
กลยุทธ์ : Hold
แนวรับ : $4,500 หรือ 70,500
แนวต้าน : $4,850 หรือ 73,600
.
ทองคำยัง Hold ต่อได้ไหม? เมื่อข่าวสันติภาพยุโรปเริ่มกดดันราคา แต่ตะวันออกกลางยังช่วยพยุงแรงซื้อ
ราคาทองคำกำลังเจอแรงกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งสัญญาณจบสงครามรัสเซีย–ยูเครน การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–จีนที่อาจทำให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น รวมถึงข่าวอินเดียขอความร่วมมืองดซื้อทองคำ 1 ปี แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจากมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านยังเป็นแรงพยุงสำคัญ ทำให้ทองคำยังไม่หลุดแรงเกินไป
.
ภาพรวมราคาทองคำเริ่มถูกกดดันจากการคลายตัวของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีที่ประธานาธิบดีปูตินส่งสัญญาณว่าสงครามรัสเซีย–ยูเครนอาจเข้าใกล้จุดจบ และพร้อมเดินหน้าเจรจาสันติภาพ หากความขัดแย้งในยุโรปเริ่มลดระดับลงจริง จะทำให้ “พรีเมียมความเสี่ยง” ที่เคยหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยค่อย ๆ หายไป ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มลดน้ำหนักการถือครองทองคำ
ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาซัมมิตระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ซึ่งมาพร้อมกระแสคาดหวังเรื่องการพักรบทางการค้าและการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี หากบรรยากาศการเจรจาออกมาในเชิงบวก ตลาดอาจเข้าสู่โหมด Risk-on มากขึ้น เงินทุนมีโอกาสไหลกลับเข้าตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง แทนการถือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง
อีกหนึ่งปัจจัยลบที่ต้องระวังคือข่าวจากอินเดีย หลังรัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดซื้อทองคำ 1 ปี เพื่อรักษาทุนสำรองและพยุงค่าเงินรูปี เนื่องจากอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความต้องการทองคำสูงที่สุดของโลก หากดีมานด์ฝั่งค้าปลีกชะลอลงจริง อาจกลายเป็นแรงกดดันระยะกลางถึงยาวต่อราคาทองคำโลก
อย่างไรก็ตาม ทองคำยังมีแรงพยุงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ เดินหน้าคว่ำบาตรบริษัทขนส่งน้ำมันอิหร่านไปจีนรอบใหม่ เพื่อสกัดแหล่งเงินทุนของอิหร่าน ความเสี่ยงในภูมิภาคนี้ยังทำให้ตลาดไม่กล้าเทขายทองคำแรงเกินไป เพราะยังมีโอกาสเกิดความผันผวนจากประเด็นพลังงาน น้ำมัน และความมั่นคงระหว่างประเทศ
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบกว้างระหว่าง $4,500–$4,850 หรือประมาณ 70,500–73,600 บาท หลังจากทดสอบโซนแนวต้านแล้วเริ่มย่อตัวลงมา กลยุทธ์หลักจึงยังไม่ใช่การไล่ซื้อเมื่อราคาอยู่สูง โดยเฉพาะบริเวณเหนือ $4,675 หรือประมาณ 72,000 บาท แต่ควรรอจังหวะย่อตัวเพื่อสะสมในโซนที่ได้เปรียบมากกว่า
.
ภาพรวมทองคำรอบนี้ยังเหมาะกับกลยุทธ์ Hold มากกว่าการไล่ซื้อ เพราะปัจจัยบวกจากสงครามเริ่มลดลง หลังข่าวสันติภาพยุโรปและดีลสหรัฐฯ–จีนทำให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่ข่าวอินเดียอาจกดดันดีมานด์ทองคำในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังช่วยพยุงราคาไม่ให้ร่วงแรง
ดังนั้น นักลงทุนควรรอจังหวะย่อมากกว่าซื้อไล่ราคา โดยจับตาแนวรับสำคัญที่ $4,500 หรือ 70,500 บาท และแนวต้านหลักที่ $4,850 หรือ 73,600 บาท หากราคาย่อลงมาในโซนรับได้ ยังเป็นจังหวะสะสมเพื่อรอลุ้นรอบรีบาวด์ถัดไป แต่ถ้าราคาขึ้นใกล้แนวต้าน ควรระวังแรงขายทำกำไรอีกครั้ง
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
