
กลยุทธ์: ลุ้นฟื้นตัวที่แนวรับ
แนวต้าน: $4,380 = 67,000 บาท
แนวรับ: $3,920 = 62,100 บาท
.
ตลาดทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยประเด็นสำคัญล่าสุดคือความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง หลังอิหร่านยืนยันว่าจะเป็นผู้ควบคุมเส้นทางเดินเรือในช่องแคบ Hormuz ด้วยตนเอง และเปิดโอกาสในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือหลังผ่านช่วงผ่อนผัน 60 วันแรก แม้ตลาดยังไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงดังกล่าวอย่างเต็มที่ ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นหลัก ส่งผลให้ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
.
ในด้านปัจจัยเศรษฐกิจ ราคาทองคำปรับตัวลงหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 โดยได้รับแรงกดดันจากท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการลดลงของความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงก่อนหน้า ล่าสุดดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือน ส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยมีความน่าสนใจลดลง ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ทั้ง PMI, JOLTS และ Nonfarm Payroll ซึ่งอาจกำหนดทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของ Fed ในระยะต่อไป
.
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำเริ่มเข้าใกล้แนวรับสำคัญบริเวณ 3,920 ดอลลาร์ หรือประมาณ 62,100 บาท และอยู่ในภาวะที่ปรับตัวลงห่างจากเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วันค่อนข้างมาก ทำให้มีโอกาสเกิดแรงรีบาวด์ระยะสั้นได้ กลยุทธ์การลงทุนจึงยังเน้น “ลุ้นฟื้นตัวที่แนวรับ” โดยแนะนำรอเข้าซื้อสะสมบริเวณ 3,920 ดอลลาร์ หรือ 62,100 บาท และทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้านสำคัญที่ 4,380 ดอลลาร์ หรือ 67,000 บาท พร้อมติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นถึงกลาง
.
บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
