
กลยุทธ์ : สวิงเทรดในกรอบ…หยอดซื้อแนวรับ ดักตบแนวต้าน
แนวรับ : $4,500 หรือ 70,000
แนวต้าน : $4,640 หรือ 71,500
.
หลังราคาทองคำหลุดแนวรับเดิมบริเวณ 4,640 ดอลลาร์ ตลาดกำลังเข้าสู่จังหวะพักฐานหรือเป็นสัญญาณจบขาขึ้นกันแน่ นักลงทุนควรวางกลยุทธ์อย่างไรในช่วงที่ปัจจัยใหญ่หลายด้านเริ่มกดดันทองคำ ทั้งการเปลี่ยนแปลงผู้นำ Fed เงินเฟ้อที่ยังร้อนแรง บรรยากาศเจรจาสหรัฐฯ-จีนที่ดูดีขึ้น กระแสหุ้น AI ที่ดึงเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย และความไม่แน่นอนทางการค้าที่อาจกลับมากระตุ้นแรงซื้อทองคำได้อีกครั้ง
.
กลยุทธ์ในช่วงนี้คือ “สวิงเทรดในกรอบ… หยอดซื้อแนวรับ ดักตบแนวต้าน” โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 70,000 บาท และแนวต้านบริเวณ 4,640 ดอลลาร์ หรือประมาณ 71,500 บาท หลังราคาทองคำเริ่มอ่อนตัวลงจากแรงกดดันหลายด้าน โดยเฉพาะประเด็นการแต่งตั้ง Kevin Warsh ขึ้นเป็นประธาน Fed คนใหม่แทน Jerome Powell ท่ามกลางตัวเลข PPI ที่ร้อนแรงเกินคาดและยอดค้าปลีกที่ยังแข็งแกร่ง ทำให้ตลาดเริ่มกังวลว่า Fed ภายใต้ผู้นำคนใหม่อาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยระดับสูงไว้นานกว่าที่คาด ซึ่งเป็นแรงหนุนต่อค่าเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน บรรยากาศการเจรจาระหว่าง Donald Trump และ Xi Jinping ที่ออกมาในเชิงสร้างสรรค์มากกว่าที่ตลาดคาด โดยเฉพาะแนวทางความร่วมมือด้านความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันโลก ทำให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลง และกดดันความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลงตามไปด้วย เมื่อความเสี่ยงสงครามหรือความไม่แน่นอนระหว่างประเทศลดลง นักลงทุนจึงเริ่มลดน้ำหนักทองคำและหันไปหาสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
อีกแรงกดดันสำคัญคือกระแส Risk-on ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังดัชนี S&P 500 พุ่งทะลุระดับ 7,500 จุด พร้อมแรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Tech และ AI อย่าง Nvidia และ Cisco ที่ยังได้รับความสนใจสูง ภาพนี้สะท้อนว่านักลงทุนกำลังเปิดรับความเสี่ยงเต็มที่ เมื่อตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่า เม็ดเงินบางส่วนจึงไหลออกจากทองคำไปยังหุ้นที่กำลังทำจุดสูงสุดใหม่
อย่างไรก็ตาม ทองคำยังไม่ได้หมดปัจจัยหนุนทั้งหมด เพราะแม้ภาพรวมการเจรจาสหรัฐฯ–จีนจะดูดีขึ้น แต่ประเด็นการกลับลำเรื่องใบอนุญาตนำเข้าเนื้อวัวของจีนสะท้อนว่า สงครามการค้ายังอาจกลับมาปะทุได้ทุกเมื่อ จีนยังมีเครื่องมือต่อรองทางเศรษฐกิจที่พร้อมใช้กดดันสหรัฐฯ หากการเจรจาไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ความไม่แน่นอนที่ซ่อนอยู่ภายใต้บรรยากาศทางการทูตนี้จึงยังเป็นแรงพยุงราคาทองคำ ไม่ให้ปรับตัวลงแรงจนเกินไป
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำหลุดแนวรับเดิมที่ 4,640 ดอลลาร์แล้ว และกำลังเคลื่อนตัวลงไปทดสอบแนวรับสำคัญถัดไปบริเวณ 4,500 ดอลลาร์ หากราคายังสามารถยืนเหนือโซนนี้ได้ ภาพรวมทองคำยังมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง แต่หากหลุดระดับ 4,500 ดอลลาร์ลงไปอย่างชัดเจน อาจเป็นสัญญาณทางเทคนิคว่ารอบขาขึ้นของทองคำเริ่มเสียทรง และมีความเสี่ยงเข้าสู่ช่วงปรับฐานที่ลึกขึ้น
.
ภาพรวมทองคำในระยะสั้นยังถูกกดดันจากดอลลาร์แข็ง ดอกเบี้ยสูง กระแสหุ้น AI และบรรยากาศการเจรจาระหว่างมหาอำนาจที่ลดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ความไม่แน่นอนด้านสงครามการค้าและความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนยังเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาไว้ได้บางส่วน ดังนั้นกลยุทธ์ที่เหมาะสมในช่วงนี้คือไม่ไล่ราคา แต่เน้นสวิงเทรดในกรอบ รอหยอดซื้อใกล้แนวรับ 4,500 ดอลลาร์ และขายทำกำไรหรือลดพอร์ตเมื่อราคาดีดกลับเข้าใกล้แนวต้าน 4,640 ดอลลาร์ โดยต้องจับตาให้ดีว่าราคาจะยืนเหนือ 4,500 ดอลลาร์ได้หรือไม่ เพราะระดับนี้จะเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญของทิศทางทองคำรอบถัดไป
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
