
ทรัมป์ตั้งเป้ายึดน้ำมันอิหร่าน ราคาทองคำเตรียมพุ่งหรือร่วง?
โลกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อสมรภูมิในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการส่งกองทัพบกเข้ายึดครองช่องแคบฮอร์มุซและเกาะที่เป็นแหล่งน้ำมันสำคัญของอิหร่านเพื่อรักษาอำนาจการควบคุม ในขณะที่อิหร่านโต้กลับอย่างเจ็บแสบด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพันธมิตรสหรัฐฯ และประกาศกร้าวให้การซื้อขายน้ำมันผ่านช่องแคบต้องใช้ “เงินหยวน” เท่านั้น ซึ่งถือเป็นการท้าทายระบบเปโตรดอลลาร์ (Petrodollar) อย่างรุนแรงและอาจดึงจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง สงครามที่ดุเดือดนี้ผลักดันให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะยานยืนระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจโลกและฉุดให้สกุลเงินเอเชีย รวมถึงเงินเยนและเงินบาท พากันอ่อนค่าอย่างหนัก ทว่าท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งนี้ ทองคำกลับเริ่มแสดงพฤติกรรมที่น่าจับตามอง
แม้ว่าตลาดทุนทั่วโลกจะตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนก (Panic) โดยดัชนีหุ้นสำคัญอย่าง Dow jone และ NASDAQ ถูกเทขายจนร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่จากการที่นักลงทุนทิ้งสินทรัพย์อื่นเพื่อดึงเงินทุนกลับไปถือดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) แต่สิ่งที่ผิดปกติและเป็นสัญญาณบวกอย่างมากคือ ราคาทองคำกลับ “หยุดลง” และไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) อีกต่อไป ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าแรงเทขายทองคำเพื่อนำเงินไปอุดหนุนพอร์ตหุ้นที่ขาดทุนนั้นเริ่มหมดสภาพลงแล้ว นักลงทุนมองว่าระดับราคาในปัจจุบันเป็นจุดที่ถูกเกินกว่าจะเทขายทิ้ง ซึ่งถือเป็นการสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่งเพื่อเตรียมรับมือกับความรุนแรงของสงครามที่คาดว่าจะทวีความดุเดือดขึ้นในระยะถัดไป
กลยุทธ์การลงทุนทองคำในสภาวะที่ตลาดกำลังสร้างฐานนี้ โซนราคาบริเวณ 4,300 – 4,600 ดอลลาร์ ถือเป็นโซนสะสมที่น่าสนใจและได้เปรียบมากที่สุด โดยในสัปดาห์นี้หากราคาไม่สามารถผ่าน 4,600 ดอลลาร์ได้ อาจมีจังหวะย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 4,400 – 4,480 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการรอรับของ สิ่งสำคัญคือต้องยึดหลักการลงทุนอย่างยั่งยืน (Healthy Investment) ด้วยการ “แบ่งไม้เข้าซื้อ” ห้ามทุ่มเงินทั้งหมดในคราวเดียว (No All-in) และหลีกเลี่ยงการไล่ราคาอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้ที่เข้าซื้อในโซนสูงไปแล้วไม่ต้องวิตกกังวล เพราะหากราคาสามารถทะลุแนวต้าน 4,600 ดอลลาร์ไปได้ โอกาสที่จะดีดกลับไปถึงระดับ 4,850 ดอลลาร์จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดนี้นักลงทุนควรบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) จากรายได้ประจำ (Active Income) เพื่อนำมาทยอยเติมเข้าพอร์ตและถัวเฉลี่ยต้นทุน ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
.
เขียนโดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
รับชมเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/ume65Cq5TCg
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @intergold
คลิกที่ลิงค์สำหรับเพิ่มเพื่อน : https://page.line.me/intergold
