กลยุทธ์ : Sideway
แนวรับ : $5,020 หรือ 77,000
แนวต้าน : $5,230 หรือ 79,000
.
ราคาทองคำที่กลับมาฟื้นตัวในวันนี้เป็นเพียงแรงรีบาวด์ระยะสั้น หรือกำลังสะท้อนการกลับมาของแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยกระดับขึ้นจากฝั่งอิหร่านที่ขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กำลังส่งสัญญาณว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจกลับมาอีกระลอกหรือไม่ และจะกลายเป็นปัจจัยหนุนทองคำได้มากแค่ไหน นอกจากนี้ รอยร้าวในตลาด Private Credit และแรงกดดันจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงแรง จะยิ่งผลักให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อทองคำมากขึ้นหรือไม่ รวมถึงการคาดการณ์ว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน จะกลายเป็นแรงหนุนรอบใหม่ให้ทองคำเดินหน้าต่อ หรือราคาจะยังคงเคลื่อนไหวแบบ Sideway เพื่อรอปัจจัยชี้นำรอบถัดไป
.
บรรยากาศการลงทุนในตลาดทองคำกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เร่งตัวขึ้นจากท่าทีแข็งกร้าวของอิหร่าน ซึ่งส่งสัญญาณพร้อมปิดช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวลักษณะนี้ทำให้ตลาดหันกลับมาประเมินความเสี่ยงด้านพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้ทองคำกลับมาได้รับความสนใจในฐานะ Safe Haven อย่างรวดเร็ว หลังจากเพิ่งเผชิญแรงขายไปก่อนหน้า
แรงหนุนสำคัญอีกด้านมาจากราคาน้ำมัน Brent ที่พุ่งแตะระดับ 100.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าต้นทุนพลังงานอาจกลับมากดดันเงินเฟ้ออีกครั้ง แม้ Bond Yield จะขยับขึ้นตามความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่ในภาวะที่ตลาดเผชิญความเสี่ยงจากสงครามและความไม่แน่นอนเชิงระบบ ทองคำยังคงถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยรักษามูลค่าได้ดีกว่าเงินสดในช่วงเวลาที่ตลาดเปราะบาง
นอกจากปัจจัยสงครามและพลังงานแล้ว ตลาดยังเริ่มกังวลต่อเสถียรภาพของระบบการเงินมากขึ้น จากข่าวที่เกี่ยวข้องกับการลดวงเงินปล่อยกู้และการปรับมูลค่าสินเชื่อในกลุ่ม Private Credit ซึ่งสะท้อนว่าตลาดการเงินนอกธนาคารเริ่มมีรอยร้าวชัดเจนขึ้น เมื่อความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเพิ่มขึ้น นักลงทุนจำนวนหนึ่งจึงมีแนวโน้มลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง และโยกเงินกลับเข้าสู่ทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง
ในเวลาเดียวกัน การปรับตัวลงของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P 500 และ Nasdaq มากกว่า 1.5% ยังเพิ่มแรงกดดันให้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed อาจจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนเพื่อประคองเศรษฐกิจ หากทิศทางดังกล่าวชัดเจนขึ้นจริง ก็จะยิ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ เพราะดอกเบี้ยขาลงมักช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ และเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำหลังจากเหวี่ยงลงแรงได้เริ่มดีดกลับขึ้นมาบริเวณ 5,120 ดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังไม่ใช่การทะลุกรอบขึ้นอย่างชัดเจน จึงยังประเมินว่าราคามีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบ Sideway ในกรอบ 5,020–5,230 ดอลลาร์ นักลงทุนระยะสั้นจึงยังควรใช้กลยุทธ์ซื้อใกล้แนวรับและขายใกล้แนวต้านไปก่อน จนกว่าตลาดจะได้รับปัจจัยใหม่ที่รุนแรงพอจะผลักดันให้เกิดการเบรกเอาท์
.
สรุป :
ราคาทองคำเริ่มกลับมาได้แรงหนุนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาดเครดิต และความคาดหวังว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ในภาพเทคนิคทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway โดยมีกรอบสำคัญที่ 5,020–5,230 ดอลลาร์ ดังนั้นกลยุทธ์ในระยะสั้นยังเหมาะกับการเล่นตามกรอบ ซื้อบริเวณแนวรับ 5,020 ดอลลาร์ หรือประมาณ 77,000 บาท และทยอยขายบริเวณแนวต้าน 5,230 ดอลลาร์ หรือประมาณ 79,000 บาท ไปก่อน จนกว่าราคาจะมีสัญญาณเลือกทางที่ชัดเจนมากขึ้น
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
.
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

