กลยุทธ์ : รอย่อซื้อ
แนวรับ : $4,650 หรือ 69,800
แนวต้าน : $4,880 หรือ 71,800
ข่าว :
บรรยากาศตลาดกลับมาเป็นโหมด “คลายกังวล” หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณพักรบทางการค้ากับยุโรป ด้วยการยกเลิกภาษีที่เดิมจะเริ่ม 1 ก.พ. และหันไปเน้นการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์เรื่องกรีนแลนด์ ทำให้แรงซื้อทองในฐานะ Safe Haven อ่อนตัวลง ขณะเดียวกันภาพรวมตลาดการเงินออกแนว Risk-on ชัดขึ้น เมื่อหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะ S&P 500 และ Nasdaq ทำจุดสูงใหม่จากทั้งข่าวกรอบข้อตกลงการค้าและผลประกอบการที่แข็งแรง เม็ดเงินจึงมีแนวโน้มไหลไปหาสินทรัพย์เสี่ยงมากกว่าทองคำ นอกจากนี้ยังเห็นสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ “ยังคึก” จากการที่ IEA ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันปี 2026 และกระแสลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบิ๊กเทคอย่าง Google/Nvidia ในเอเชีย ยิ่งลดเหตุผลในการถือทองเพื่อกันความเสี่ยงในมุมของนักลงทุนระยะสั้น
.
วิเคราะห์ทองคำ :
.
ทองคำกำลังถูกดึงคนละทางจากปัจจัยการเงินสำคัญสองฝั่ง โดยฝั่งบวกคือบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ลดลงมาบริเวณ 4.25% ซึ่งโดยหลักจะช่วยพยุงราคาทอง แต่ฝั่งกดดันคือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นราว 0.25% จากความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาพ “ดอลลาร์แข็ง-ยีลด์ลด” แบบนี้มักทำให้ทองแกว่งในกรอบและขึ้นได้ยากขึ้น ส่วนมุมเทคนิคจากกราฟ Gold Spot ราย 4 ชั่วโมง แม้ MACD ยังไม่ให้สัญญาณขายชัด แต่เริ่มเห็นแรงซื้ออ่อนแรงแถวบริเวณยอด จึงต้องระวังความเสี่ยงการปรับฐาน (correction) เพื่อสะสมกำลังรอบใหม่
กลยุทธ์ :
ภาพรวมยังเน้น “รอย่อซื้อ” เพราะโครงสร้างตลาดเริ่มเสี่ยงต่อการพักตัวมากกว่าการไล่ราคา กลยุทธ์หลักคือรอให้ราคาย่อลงมาบริเวณแนวรับสำคัญก่อน โดยโซนที่จับตาคือ $4,650 หรือราว 69,800 บาท เพื่อให้ความเสี่ยงต่อผลตอบแทนคุ้มกว่า ขณะที่โซนแนวต้านอยู่ที่ $4,880 หรือราว 71,800 บาท สำหรับคนเทรดสั้นให้ระวังหากหลุดจากโซนปัจจุบันมีโอกาสถอยลงมาทดสอบแนวรับดังกล่าว ส่วนคนลงทุนระยะยาว หากมีของอยู่แล้ว แนวคิดคือถือให้ผ่านจังหวะปรับฐาน เพราะการย่อเป็นเรื่องปกติในรอบขาขึ้น และการไม่ตื่นตระหนกจะช่วยให้ผ่านช่วงพักตัวได้ดีที่สุด
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

