
กลยุทธ์ : ทะยอยเข้าซื้อ
แนวรับ : $4,500 หรือ 70,000
แนวต้าน : $4,730 หรือ 72,300
.
ทองคำย่อตัวลงแรงจากแรงกดดันของ Fed เสียงแตก ดอลลาร์แข็งค่า และ Bond Yield พุ่งขึ้น แต่เมื่อความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่จบ นี่คือจังหวะที่ควรรอ หรือเป็นโอกาส “ทยอยเข้าซื้อ” บริเวณแนวรับสำคัญ $4,600–$4,500 หรือประมาณ 71,000–70,000 บาท เพื่อรอลุ้นเป้าหมายแนวต้าน $4,730 หรือประมาณ 72,300 บาท?
.
กลยุทธ์ราคาทองคำในช่วงนี้ยังคงเป็นการ “ทยอยเข้าซื้อ” โดยมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ $4,730 หรือประมาณ 72,300 บาท ขณะที่แนวรับแรกอยู่บริเวณ $4,600 หรือประมาณ 71,000 บาท และแนวรับถัดไปที่ $4,500 หรือประมาณ 70,000 บาท ซึ่งถือเป็นโซนวัดใจสำคัญของนักลงทุนทองคำระยะสั้นถึงกลาง
ปัจจัยหลักที่กดดันทองคำในระยะสั้นมาจากสถานการณ์ภายใน Fed ที่เกิดมติเสียงแตกครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี สะท้อนให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายการเงินยังมีมุมมองไม่ตรงกันระหว่างฝ่ายที่ต้องการลดดอกเบี้ยกับฝ่ายสายเหยี่ยวที่ยังกังวลว่าเงินเฟ้ออาจค้างอยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่า Fed อาจยังไม่สามารถส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายได้ชัดเจน ส่งผลให้ราคาทองคำถูกขายทำกำไรในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความสับสนของนโยบายการเงินก็เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนทองคำในระยะยาว เพราะทองคำมักโดดเด่นในช่วงที่ตลาดขาดความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจและดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ความเสี่ยงด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก ทำให้นักลงทุนจำนวนหนึ่งยังเลือกถือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือเกิดความรุนแรงเพิ่มเติม ราคาทองคำยังมีโอกาสได้รับแรงซื้อกลับจากฝั่ง Safe Haven ได้อีกครั้ง
อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือบทบาทของ Jerome Powell และความเป็นอิสระของ Fed ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมือง หากธนาคารกลางถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระมากขึ้น ความเชื่อมั่นต่อเงินกระดาษและระบบการเงินอาจถูกสั่นคลอน ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วมักเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเองและถูกใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ภาพระยะสั้นยังต้องระวังแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของ Bond Yield โดยเฉพาะ Bond Yield อายุ 2 ปีที่ขยับขึ้นมาใกล้ระดับ 3.95% ทำให้ทองคำซึ่งไม่มีดอกผลดูน่าสนใจลดลงเมื่อเทียบกับพันธบัตรในช่วงสั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ราคาทองคำอาจยังผันผวนและถูกกดดันต่อได้ แต่สำหรับนักลงทุนที่มองระยะกลางถึงยาว การย่อตัวลงมาใกล้แนวรับสำคัญอาจเป็นจังหวะในการทยอยสะสมมากกว่าการไล่ซื้อในช่วงราคาดีดแรง
ในเชิงเทคนิค กราฟ 4 ชั่วโมงเริ่มเข้าสู่โซนที่น่าสนใจ หลัง RSI ลงมาอยู่ในเขต Oversold ต่ำกว่า 30 สะท้อนว่าแรงขายเริ่มตึงตัวและมีโอกาสเกิดแรงดีดกลับทางเทคนิค หากราคายังยืนเหนือแนวรับ $4,500 หรือประมาณ 70,000 บาทได้ โซนนี้จะเป็นฐานสำคัญสำหรับการฟื้นตัวรอบใหม่ โดยมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ $4,730 หรือประมาณ 72,300 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับดังกล่าวลงไป นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังและบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสม
.
ภาพรวมราคาทองคำยังอยู่ในจังหวะพักฐานจากแรงกดดันของ Fed เสียงแตก ดอลลาร์แข็งค่า และ Bond Yield ที่ปรับตัวขึ้น แต่ปัจจัยหนุนระยะกลางถึงยาวยังไม่หายไป ทั้งความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความกังวลต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลก กลยุทธ์จึงยังเน้น “ทยอยเข้าซื้อ” บริเวณแนวรับ $4,600–$4,500 หรือประมาณ 71,000–70,000 บาท โดยจับตาว่าราคาจะยืนฐานสำคัญได้หรือไม่ หากยืนได้ มีโอกาสลุ้นฟื้นตัวกลับไปทดสอบแนวต้าน $4,730 หรือประมาณ 72,300 บาทอีกครั้ง ทั้งนี้ควรแบ่งไม้ลงทุนและบริหารความเสี่ยงตามความผันผวนของตลาดอย่างใกล้ชิด
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
