fbpx

เมื่อวิกฤตเงินเฟ้อมาถึง ทำอย่างไรเมื่อข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน

วันที่ 12 พฤษภาคม 2565 เวลา 16.53 น.

เมื่อวิกฤตเงินเฟ้อมาถึง ทำอย่างไรเมื่อข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน

.

หลายคนคงจะได้ยินคำว่า “เงินเฟ้อ” ผ่านหูมาบ้างในสถานการณ์ตอนนี้ ทั้งข้าวของแพงขึ้น ราคาน้ำมัน ราคาสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่เฉพาะในตลาดการลงทุน แต่ในด้านของประชาชนทั่วไปก็มีเสียงบ่นถึงเรื่องภาวะเงินเฟ้อกันออกมาหนาหู เรามาลองวิเคราะห์กันดูว่าวิกฤตเงินเฟ้อในครั้งนี้มันร้ายแรงแค่ไหน ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆให้เห็นภาพนะครับ ลองนึกดูว่าในตอนนี้การจะหากินปลาแซลมอนในราคาถูกสั่งตามช่องทางออนไลน์ต่างๆ หาไม่ได้อีกแล้ว เพราะราคาสินค้าต่างๆรวมถึงอาหารทะเลพุ่งสูงขึ้นมาหลายเท่าตัว  แต่เรื่องราวของเงินเฟ้อมันไม่ใช่แค่ข้าวของราคาขึ้นนะครับ จริงๆแล้วอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น วันนี้ Trader InterGOLD จะมาเล่าให้ฟังครับ

.

ก่อนอื่นเลยขอปูพื้นฐานสำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจในระบบเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นก่อนนะครับ 

ระบบเศรษฐกิจเรานั้นโดยปกติตลอดระยะเวลาอันแสนนาน โดยส่วนใหญ่เงินเฟ้อจะขึ้นก็ต่อเมื่อระบบเศรษฐกิจออกมาดีมากครับ ทำให้พนักงานได้เงินเดือนและโบนัสสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นพนักงานเงินเดือนต่างๆ ก็จะใช้เงินแบบยั้งคิดน้อย เนื่องจากคิดว่าเงินสามารถหามาได้ง่าย มันจะเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ

และทำให้เงินเฟ้อถูกดันขึ้นมา เพราะเงินในระบบมันเพิ่มสูงขึ้นมา และช่วงเวลาแบบนี้นั้นมักจะเกิดกับช่วงอัตราดอกเบี้ยขาลงหรืออยู่นิ่งๆ แต่ระบบเศรษฐกิจเติบโตไว

 .

มาถึงจุดนี้คนก็อาจคิดว่าเงินเฟ้ออาจไม่ใช่เรื่องไม่ดีไม่ใช่หรอ เนื่องจากเศรษฐกิจดี เงินเฟ้อถึงสูงตาม กลไกมันก็ดูไม่น่ามีปัญหา แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีปัญหาครับถ้าเมื่อไหร่ที่เงินเฟ้ออยู่ในปริมาณที่สูงเกินกว่าจะรับได้ ผมขอสมมุติแบบนี้นะครับ ปกติเราเงินเดือน 30,000 บาท เราอาจจะบอกว่าเราใช้จ่ายชีวิตประจำวัน 15,000 บาท และค่าเบ็ตเตล็ด 5,000 บาท เงินเก็บ 10,000 บาท แต่ถ้าเรารู้ว่าเงินเดือนข้างหน้าเราจะเพิ่มขึ้นหรือปีนี้ได้โบนัสเยอะขึ้น การใช้จ่ายของคุณจะเหมือนเดิมรึเปล่าครับ ยกตัวอย่างเช่น ปีหน้าจะได้รับเงินเดือน 35,000 และได้โบนัสเพิ่มขึ้น 2 เดือน การใช้จ่าย ณ ปัจจุบันของคุณก็จะเปลี่ยนไปครับ อาจจะมีการกู้ยืม เพื่ออนาคตเข้ามามากขึ้นครับ หรือใช้เงินเก็บมากขึ้นครับเพราะรู้ว่าอนาคตสดใสครับ กลไกนี้จะทำให้เงินไหลในระบบสูงขึ้นมหาศาลครับ เป็นเรื่องของ Perception (ความรู้สึก) ครับ แต่แล้วเมื่ออนาคตมาถึงจริง กลายเป็นทุกอย่างมาถึงทางตันครับ เพราะเนื่องจากกลไกถูกออกแบบว่าถ้าฐานระบบเศรษฐกิจอยู่สูง ก็จะทำให้เปอเซ็นต์ ค่าความเปลี่ยนแปลงต่ำลงครับ ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าระบบเศรษฐกิจเติบโตจาก 100 ไป 120 เราอาจบอกว่าโต 20% ถูกไหมครับ แต่ถ้าอีกปีนึงโต 20 แต่ฐานใช้ 120 ระบบก็จะเติบโตแค่ 16.67% เพราะฉะนั้นวันนึงก็จะถึงทางตันเองครับ ไม่มีทางที่เงินจำนวนเท่าเดิมในระบบจะสามารถสร้างผลประกอบการที่มากขึ้นครับ 

.

โอเคครับเราเข้าใจกลไกเบื้องต้นแล้วครับ มาต่อกันที่ทำอย่างไรให้ระบบเศรษฐกิจยังเดินต่อไปได้ เมื่อฐานสูงขึ้นแต่เงินในระบบเท่าเดิม เราก็จะเห็นง่ายมากครับ คือการพิมพ์เงินอัดเข้ามาในระบบ หลายคนอาจบอกว่าเงินเฟ้อ จะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อระบบเศรษฐกิจดี แต่ขอให้มองย้อนกลับไปที่ต้นตอดีๆครับว่า เงินในระบบจำนวนเท่าเดิม ไม่สามารถหมุนเวียนได้มากกว่านี้แล้ว เงินเฟ้อจะมีได้อย่างไรครับ สุดท้ายสิ่งที่ทำให้เงินเฟ้อขึ้นจริงๆ ผมอาจกล่าวได้ว่า นโยบายระบบการเงินแบบผ่อนคลายนั่นเองครับ

เรามาดูภาพ ณ ปัจจุบันนี้ครับว่าทำไมเงินเฟ้อของเราอยู่สูงมากมหาศาลขนาดนี้ได้ เราอาจต้องมองย้อนกลับไปถึงต้นตอจริงๆครับ ไม่ใช่เศรษฐกิจ Recovery (ฟื้นฟู) หรือว่า Supply Chain Shock (ระบบห่วงโซ่อุปสงค์อุปทานพัง) หรอกครับ ถามว่ามีส่วนเร่งปฎิกิริยาหรือไม่ ก็คงตอบใช่ แต่ภาพต้นตอจริงๆ ให้ไปดูที่ Money Supply ( จำนวนเงินในระบบ ) ดีกว่าครับเงินที่ปั้มมาทั้งโลกในช่วง โควิด-19 กำลังสะท้อนเข้ามาสู่ ภาคธุรกิจครับ หรือง่ายๆคือเงินที่โผล่มาจากการพิมพ์มันอยู่ดีๆ ก็ลอยมาให้กับนายทุน ต่างๆนั่นเอง ส่วนคนที่รับเคราะห์จริงๆ อาจบอกได้ตรงๆ ครับคือ คนทั่วไปที่ต้องรับต้นทุนการบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นครับ 

.

แต่ถ้าภาพนี้ออกมาในมุมของระบบเศรษฐกิจที่ออกมาดี และใช้นโยบายผ่อนปลน ก็คงไม่มีปัญหาแต่เนื่องจากระบบเศรษฐกิจดีจะนำไปสู่การปรับตัวขึ้นของค่าแรงครับ ซึ่งมันก็จะล้อไปกับวงจรได้ครับ 

.

แต่ ณ ปัจจุบันนี้อาจพูดได้ว่า แทบไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ครับ ที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงเกินปกติ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจ และระบบเศรษฐกิจยังแย่ ทำให้ระบบเศรษฐกิจหดตัว บริษัทเองก็ต้องเอาตัวรอด ค่าแรงก็ปรับขึ้นไม่ได้ครับ แล้วแบบนี้เราจะเอาอะไรไปสู้กับเงินเฟ้อ ? 

.

ผมอาจกล่าวได้ว่าครั้งนี้อาจเป็นวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ครับ 

.

เนื่องจากเมื่อไหร่ที่ตลาดหุ้นไม่สามารถรับภาระการขึ้นของอัตราดอกเบี้ยได้ จะทยอยล้มละลาย และนำไปสู่การปลดพนักงานครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ รวมถึงอาจเกิดจราจลได้ครับ อันนี้อาจเป็นในมุมมองที่แย่ที่สุดครับ ซึ่งอาจจะไม่เกิดก็ได้ แต่ถ้าถามว่า Fed หรือธนาคารกลางหลายประเทศจะหยุดการขึ้นดอกเบี้ยได้ไหม ก็อาจตอบว่ายากเช่นกันครับ เนื่องจากเงินเฟ้อสูงมากขนาดนี้จะนำไปสู่ชีวิตของประชาชนที่ไม่สามารถเอาตัวรอดได้ และนำไปสู่การจราจลได้ในอนาคตเช่นเดียวกันครับ หรืออาจบอกได้ว่าตอนนี้เกิด Moral Decision (การตัดสินใจด้านจริยธรรม) ครั้งใหญ่เหมือนกันครับว่ารัฐบาลต่างๆทั่วโลกจะแบกตลาดหรือแบกประชาชนครับ 

.

โดย ณ ตอนนี้จากรูปที่ผมนำมาให้ดูกันครับ เงินเฟ้อพุ่งไประดับมากกว่า 8.5% โดยอัตราผลตอบแทนไปถึง 3% ซึ่งเราอาจบอกได้ว่าถ้าเราฝากพันธบัตรรัฐบาล หรือฝากเงินเรายังสูญเสียมูลค่าของเงินไป 5.5% ครับซึ่งมากที่สุดเป็นประวัติการณ์กว่า 40 ปี หรือถ้าแย่ยิ่งกว่านั้นถ้าคุณถือเงินสดไว้ เงินของคุณก็จะเสียมูลค่าไป 8.5% ต่อปี โดยมูลค่าที่เสียไปก็จะสะท้อนออกมาเป็นราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง และถ้าบอกว่าถ้าจะลงทุนหล่ะดีไหม จริงๆในตลาดการลงทุนช่วงนี้ก็แย่เช่นกันครับเนื่องจากนโยบายตรึงตัวแบบนี้ ตลาดหุ้นก็ได้รับการกดดันครั้งใหญ่หลวงเลยครับ ทางออกตอนนี้อาจจะถือเงิดสดเอาไว้แต่ต้องถือสกุลเงินที่แข็งที่สุดในตอนนี้ก็คือ ดอลลาร์ครับ แต่ถ้าอยากปลอดภัยจริงๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงเอาไว้ก็ต้องเป็นสินทรัพย์ที่แข็งที่สุดซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วกว่าพันปี ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงมีมูลค่าก็คือ ทองคำ ซึ่งเป็นตัวช่วยรักษามูลค่าและป้องกันเงินเฟ้อได้ครับ 

.

ทุกคนมีความคิดยังไงมาแชร์กันได้นะครับ อันนี้เป็นหนึ่งในลางบอกเหตุเท่านั้นครับ ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลกับตลาด ณ ปัจจุบันอย่างใหญ่หลวงเช่นกันครับ ไว้มีโอกาสจะกลับมาแชร์ใน ประเด็นอื่นๆเพิ่มเติมครับ

เปิดพอร์ตออนไลน์ : https://bit.ly/3hPrVQi
? สนใจลงทุนทองคำแท่งหรือติดตามข่าวสารได้ที่
? Line : @intergold https://lin.ee/jw9R4jm
? Facebook : InterGOLD Gold Trade
☎️ Call : 02-222-0007

 



ราคาทอง
18 พฤษภาคม 2565 | 01:15:35

ประเภท รับซื้อ ขายออก
LBMA
99.99% (Baht)
30,755

-2.00

30,815

-2.00

InterGold
96.5% (Baht)
29,677

-2.00

29,742

-2.00

สมาคมฯ
96.5% (Baht)
29,800

0.00

29,900

0.00

Gold Spot
(USD)
1,816.75

-0.15

1,817.03

-0.11

ค่าเงินบาท
(USDTHB)
-
34.56

0.00

ราคาทองคำย้อนหลัง
ความเคลื่อนไหวกองทุนทองคำ
18 พฤษภาคม 2565 | 01:15:35

SPDR (ton) (USD) HUI (USD)
1,053.28

-2.61

251.55

2.48