
กลยุทธ์: รอซื้อที่แนวรับ
แนวต้าน: $4,230 = 66,900 บาท
แนวรับ: $4,130 = 66,000 บาท
.
ราคาทองคำสปอตเผชิญแรงขายทำกำไรสลับลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,150 ดอลลาร์ (ลดลง 0.7%) หลังดีดตัวขึ้นไปแตะแนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ แม้ตัวเลขเงินเฟ้อ Core PCE สหรัฐฯ จะออกมาต่ำกว่าคาดช่วยลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. เหลือ 39% ทว่าการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี สู่ระดับ 5.612% สูงสุดรอบ 24 ปี ผสานราคาน้ำมัน WTI ที่ดีดกลับเหนือ 90 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ปัดข่าวผ่อนปรนคว่ำบาตรอิหร่าน กลายเป็นกำแพงสกัดแรงฟื้นตัว เปิดทางกลยุทธ์ ‘รอซื้อที่แนวรับ’ 4,130 ดอลลาร์
ภาพรวมตลาด: ราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ในช่วง “พักฐานสะสมกำลังเพื่อทดสอบแรงรับลึกหลังรีบาวด์ไม่ผ่านแนวต้าน (Pullback Consolidation & Key Support Watch)” ในกรอบแนวรับ-แนวต้านหลัก 4,130 – 4,240 ดอลลาร์ (66,000 – 66,900 บาท) ภาพรวมทางเทคนิคอลสะท้อนว่าแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวยังไม่เพียงพอจะผลักดันให้เกิดรอบขาขึ้นอย่างยั่งยืน ตราบใดที่ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนค่าเสียโอกาสของผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ยืนสูง แนะนำใช้กลยุทธ์ “รอซื้อที่แนวรับ ไม่ไล่ราคาฝั่งซื้อ และวางจุดตัดขาดทุนเคร่งครัด”
5 ปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางทองคำ
- 1. ทองเด้งแล้วโดนเทขาย! เงินเฟ้อต่ำคาดยังช่วยได้ไม่เต็มที่เมื่อพลังงานดีดกลับ: ราคาทองคำในการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาสามารถสปริงตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านจิตวิทยาบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ รายงานตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง แต่ไม่สามารถรักษาแรงส่งไว้ได้และถูกแรงขายกดดันกลับลงมาเคลื่อนไหวแถว 4,150 ดอลลาร์ (ปรับตัวลดลงประมาณ 0.7%) สาเหตุหลักมาจากการดีดตัวกลับของราคาพลังงานที่ทำให้นักลงทุนยังคงกังวลว่าเงินเฟ้อจะลดลงได้ยากและเฟดอาจจำเป็นต้องตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนาน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า ข่าวดีจากตัวเลขเศรษฐกิจเพียงชุดเดียวยังไม่เพียงพอที่จะจุดชนวนให้ราคาทองคำฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างมั่นคง
- 2. บอนด์ยีลด์ 30 ปี พุ่งแตะ 5.612% ทุบสถิติรอบ 24 ปี เพิ่มต้นทุนค้ำเพดานทองคำ: ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายระลอกใหญ่ ผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี (US 30Y Bond Yield) พุ่งทะยานแตะระดับ 5.612% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2002 หรือสูงสุดในรอบเกือบ 24 ปี แรงกดดันดังกล่าวมาจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อระยะยาว ประกอบกับภาระอุปทานที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต้องออกพันธบัตรระดมทุนก้อนโตอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดจะปรับลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นลงบ้าง แต่การที่ Yield ระยะยาวพุ่งแตะระดับนิวไฮรอบหลายทศวรรษ ได้เพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ในการถือครองทองคำอย่างมีนัยสำคัญ และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่จำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ
- 3. ดัชนี Core PCE ชะลอตัว ตลาดหั่นคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. เหลือ 39%: สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่ประกาศออกมา รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ประจำเดือนสิงหาคม ขยับขึ้นเพียง 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.3% ขณะที่เมื่อเทียบรายปีขยับขึ้น 3.0% (ทรงตัวเท่ากับเดือนกรกฎาคมหลังการปรับปรุงข้อมูล) ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดปรับลดน้ำหนักโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมลงเหลือประมาณ 39% (จากเดิมราว 45% ก่อนการประกาศตัวเลข) แม้ข้อมูลนี้จะช่วยพยุงราคาทองคำผ่านการชะลอความแข็งกร้าวของเฟด แต่ตลาดยังตระหนักดีว่านี่เป็นเพียงการชะลอขึ้นดอกเบี้ย ไม่ใช่สัญญาณของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็ววัน
- 4. โต๊ะเจรจาอิหร่านสะดุด ทรัมป์ปัดผ่อนปรนคว่ำบาตร หนุนน้ำมัน WTI ทะลุ 90 ดอลลาร์: ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นรูปธรรม ซ้ำร้ายอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าสหรัฐฯ เตรียมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเพื่อแลกกับข้อตกลงนิวเคลียร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวบวกขึ้น 1.2% กลับมาปิดตลาดที่ 90.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากภาวะอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัว หากราคาน้ำมันยังคงปักหลักในระดับสูงต่อเนื่อง ตลาดจะกลับมาผวาว่าเงินเฟ้อจะฝังลึก ซึ่งต้องจับตาว่าแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจะสามารถเอาชนะแรงกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรได้หรือไม่
- 5. สัญญาณเทคนิคอลชี้ชะตา 4,130 ดอลลาร์ รอดูแรงซื้อตั้งฐานก่อนเข้ารับ: ในเชิงเทคนิคัล การที่ราคาทองคำไม่สามารถยืนระยะเหนือโซน 4,200 ดอลลาร์ได้ สะท้อนว่ายังมีแรงขายทำกำไรกดดันอยู่หนาแน่น แนะนำให้ใช้ระดับแนวรับยุทธศาสตร์ 4,130 ดอลลาร์ (ประมาณ 66,000 บาท) เป็นจุดวัดใจสำคัญของสัปดาห์ หากราคาลงมาทดสอบโซนนี้แล้วเริ่มชะลอแรงขายและสามารถประคองตัวยืนเหนือได้ จึงค่อยพิจารณาทยอยเข้าซื้อสะสมเพื่อลุ้นรอบ Technical Rebound กลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 4,240 ดอลลาร์ (ประมาณ 66,900 บาท) แต่หากปิดแท่งหลุดแนวรับ 4,130 ดอลลาร์ลงไป ให้ยุติการเข้าซื้อและตัดขาดทุนทันทีเพื่อรอดูฐานราคาใหม่
บทสรุปและกลยุทธ์การลงทุน
ราคาทองคำได้รับแรงพยุงจากตัวเลข Core PCE ที่แผ่วลงจนตลาดลดน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยเฟดเดือน ต.ค. เหลือเพียง 39% ทว่าการที่ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 30 ปี ทะยานแตะ 5.612% สูงสุดในรอบ 24 ปี ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ดีดทะลุ 90 ดอลลาร์ตามความตึงเครียดของดีลอิหร่าน ทำให้ทองคำยังขาดแรงส่งที่จะทะลุผ่านแนวต้านใหญ่ กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “รอซื้อที่แนวรับสำคัญ 4,130 ดอลลาร์ รอดูแรงซื้อยืนยัน และไม่เข้าซื้อไล่ราคา”
- สถานะตลาด: ปรับฐานทดสอบแนวรับหลังรีบาวด์ไม่ผ่านด่าน / รอซื้อที่แนวรับสำคัญ (Pullback to Key Support & Wait-to-Buy)
- แนวรับสำคัญ (จุดพิจารณาตั้งรับซื้อสะสม): 4,130 ดอลลาร์ (66,000 บาท) เป็นโซนแนวรับหลักทางเทคนิคัล แนะนำให้รอราคาลงมาทดสอบและปิดแท่งยืนเหนือระดับนี้ได้ก่อนตัดสินใจเข้าซื้อเก็งกำไร (เงื่อนไขความเสี่ยง: หากราคาสปอตปิดแท่ง 4H หลุดต่ำกว่า 4,130 ดอลลาร์ ให้ตัดขาดทุน Cut Loss ทันทีเพื่อรอดูการตั้งฐานใหม่)
- แนวต้านสำคัญ (จุดเป้าหมายแบ่งขายทำกำไร): 4,240 ดอลลาร์ (66,900 บาท) ด่านแนวต้านหลักขอบบนสำหรับการแบ่งไม้ขายล็อกทำกำไรลดความเสี่ยง (โดยมีแนวต้านระหว่างทางที่บริเวณ 4,180 – 4,200 ดอลลาร์)
- คำแนะนำเพิ่มเติม: สายเก็งกำไรระยะสั้นควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากในวันศุกร์นี้จะมีการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งจะเป็นหมุดหมายชี้ขาดสำคัญ แนะนำเน้นการเข้าเร็ว-ออกเร็วตามกรอบ และไม่ถือสถานะข้ามสัปดาห์ในขนาดที่ใหญ่เกินไป
วิเคราะห์โดย เทรดเดอร์ InterGOLD
.
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
