กลยุทธ์ : สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ เมษาตัดสินราคาทอง
แนวรับ : $4,350 หรือ 68,000
แนวต้าน : $4,600 หรือ 71,500
.
สิ้นเดือนมีนาคมนี้ ราคาทองคำกำลังส่งสัญญาณอ่อนแรงจนทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า การปรับฐานรอบนี้ใกล้จบแล้วหรือยัง หรือว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแรงกดดันที่อาจลากยาวต่อไปถึงเดือนเมษายนกันแน่ หลังจากราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องและเกือบหลุดระดับสำคัญ ขณะที่ราคาน้ำมันยังพุ่งขึ้นไม่หยุด และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ตลาดจึงเข้าสู่ช่วงวัดใจอีกครั้งว่าเดือนเมษายนจะเป็นเดือนแห่งการฟื้นตัว หรือเป็นเดือนที่ตัดสินให้ทองคำยังต้องพักฐานต่อไป
.
แรงกดดันหลักของทองคำในช่วงนี้มาจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 ซึ่งไม่เพียงดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น แต่ยังเริ่มกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานของโลก โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าสำคัญจากตะวันออกกลางมายังเอเชีย เมื่อความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกเพิ่มสูงขึ้น ตลาดหุ้นทั่วโลกจึงเผชิญแรงขาย และนักลงทุนบางส่วนเลือกขายทองคำเพื่อถือเงินสดเพิ่มสภาพคล่องในภาวะไม่แน่นอน จึงกลายเป็นแรงกดดันทองคำในระยะสั้น แม้ว่าทองจะยังคงสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยในภาพใหญ่ก็ตาม
อีกประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตาคือการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ แม้ต้นทุนพลังงานและภาวะสงครามจะเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่ถ้าตัวเลขจ้างงานออกมาอ่อนแอ ก็อาจทำให้ Fed ต้องระมัดระวังมากขึ้นในการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่หลายอุตสาหกรรมเริ่มเผชิญแรงเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยีและการใช้ AI ซึ่งกระทบต่อภาคแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ
ในเวลาเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังเป็นอีกตัวแปรที่ชี้ทิศทางทองคำในเดือนเมษายนอย่างชัดเจน หากดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อ ก็จะยิ่งกดดันราคาทองคำให้ฟื้นตัวได้ยาก ขณะที่อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง หรือ Real Yield ก็ยังเป็นหัวใจสำคัญของรอบนี้เช่นกัน เพราะตราบใดที่ผลตอบแทนพันธบัตรยังสูงกว่าเงินเฟ้อ ทองคำจะยังถูกจำกัด upside แต่ถ้าสถานการณ์สงครามยืดเยื้อจนทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นเหนือดอกเบี้ยเมื่อไร ทองคำจะกลับมาโดดเด่นทันทีในฐานะสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ดีที่สุดในภาวะความเสี่ยงสูง
สุดท้ายที่ต้องจับตาอย่างมากคือการปิดแท่งกราฟรายเดือนในวันที่ 31 มีนาคม ซึ่งมีความหมายต่อบรรยากาศการลงทุนทั้งเดือนเมษายน หากกราฟรายเดือนปิดลบ ก็อาจทำให้แรงเก็งกำไรชะลอลง และสร้างภาพจำว่าทองคำยังอยู่ในช่วงพักฐานต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่หากเดือนเมษายนมีพัฒนาการเชิงบวกจากฝั่งการเจรจา หรือมีปัจจัยที่ทำให้ Real Yield พลิกกลับมาเป็นลบ ราคาทองคำก็ยังมีโอกาสรีบาวด์แรงได้อีกครั้ง
.
ภาพรวมของทองคำในตอนนี้ยังอยู่ในช่วงผันผวนและอ่อนไหวต่อข่าวอย่างมาก สิ้นเดือนมีนาคมจึงเป็นเหมือนจุดวัดใจสำคัญของตลาด ขณะที่เดือนเมษายนจะเป็นช่วงตัดสินว่าทองคำจะพักฐานต่อ หรือกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ในระยะสั้นทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากสงคราม ราคาน้ำมัน ดอลลาร์แข็ง และ Real Yield ที่ยังไม่เป็นใจ แต่ในระยะยาวทองคำยังคงเป็น Safe Haven ที่สำคัญเสมอ ดังนั้นสำหรับผู้ที่ถือทองอยู่ในต้นทุนสูง สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ความตื่นตระหนก แต่คือการรอจังหวะอย่างมีวินัย เพราะตลาดทองคำมักพิสูจน์ซ้ำเสมอว่า เมื่อปัจจัยกดดันคลี่คลาย ทองคำก็พร้อมกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่สร้างโอกาสได้อีกครั้ง
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

