
กลยุทธ์: ลุ้นขึ้นต่อ
แนวต้าน: $4,500 = 68,000 บาท
แนวรับ: $4,200 = 65,500 บาท
.
ราคาทองคำจะไปทางไหน หลังสงครามอิหร่านยุติ Bond Yield ร่วง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่ง และ Fed ส่งสัญญาณดอกเบี้ย? ราคาทองคำระยะสั้นมีแนวโน้มแกว่งตัว โดยถูกกดดันจากแรงซื้อในตลาดหุ้นหลังความเสี่ยงสงครามลดลง แต่ Bond Yield ที่ปรับตัวลงและความไม่แน่นอนของนโยบาย Fed ยังช่วยพยุงราคาทองคำไว้ได้
.
แม้การลงนามสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะช่วยลดความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ จนทำให้ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง แต่การปรับตัวลงของ Bond Yield ยังช่วยลดต้นทุนการถือครองทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำยังมีแรงซื้อคอยพยุงอยู่เป็นระยะ
.
อีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาคือผลการประชุม Fed และมุมมองของประธาน Fed คนใหม่ หากส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินหรือมีโอกาสลดดอกเบี้ยในอนาคต อาจเป็นแรงหนุนต่อราคาทองคำ แต่หากยังคงท่าทีเข้มงวด ราคาทองคำอาจเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น
.
ขณะเดียวกัน การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสะท้อนภาวะ Risk-on ซึ่งดึงดูดเม็ดเงินบางส่วนออกจากทองคำ อย่างไรก็ตาม หากราคาทองคำยังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ก็ยังมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งท่าทีของ Fed และปัจจัยเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
.
โดยภาพรวม ราคาทองคำระยะสั้นยังมีแนวโน้มแกว่งตัว แม้การคลี่คลายของสงครามอิหร่านจะลดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยและดึงเม็ดเงินบางส่วนเข้าสู่ตลาดหุ้น แต่ Bond Yield ที่ปรับตัวลง รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำไว้ได้ ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามผลการประชุม Fed และแนวรับสำคัญบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางการลงทุนในระยะถัดไป
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
