กลยุทธ์ : Sideway
แนวรับ : $4,350 หรือ 68,400
แนวต้าน : $4,550 หรือ 70,000
.
ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะพาทองคำไปทางไหนต่อในระยะสั้น และตลาดกำลังส่งสัญญาณอะไรผ่าน Bond Yield น้ำมัน การเคลื่อนไหวทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ กับจีน รวมถึงค่าเงินบาทที่มีผลต่อราคาทองไทยอย่างไรบ้าง ภายใต้สถานการณ์ที่ทองคำยังแกว่งตัวในกรอบ Sideway นักลงทุนควรมองแนวรับ 4,350 ดอลลาร์ หรือ 68,400 บาท และแนวต้าน 4,550 ดอลลาร์ หรือ 70,000 บาท อย่างไร
.
ภาพรวมของทองคำในช่วงนี้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แม้จะมีการยื่นข้อเสนอระหว่างกันหลายรอบ แต่สุดท้ายตลาดยังไม่มั่นใจว่าการเจรจาจะจบลงด้วยข้อตกลงหรือความขัดแย้งที่ยกระดับต่อไป การที่ทรัมป์ขยับเส้นตายออกไปถึงวันที่ 6 เมษายน ยิ่งทำให้บรรยากาศการลงทุนยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความไม่แน่นอนนี้เองที่ยังเป็นแรงหนุนให้ทองคำถูกถือครองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดการเงินก็ยังสะท้อนความระแวงผ่านการเคลื่อนไหวของ Bond Yield และราคาน้ำมัน โดย Bond Yield อายุ 10 ปีของหลายประเทศยังขยับขึ้นอีกครั้งหลังทองรีบาวด์เพียงช่วงสั้น ๆ ขณะที่น้ำมันกลับมายืนในระดับสูงแถว 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภาพนี้บอกได้ว่าตลาดยังไม่เชื่อว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางจะคลี่คลายได้ง่าย และยังคงเผื่อความเสี่ยงเอาไว้พอสมควร เมื่อ Yield ยังสูงและน้ำมันยังทรงตัวสูง ทองคำจึงยังมีแรงประคองอยู่ในระยะสั้นถึงกลาง
ขณะเดียวกัน การเลื่อนกำหนดการพบจีนของโดนัลด์ ทรัมป์ จากช่วงปลายเดือนมีนาคมไปเป็นวันที่ 14–15 พฤษภาคม ก็ถูกมองได้ว่าเป็นสัญญาณทางการเมืองทางอ้อม เพราะสะท้อนว่าสหรัฐฯ อาจต้องการเห็นความขัดแย้งกับอิหร่านมีทิศทางชัดเจนมากขึ้นก่อนเข้าสู่ภารกิจทางการทูตสำคัญ นั่นหมายความว่าตลาดอาจต้องจับตาช่วง 30–45 วันจากนี้อย่างใกล้ชิด หากมีสัญญาณว่าความตึงเครียดเริ่มผ่อนคลาย ก็อาจช่วยให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกดีขึ้น และส่งผลต่อทิศทางทองคำในลำดับถัดไป
สำหรับค่าเงินบาท ช่วงนี้มีบทบาทสำคัญในการพยุงราคาทองไทย เพราะเมื่อดอลลาร์แข็ง ค่าเงินบาทมักอ่อน และเมื่อทอง Spot อ่อนตัว ค่าเงินบาทก็มักอ่อนตามไปด้วย จึงทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับลงไม่แรงเท่าตลาดโลก ความสัมพันธ์ลักษณะนี้ทำให้ทองไทยมีความผันผวนต่ำกว่า Spot ในบางช่วง และเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการถือทองในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้นแบบผันผวนสูง
ด้านเทคนิค ทองคำยังอยู่ในภาพของการรีบาวด์หลังจากย่อตัวลงจากโซน 4,600 ดอลลาร์มาบริเวณ 4,350 ดอลลาร์ ก่อนจะกลับมายืนเหนือ 4,400 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง โซน 4,300–4,400 ดอลลาร์จึงยังเป็นฐานรับสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณ 4,320–4,350 ดอลลาร์ที่ยังถูกมองว่าเป็นจุดน่าสนใจสำหรับการสะสมในมุมของผู้ที่ยังไม่มีสถานะ แม้ระยะสั้นราคาจะยังแกว่งตัว แต่ภาพรวมยังไม่ได้เสียทรง และการอ่อนตัวลึกยังถูกตีความเป็นจังหวะสะสมมากกว่าจังหวะหนี
.
กลยุทธ์โดยรวมยังคงมองทองคำในลักษณะ Sideway โดยมีแนวรับที่ 4,350 ดอลลาร์ หรือ 68,400 บาท และแนวต้านที่ 4,550 ดอลลาร์ หรือ 70,000 บาท ปัจจัยหลักยังอยู่ที่ความไม่แน่นอนของความสัมพันธ์อิหร่าน–สหรัฐฯ ซึ่งยังหนุนแรงซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกัน Bond Yield ที่ยังสูง น้ำมันที่ยังยืนระดับสูง และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าก็ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยประคองราคาทองไม่ให้อ่อนตัวลงง่าย ในภาพระยะสั้น ทองคำจึงยังน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ แต่เป็นการแกว่งตัวบนฐานรับที่ค่อนข้างแข็งแรง และหากย่อลงใกล้โซนรับ ก็ยังมองได้ว่าเป็นโอกาสสะสมมากกว่าการตื่นขาย
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

