
กองทัพใหญ่สหรัฐบุกอ่าวเปอร์เซีย ทองคำน่าซื้อหรือยัง?
.
ราคาทองคำทะลุ 5,100 ท่ามกลางความเสี่ยงสงครามและวิกฤตหนี้โลก: จุดเริ่มต้นของขาขึ้นรอบใหม่หรือเพียงแรงเก็งกำไรระยะสั้น
.
ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น ราคาทองคำได้กลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง โดยสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 5,100 ได้สำเร็จ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางเทคนิค แต่สะท้อนถึงแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ในโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่ความตึงเครียดในภูมิภาค อ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการเงินใน สหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังเผชิญกับภาระหนี้มหาศาลและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
ทองคำในฐานะสินทรัพย์ Safe Haven มักจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อโลกเข้าสู่ภาวะเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ หรือความไม่มั่นคงของค่าเงิน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่าน ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงหนุนให้ราคาทองคำในช่วงนี้ เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นศูนย์กลางพลังงานของโลก หากเกิดความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตหรือการขนส่งน้ำมัน ย่อมส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง และกระตุ้นให้นักลงทุนหันมาถือครองสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้น
.
ในขณะเดียวกัน ปัญหาที่ลึกกว่านั้นคือสถานการณ์หนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งต้องดำเนินการ Roll over หนี้จำนวนมหาศาลภายใต้สภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) อยู่ในระดับสูง ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์นี้สร้างแรงกดดันต่อระบบการเงิน และเพิ่มโอกาสที่ ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) อาจต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยหรือการกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
.
หากเกิดการใช้นโยบาย QE จริง จะหมายถึงการเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบผ่านการสร้างเงินใหม่ ซึ่งในอดีต นโยบายลักษณะนี้มักส่งผลให้มูลค่าของเงินกระดาษลดลงในเชิงกำลังซื้อ และเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากทองคำไม่สามารถถูกสร้างเพิ่มได้เหมือนสกุลเงิน จึงทำหน้าที่เป็นเครื่องรักษามูลค่า (Store of Value) ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
.
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาทองคำที่ทะลุระดับ $5,100 จะเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ในเชิงกลยุทธ์ นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากราคาปัจจุบันได้สะท้อนความคาดหวังต่อความเสี่ยงต่างๆ ไปแล้วในระดับหนึ่ง การไล่ซื้อในจังหวะที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเผชิญกับการย่อตัวระยะสั้น โดยเฉพาะหากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย หรือมีความคืบหน้าในเชิงบวกด้านนโยบายการเงิน
.
กลยุทธ์ที่เหมาะสมในภาวะเช่นนี้คือการรอจังหวะที่ราคาปรับฐาน และทยอยสะสมในระดับราคาที่ได้เปรียบมากกว่า สำหรับนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่แล้ว การถือต่อเพื่อรันเทรนด์ระยะยาวยังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากปัจจัยมหภาคหลายประการยังคงสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นของทองคำ ไม่ว่าจะเป็นระดับหนี้โลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ หรือแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของระบบการเงินโลก
.
ท้ายที่สุด ทองคำไม่ใช่เพียงสินทรัพย์สำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจ การจัดสรรทองคำในพอร์ตการลงทุนอย่างเหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มความมั่นคงและลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ตได้ ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นปัจจุบัน ทองคำจึงยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะหนึ่งในสินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับการรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว
.
เขียนโดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
รับชมเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/VXIPSQXuS6k
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @intergold
คลิกที่ลิงค์สำหรับเพิ่มเพื่อน : https://page.line.me/intergold
