
กลยุทธ์ : ย่อซื้อ ระวังแรงเหวี่ยงจาก CPI–PPI และดีลภูมิรัฐศาสตร์
แนวรับ : $4,600 หรือ 71,300
แนวต้าน : $4,830 หรือ 73,000
.
ราคาทองคำสัปดาห์นี้ควร “ย่อซื้อ” ต่อหรือไม่ ท่ามกลางแรงเหวี่ยงจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ อย่าง CPI–PPI รวมถึงความไม่แน่นอนของดีลภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสงครามอิหร่าน–สหรัฐฯ และการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–จีน ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำระยะสั้นว่าจะรีบาวด์ต่อไปทดสอบแนวต้าน $4,830–$4,900 หรือถูกแรงขายกดดันกลับลงมาอีกครั้ง
.
ราคาทองคำเปิดสัปดาห์ด้วยแรงเหวี่ยงค่อนข้างรุนแรง หลังช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ราคาปรับตัวลงแรงราว 30 ดอลลาร์ ก่อนรีบาวด์กลับขึ้นมาได้ในเวลาไม่นาน สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในภาวะไวต่อข่าว โดยเฉพาะปัจจัยสงครามอิหร่าน–สหรัฐฯ ราคาน้ำมัน และการเจรจาระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ–จีน
ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดยวันอังคารจะมีการประกาศ CPI และวันพุธจะมีการประกาศ PPI ซึ่งมีผลต่อมุมมองดอกเบี้ยของ Fed และทิศทาง Bond Yield หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด อาจกดดันทองคำในระยะสั้น เพราะตลาดจะกังวลว่า Fed ยังไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้เร็ว แต่หากราคาทองคำย่อตัวจากแรงกดดันดังกล่าว ก็อาจกลายเป็นจังหวะสะสมสำหรับนักลงทุนที่มองว่าภาพใหญ่ยังมีแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ด้านสถานการณ์อิหร่าน–สหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรหลัก ล่าสุดอิหร่านได้ส่งข้อเสนอผ่านปากีสถานเพื่อหาทางยุติสงครามอีกครั้ง แต่โดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากยังมีประเด็นที่สหรัฐฯ ไม่พอใจ ทั้งเรื่องการผลิตยูเรเนียม ภัยคุกคามที่ยังไม่ชัดเจน และเงื่อนไขผลประโยชน์ที่อิหร่านเรียกร้องมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังอยู่ในช่วงการยื่นข้อเสนอและต่อรอง ทำให้ตลาดยังคาดหวังว่าอาจมีข้อตกลงบางส่วนเกิดขึ้นได้ในระยะสั้น
อีกประเด็นใหญ่คือการพบกันระหว่างทรัมป์และสีจิ้นผิง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงวันที่ 14–15 พฤษภาคม โดยมีหัวข้อสำคัญจำนวนมาก ทั้งสินค้าเกษตร ยูเรเนียม ชิป สงครามการค้า การค้าโลก รวมถึงประเด็นอิหร่านและนิวเคลียร์ โดยเฉพาะเมื่อจีนเป็นคู่ค้าพลังงานสำคัญของอิหร่าน ทำให้สหรัฐฯ จำเป็นต้องจัดการประเด็นอิหร่านให้คืบหน้าก่อนเข้าสู่โต๊ะเจรจากับจีน เพื่อไม่ให้ประเด็นอื่น โดยเฉพาะไต้หวัน กลายเป็นความตึงเครียดที่ควบคุมได้ยากขึ้น
หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านเริ่มมีความคืบหน้า แม้ยังไม่ใช่ข้อตกลงสมบูรณ์ ตลาดอาจตีความเป็นสัญญาณบวกในระยะสั้น เพราะช่วยลดความเสี่ยงสงคราม ลดแรงกดดันราคาน้ำมัน และทำให้ภาพเงินเฟ้อมีโอกาสผ่อนคลายลง ซึ่งอาจหนุนให้ทองคำกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ $4,830–$4,900 หรือประมาณ 73,000 บาทต่อบาททองคำ
แต่หากการเจรจาไม่คืบหน้า และการพบกันระหว่างสหรัฐฯ–จีนกลับกลายเป็นบรรยากาศตึงเครียด โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน ความเสี่ยงจะกลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกทันที ราคาน้ำมันอาจทรงตัวในระดับสูง เงินเฟ้ออาจถูกกระตุ้นอีกครั้ง และทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งในกรณีนี้ทองคำอาจเผชิญแรงขายระยะสั้นพร้อมกับตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ
.
ภาพรวมระยะสั้นยังมองว่าทองคำมีโอกาสรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ โดยมีแรงหนุนจากความคาดหวังเรื่องข้อตกลงบางส่วนระหว่างอิหร่าน–สหรัฐฯ และบรรยากาศเชิงบวกก่อนการเจรจาสหรัฐฯ–จีน อย่างไรก็ตาม การขึ้นรอบนี้ยังต้องระวังแรงขายทำกำไร เพราะปัญหาหลักยังไม่จบสมบูรณ์ ทั้งสงครามอิหร่าน ความเสี่ยงเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และข้อพิพาทไต้หวัน
ดังนั้น กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ “ย่อซื้อ” โดยรอจังหวะราคาย่อตัวเพื่อทยอยสะสม โดยเฉพาะหากราคาถูกกดดันจากตัวเลข CPI หรือ PPI ในช่วงกลางสัปดาห์ แต่ไม่ควรไล่ซื้อเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้าน $4,830–$4,900 หรือราว 73,000 บาท เพราะอาจเป็นโซนที่ตลาดเริ่มมีแรงขายทำกำไรกลับเข้ามาอีกครั้ง ขณะที่แนวรับระยะสั้นอยู่บริเวณ $4,600 หรือประมาณ 71,300 บาทต่อบาททองคำ ภาพใหญ่ยังมีโอกาสไปต่อ แต่ต้องบริหารความเสี่ยงตามข่าวเจรจาและตัวเลขเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
