
กลยุทธ์: ย่อซื้อ
แนวต้าน: $4,180 = 66,300 บาท
แนวรับ: $4,100 = 65,800 บาท
.
ราคาทองคำสปอตสปริงตัวเช้าวันจันทร์กลับขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,150 ดอลลาร์ หลังเผชิญแรงเทขายทำกำไรอย่างรุนแรงเมื่อคืนวันศุกร์ แม้รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานขยับขึ้นแตะ 4.2% หนุนตลาดเพิ่มน้ำหนักเฟดคงดอกเบี้ยเดือน ต.ค. สูงถึง 78% ทว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไร้ข้อตกลงและส่อแววยืดเยื้อ ได้กลายเป็นตัวกระตุ้นแรง Panic Sell สกัดแรงส่งฝั่งซื้อ กราฟเทคนิคอลยังคงติดหล่มในกรอบ Sideway เปิดทางกลยุทธ์ ‘ย่อซื้อ-ขึ้นขาย’ ดักสะสมที่แนวรับ 4,100 – 4,140 ดอลลาร์
ภาพรวมตลาด: ราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ในช่วง “แกว่งตัวออกข้างสะสมกำลังหลังรับรู้ตัวเลขตลาดแรงงาน (Sideway Consolidation & Post-NFP Repricing)” ในกรอบแนวรับ-แนวต้านหลัก 4,100 – 4,200 ดอลลาร์ (65,800 – 66,500 บาท) แม้การชะลอตัวอย่างหนักของตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะช่วยปลดล็อกความกังวลเรื่องการเร่งขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม แต่ความผิดหวังจากโต๊ะเจรจาตะวันออกกลางและราคาน้ำมันดิบที่ยังปักหลักสูงยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สกัดกั้นการกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ แนะนำใช้กลยุทธ์ “ย่อซื้อตามกรอบ ไม่ไล่ราคาฝั่งซื้อ และทยอยแบ่งขายเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน”
5 ปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางทองคำ
- 1. Nonfarm ทรุดหนักเหลือ 29,000 ตำแหน่ง แต่ทองคำดีดสู้ไม่ไหว โดนเทขายสวน: ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ประจำเดือนกันยายนที่ประกาศออกมาเมื่อคืนวันศุกร์สร้างความประหลาดใจเชิงบวกต่อทองคำในจังหวะแรก โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 90,000 ตำแหน่งอย่างมาก และลดลงฮวบจากระดับ 133,000 ตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า ขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้นสู่ 4.2% (สูงกว่าคาดการณ์ที่ 4.1%) ตัวเลขที่อ่อนแอสะท้อนชัดเจนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปทดสอบระดับเหนือ 4,200 ดอลลาร์ทันที อย่างไรก็ตาม ราคาไม่สามารถรักษาแรงส่งไว้ได้และถูกแรงเทขายหนักกดดันกลับลงมา สะท้อนว่าผู้เล่นในตลาดกำลังให้น้ำหนักกับปัจจัยเสี่ยงด้านอื่นมากกว่าตัวเลขแรงงาน
- 2. ตลาดพลิกกระดานมองเฟด! โอกาส “คงดอกเบี้ย” เดือน ต.ค. พุ่งแตะ 78%: ผลพวงจากตลาดแรงงานที่อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดตลาดเพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้สูงถึงประมาณ 78% ที่เฟดจะตัดสินใจ “คงอัตราดอกเบี้ย” ในการประชุมเดือนตุลาคมนี้ และเลื่อนความเสี่ยงในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปเป็นรอบการประชุมเดือนธันวาคมแทน อย่างไรก็ดี ทิศทางดอกเบี้ยยังคงผูกติดอยู่กับราคาน้ำมันดิบโลก หากความตึงเครียดด้านพลังงานเริ่มคลี่คลาย เงินเฟ้อชะลอตัว จะเปิดทางให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ปรับตัวลดลงและกลายเป็นปัจจัยบวกที่แท้จริงต่อทองคำ
- 3. อิหร่าน–สหรัฐฯ ไร้ดีลสงบศึก! ความผิดหวังพ่นพิษกระตุ้นแรง Panic Sell: แม้ปลายสัปดาห์ก่อนตลาดจะเริ่มมีความหวังต่อการผ่อนคลายสถานการณ์พลังงาน แต่ในช่วงสุดสัปดาห์กลับปรากฏสัญญาณชัดเจนว่า ทางการอิหร่านยังไม่พร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงใดๆ กับสหรัฐฯ ตราบใดที่ข้อเรียกร้องหลักยังไม่ได้รับการตอบสนอง ความหวังที่ว่าจะเกิดข้อตกลงอย่างรวดเร็วหลังเวทีประชุม UN จึงพังทลายลง ส่งผลให้ตลาดกลับมาวิตกว่าความขัดแย้งจะยืดเยื้อ ซึ่งจะตรึงราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับสูง ย้อนกลับมาขัดขวางการลดลงของเงินเฟ้อและหนุนให้ Bond Yield ยืนสูงต่อเนื่อง การร่วงลงอย่างรวดเร็วของราคาทองคำในวันศุกร์จึงเกิดจากการถอนพรีเมียมความหวังผสานกับแรงขายตระหนก (Panic Sell) ก่อนจะเริ่มรีบาวด์ขึ้นมาตั้งหลักแถว 4,150 ดอลลาร์ในเช้าวันนี้
- 4. สัปดาห์นี้ไร้ตัวเลขใหญ่! จับตารายงาน FOMC Minutes และปักหมุด CPI วันที่ 14 ต.ค.: ปฏิทินเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ค่อนข้างเบาบาง โดยไฮไลต์สำคัญจะอยู่ที่การเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC Minutes) ในคืนวันพฤหัสบดี เพื่อเจาะลึกมุมมองของคณะกรรมการเฟดต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและความเปราะบางของตลาดแรงงาน ทว่าหมุดหมายชี้ชะตาที่แท้จริงของเดือนนี้จะดิ่งไปที่การรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันที่ 14 ตุลาคม เนื่องจากราคาน้ำมันดิบตลอดเดือนกันยายนที่ผ่านมายังคงทรงตัวสูง หากตัวเลข CPI ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด อาจจุดชนวนให้ตลาดกลับมาผวาการขึ้นดอกเบี้ย ดัน Bond Yield พุ่ง และสร้างแรงกดดันต่อทองคำรอบใหม่
- 5. สัญญาณเทคนิคอลแกว่ง Sideway ในกรอบ 4,100 – 4,200 ดอลลาร์ เน้น “ย่อซื้อ–ขึ้นขาย”: ในทางเทคนิคัล กราฟราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวออกข้างสะสมพลัง (Sideway in Range) ระหว่างกรอบ 4,100 – 4,200 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับย่อยด่านแรกอยู่ที่บริเวณ 4,130 – 4,140 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับสำคัญที่สุดของรอบนี้คือบริเวณ 4,100 ดอลลาร์ (ประมาณ 65,800 บาท) ตราบใดที่ราคาสปอตยังไม่ปิดแท่งหลุดต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์ โครงสร้างการแกว่งตัวยังไม่เสียหาย สำหรับฝั่งขาขึ้น ราคาจำเป็นต้องผ่านและยืนเหนือแนวต้านจิตวิทยา 4,200 ดอลลาร์ให้ได้อย่างมั่นคง จึงจะปลดล็อกโมเมนตัมเชิงบวกเพื่อลุ้นไต่ระดับขึ้นทดสอบเป้าหมายใหญ่ช่วงปลายปีที่บริเวณ 4,400 – 4,500 ดอลลาร์
บทสรุปและกลยุทธ์การลงทุน
ราคาทองคำเผชิญแรงขายทางเทคนิคหลังดีดขึ้นรับตัวเลข Nonfarm ที่ย่ำแย่ แต่ไม่สามารถยืนระยะเหนือ 4,200 ดอลลาร์ได้ เนื่องจากตลาดยังคงผิดหวังกับความคืบหน้าในการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อยังคงทำหน้าที่เป็นตัวค้ำเพดาน ทว่าการที่ตลาดปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะคงดอกเบี้ยเดือน ต.ค. สูงถึง 78% ทำให้ฐานแนวรับล่างยังคงทำงานได้ดี กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “ย่อซื้อสะสมตามกรอบแนวรับ และทยอยแบ่งขายล็อกทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวเข้าใกล้แนวต้าน”
- สถานะตลาด: แกว่งตัวพักฐานสะสมกำลังในกรอบ Sideway / ย่อซื้อตามแนวรับสำคัญ (Sideway Range-Bound & Dip Buying)
- แนวรับสำคัญ (จุดพิจารณาตั้งรับซื้อสะสม): 4,100 – 4,140 ดอลลาร์ (65,800 – 66,000 บาท) โดยมีแนวรับย่อยแรกที่ 4,130 – 4,140 ดอลลาร์ และแนวรับหลักขอบล่างที่ 4,100 ดอลลาร์ แนะนำใช้เป็นโซนดักจังหวะเข้าซื้อสะสมเพื่อเล่นรอบรีบาวด์ (กำหนดจุดตัดขาดทุน Cut Loss ชัดเจนหากราคาสปอตปิดแท่ง 4H หลุดต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงไหลลงหาฐานลึก)
- แนวต้านสำคัญ (จุดเป้าหมายแบ่งขายทำกำไร): 4,180 – 4,200 ดอลลาร์ (66,300 – 66,500 บาท) ด่านแนวต้านขอบบนสำหรับการพิจารณาแบ่งไม้ขายล็อกทำกำไรลดความเสี่ยง (โดยมีแนวต้านเป้าหมายถัดไปของรอบเบรกเอาท์ใหญ่อยู่ที่บริเวณ 4,400 – 4,500 ดอลลาร์)
- คำแนะนำเพิ่มเติม: สายเก็งกำไรระยะสั้นไม่ควรไล่ราคาฝั่งซื้อเมื่อราคาปรับตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้าน 4,180 – 4,200 ดอลลาร์ ควรรอความได้เปรียบเชิงต้นทุนด้วยการดักซื้อที่แนวรับ 4,100 – 4,140 ดอลลาร์ และติดตามรายงานการประชุม FOMC Minutes ในวันพฤหัสบดีนี้เพื่อประเมินความผันผวนระหว่างสัปดาห์
วิเคราะห์โดย เทรดเดอร์ InterGOLD
.
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
