
กลยุทธ์: เล่นในกรอบ Sideway
แนวต้าน: $4,220 = 66,800 บาท
แนวรับ: $4,110 = 65,900 บาท
.
ราคาทองคำสปอตฟื้นตัวเล็กน้อยขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,165 ดอลลาร์ (บวก 0.2%) หลังตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวช่วยลดน้ำหนักโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. เหลือเพียง 31% ขณะที่ HSBC ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำระยะสั้นแต่มองใกล้แตะจุดต่ำสุด ทว่าตลาดพลังงานเดือดระอุหลังจีนสั่งระงับส่งออกเชื้อเพลิงสำเร็จรูป ดันน้ำมัน Brent ทะยานทะลุ 102 ดอลลาร์ ผสานดัชนีราคาวัตถุดิบ ISM สหรัฐฯ พุ่งแตะ 77.9 หนุนกรรมการเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50% ตรึงทองคำแกว่งตัว Sideway รอตัวเลข Nonfarm Payrolls คืนนี้ชี้ทิศทาง
ภาพรวมตลาด: ราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ในช่วง “แกว่งตัวพักฐานสะสมกำลังในกรอบออกข้างเพื่อรอตัวเลขตลาดแรงงานชี้ชะตา (Sideway Consolidation & Pre-NFP Watch)” ในกรอบแนวรับ-แนวต้านหลัก 4,110 – 4,200 ดอลลาร์ (65,900 – 66,800 บาท) แม้การปรับลดคาดการณ์ดอกเบี้ยจะช่วยประคองฐานราคาไม่ให้หลุดทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่การทะยานขึ้นของราคาพลังงานและต้นทุนภาคการผลิตยังคงเป็นกำแพงสกัด Upside แนะนำใช้กลยุทธ์ “เล่นในกรอบ Sideway เน้นตั้งรับที่แนวรับ ไม่ไล่ราคาฝั่งซื้อ”
.
5 ปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางทองคำ
- 1. ทองฟื้นตัวเล็กน้อย! ตลาดลดเดิมพันขึ้นดอกเบี้ยเหลือ 31% แต่ยีลด์ยังค้ำเพดาน: ราคาทองคำในการซื้อขายตลาดสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาขยับตัวบวกขึ้นเล็กน้อย โดยสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานราคาสปอตเคลื่อนไหวแถว 4,165.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ปรับตัวขึ้น 0.2%) ได้รับแรงหนุนจากรายงานเงินเฟ้อ Core PCE ที่ชะลอตัวลง ช่วยส่งผลให้นักลงทุนปรับลดคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมลงเหลือเพียงประมาณ 31% (จากเดิม 45% ก่อนการประกาศตัวเลข) อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังคงปักหลักในระดับสูง ยังคงทำหน้าที่เป็นเพดานจำกัดการฟื้นตัว ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกต้องย้ายสปอตไลท์ไปจับตาตัวเลขการจ้างงานคืนนี้เพื่อชี้ทิศทางรอบใหม่
- 2. HSBC ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำระยะสั้น แต่มองราคาเฉลี่ยใกล้จุดต่ำสุดแล้ว: ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง HSBC ออกบทวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยประจำปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 4,490 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และประเมินราคาเฉลี่ยปี 2570 ไว้ที่ 4,825 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยระบุว่าแม้ในระยะสั้นทองคำจะยังคงเผชิญแรงกดดันเชิงมหภาคจากอัตราดอกเบี้ยที่ยืนสูงยาวนาน แต่ระดับราคาปัจจุบันถือว่าได้ซึมซับข่าวร้ายไปมากจนใกล้เข้าสู่จุดต่ำสุดของการปรับฐาน (Near Market Bottom) มุมมองดังกล่าวช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทยอยเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลึก แม้จะยังไม่ใช่สัญญาณยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ในทันทีก็ตาม
- 3. ต้นทุนโรงงานพุ่งกระฉูด! Logan กร้าวเฟดยังต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.50%: รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (ISM Manufacturing PMI) ประจำเดือนกันยายนของสหรัฐฯ ประกาศออกมาที่ระดับ 54.5 จุด ยังคงสะท้อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทว่าจุดที่เป็นระเบิดเวลาคือ “ดัชนีราคาวัตถุดิบ” (Prices Paid Index) ที่พุ่งทะยานขึ้นจาก 71.1 สู่ระดับ 77.9 จุด ตอกย้ำว่าแรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนการผลิตยังไม่จางหาย สอดคล้องกับถ้อยแถลงของ นางลอรี โลแกน (Lorie Logan) ประธานเฟดสาขาดัลลัส ที่ออกมาระบุอย่างเด็ดขาดว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.50% เพื่อให้นโยบายการเงินตึงตัวเพียงพอจะสยบเงินเฟ้อ การส่งสัญญาณเข้มงวดนี้เตือนว่าตลาดไม่ควรด่วนสรุปว่าเฟดจบรอบการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว
- 4. จีนระงับส่งออกเชื้อเพลิงสำเร็จรูป ดันน้ำมัน Brent ทะลุ 102 ดอลลาร์: ตลาดพลังงานโลกเผชิญแรงกระแทกด้านอุปทานระลอกใหม่ หลังรอยเตอร์รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า โรงกลั่นน้ำมันในประเทศจีนสั่งระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปไปยังปลายทางนอกฮ่องกงและมาเก๊าเพื่อรักษาเสถียรภาพอุปทานภายในประเทศ ประกอบกับมีกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ เตรียมส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent สัญญาเดือนธันวาคมพุ่งทะยานขึ้น 4.37% ปิดตลาดที่ 102.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับตลาดทองคำ ความตึงเครียดด้านพลังงานถือเป็นดาบสองคม โดยช่วยกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็เร่งไฟเงินเฟ้อและตรึงดอกเบี้ยสูงซึ่งคอยกดหัวราคาไว้
- 5. เทคนิคอลแกว่งตัว Sideway ในกรอบ 4,110 – 4,200 ดอลลาร์ รอนับถอยหลัง Nonfarm คืนนี้: ในทางเทคนิคัล กราฟราคาทองคำในกรอบเวลารายชั่วโมง (TF 1H) และ 4 ชั่วโมง ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวออกข้างสะสมพลัง (Sideway in Range) อย่างชัดเจน โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 4,110 ดอลลาร์ (ประมาณ 65,900 บาท) และแนวต้านอยู่ที่ 4,200 ดอลลาร์ (ประมาณ 66,800 บาท) โดยในค่ำคืนนี้เวลา 19:30 น. ตามเวลาไทย สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 90,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.1% หากตัวเลขจริงออกมาอ่อนแอกว่าคาดพร้อมค่าจ้างที่ชะลอตัว จะกลายเป็นแรงส่งหนุนให้ทองคำเบรกผ่านแนวต้านได้ แต่หากตัวเลขยังคงร้อนแรง ราคาอาจถอยลงมาทดสอบขอบล่างของกรอบ
บทสรุปและกลยุทธ์การลงทุน
ราคาทองคำอยู่ในช่วงประคองตัวสร้างฐานหลังรับรู้ตัวเลข Core PCE ที่แผ่วลงจนโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค. ลดลงเหลือ 31% ประกอบกับมุมมองเชิงบวกของ HSBC ที่ชี้ว่าราคาใกล้จุดต่ำสุด ทว่าการที่น้ำมันดิบ Brent ดีดทะลุ 102 ดอลลาร์และต้นทุน ISM ที่พุ่งสูง ทำให้ตลาดยังไม่พร้อมผลักดันราคาออกจากกรอบจนกว่าจะทราบผลตัวเลข Nonfarm Payrolls คืนนี้ กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “เน้นเล่นตามกรอบ Sideway ไม่เข้าซื้อไล่ราคา และรอดักจังหวะตั้งรับบริเวณแนวรับสำคัญ”
- สถานะตลาด: แกว่งตัวพักฐานสะสมกำลังในกรอบออกข้าง / เล่นตามกรอบรอตัวเลขแรงงาน (Sideway Range-Bound & Pre-NFP Setup)
- แนวรับสำคัญ (จุดพิจารณาตั้งรับซื้อเก็งกำไร): 4,110 ดอลลาร์ (65,900 บาท) โซนแนวรับหลักขอบล่างของกรอบไซด์เวย์ แนะนำใช้เป็นพิกัดดักจังหวะเข้าซื้อสะสมเพื่อเล่นรอบเด้ง (โดยกำหนดจุดตัดขาดทุน Cut Loss ชัดเจนหากราคาสปอตปิดแท่ง 4H หลุดต่ำกว่า 4,110 ดอลลาร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงไหลลงหาฐานลึก)
- แนวต้านสำคัญ (จุดเป้าหมายแบ่งขายทำกำไร): 4,200 ดอลลาร์ (66,800 บาท) ด่านแนวต้านหลักขอบบนของกรอบไซด์เวย์สำหรับการพิจารณาแบ่งไม้ขายล็อกทำกำไรลดความผันผวน
- คำแนะนำเพิ่มเติม: สายเก็งกำไรระยะสั้นไม่ควรไล่ราคาฝั่งซื้อ ณ โซนกลางกรอบ ให้เน้นรอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาใกล้แนวรับ 4,110 ดอลลาร์ แล้วเข้าซื้อสะสมเพื่อความได้เปรียบเชิงต้นทุน และควรควบคุมขนาดสถานะการลงทุนเพื่อเตรียมรับมือกับความผันผวนสูงในช่วงเวลาประกาศตัวเลข Nonfarm Payrolls (19:30 น.) คืนนี้
วิเคราะห์โดย เทรดเดอร์ InterGOLD
.
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
