอกาสพุ่งทะยานอย่างรุนแรง
.
สรุป :
ภาพรวม: “ถือทองต่อ” เพราะธีมเสี่ยงโลกยังหนุน (ภาษี/สงครามการค้า + หนี้สหรัฐฯ + ตะวันออกกลาง/น้ำมัน) แต่ระยะสั้นยังมีแรงดึงจาก “Risk-on” ในหุ้นเทคฯ
ระดับสำคัญ: แนวรับหลัก $5,100 (75,400 บาท) หากยืนได้ยังคุมเกมขาขึ้น / แนวต้านชี้ชะตา $5,200 (76,400 บาท) หากทะลุและยืนได้ มีลุ้นไปต่อ
แผนปฏิบัติ: แนะนำ ถือต่ออย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อรอความชัดเจนตะวันออกกลาง โดยจับตา $5,200 เป็นด่านสำคัญ และระวังแรงขายระยะสั้นถ้าตลาดหุ้นเสี่ยงคึกคักต่อเนื่อง
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
.
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

