ทองคำทรุด เเต่ไม่หลุด $5,000 โอกาสเข้าซื้อมาเเล้ว??
.
Dow Jones ร่วงหนัก กดดันทองคำ จังหวะนี้ควรซื้อทองหรือไม่?
เมื่อ Dow Jones ร่วงแรงและตลาดขาดสภาพคล่อง ราคาทองคำถูกกดดัน นักลงทุนควรใช้จังหวะนี้เข้าซื้อทองคำหรือไม่?
ในช่วงที่ตลาดหุ้นร่วงแรง นักลงทุนจำนวนมากอาจถูกบังคับขายสินทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ส่งผลให้ราคาทองคำถูกกดดันในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตและธนาคารกลางต้องอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบในอนาคต การย่อตัวของทองคำอาจกลายเป็นโอกาสสำหรับการทยอยสะสมในระยะยาว
ในช่วงเวลานี้โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะการโจมตีแหล่งผลิตและโรงกลั่นน้ำมัน ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นกำลังกดดันเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัว ในขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่
ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญภาวะสภาพคล่องตึงตัวอย่างหนัก ดัชนีดาวโจนส์ที่ปรับตัวลงอย่างรุนแรงได้สร้างแรงกดดันต่อนักลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เลเวอเรจในการลงทุน เมื่อราคาสินทรัพย์ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนบางส่วนจึงจำเป็นต้องขายสินทรัพย์เพื่อรักษาระดับหลักประกันของพอร์ตการลงทุน
สถานการณ์ที่เรียกว่า Force Sell นี้มักทำให้เกิดการขายสินทรัพย์ทุกประเภทที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย รวมถึงทองคำ แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยก็ตาม การขายดังกล่าวจึงกลายเป็นแรงกดดันระยะสั้นต่อราคาทองคำในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและตลาดที่ขาดสภาพคล่องมักเป็นจุดเริ่มต้นของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเฉพาะจากธนาคารกลางสหรัฐ หากเศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย ธนาคารกลางมีแนวโน้มต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เช่น Quantitative Easing (QE) หรือการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบการเงิน
อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องมีการต่ออายุหนี้ในปริมาณมหาศาล ประกอบกับแรงกดดันด้านความมั่นคงและงบประมาณทางทหารที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มโอกาสที่สหรัฐฯ จะต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ
เมื่อประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องเพิ่มการใช้จ่ายและอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจโลกก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การอ่อนค่าของสกุลเงินและการลดลงของความเชื่อมั่นต่อระบบการเงิน ในช่วงเวลาเช่นนี้ ทองคำมักกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง
ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ ราคาทองคำในปัจจุบันได้ยกระดับฐานราคาใหม่ขึ้นมารับความเสี่ยงด้านสงครามและเศรษฐกิจแล้ว โดยระดับราคาที่นักลงทุนจำนวนมากจับตาคือบริเวณ 5,000 ถึง 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นโซนแนวรับสำคัญในภาพใหญ่ของตลาด
อีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดคือข่าวเกี่ยวกับ การเจรจาสันติภาพ เพราะทุกครั้งที่ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณของการลดความตึงเครียด ราคาทองคำมักเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ราคาทองคำอาจปรับตัวลงมาทดสอบบริเวณ 5,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 76,500 บาทสำหรับทองคำแท่งไทย
อย่างไรก็ตาม การย่อตัวในลักษณะนี้อาจไม่ใช่สัญญาณของแนวโน้มขาลงในระยะยาว แต่กลับอาจกลายเป็นจังหวะสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทยอยสะสมทองคำตามหลัก Healthy Investment เพราะแม้สงครามจะสิ้นสุดลงได้ในที่สุด แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแล้วมักต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัว
ท้ายที่สุด หากเศรษฐกิจโลกต้องพึ่งพาการพิมพ์เงินเพื่อแก้ไขวิกฤต ระบบการเงินอาจเผชิญแรงกดดันจากการเสื่อมค่าของสกุลเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ historically มักผลักดันให้ราคาทองคำเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว
.
เขียนโดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
รับชมเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/JSrlZ8oC7yo
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @intergold
คลิกที่ลิงค์สำหรับเพิ่มเพื่อน : https://page.line.me/intergold
