
กลยุทธ์: Sideway-down
แนวต้าน: $4,160 = 65,900 บาท
แนวรับ: $4,070 = 65,100 บาท
.
ราคาทองคำสปอตร่วงลงกว่า 1% ทรุดตัวแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม หลังรายงานการประชุมเฟด (FOMC Minutes) เดือนกันยายน ระบุชัดกรรมการส่วนใหญ่หนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปีเพื่อสยบเงินเฟ้อ ซ้ำเติมด้วยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปีที่ยังคงปักหลักแถว 5.3% และราคาน้ำมันดิบ Brent ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ ขณะที่ StoneX เผยวอลุ่มเทรดทองคำฟิวเจอร์สเหือดแห้งต่ำสุดรอบเดือน กราฟเทคนิคัลกดดันต่อเนื่องในโครงสร้าง Sideway-down เปิดทางกลยุทธ์เด้งขายทำกำไร และรอดักตั้งรับเฉพาะบริเวณแนวรับสำคัญ 4,070 ดอลลาร์
ภาพรวมตลาด: ราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ในช่วง “แกว่งตัวปรับฐานในกรอบขาลงต่อเนื่อง (Sideway-down Pullback & Low Volume Watch)” ในกรอบแนวรับ-แนวต้านหลัก 4,070 – 4,160 ดอลลาร์ (65,100 – 65,900 บาท) หลังราคาเผชิญแรงขายทำลายโครงสร้างราคาเดิมจนทำจุดต่ำสุดใหม่รอบ 2 เดือน แม้จะมีความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์คอยประคอง แต่แรงกดดันจาก Bond Yield ระดับสูงและถ้อยแถลงสายเหยี่ยวใน FOMC Minutes ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสยังคงค้ำเพดาน แนะนำใช้กลยุทธ์ “เด้งขึ้นขายทำกำไร รอดักตั้งรับใกล้แนวรับ 4,070 ดอลลาร์ ไม่ไล่ราคาฝั่งซื้อ และหลุดแนวรับให้ตัดขาดทุนทันที”
5 ปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางทองคำ
- 1. ทองคำดิ่งแตะจุดต่ำสุดรอบ 2 เดือน! ดอลลาร์แข็งพ่วงบอนด์ยีลด์ 5.3% บดขยี้ฝั่งซื้อ: ราคาทองคำในการซื้อขายตลาดสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาเผชิญแรงเทขายระลอกใหม่ ดิ่งลงกว่า 1% หลุดแนวรับย่อยและลงไปแตะระดับราคาต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ปัจจัยกดดันหลักยังคงมาจากดัชนีดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าอย่างมั่นคง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10Y Bond Yield) ที่แม้จะมีการย่อตัวลงมาบ้างหลังเสร็จสิ้นการประมูลพันธบัตร แต่ยังคงปักหลักทรงตัวระดับสูงบริเวณ 5.3% การที่ผลตอบแทนพันธบัตรยืนสูงต่อเนื่องทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ในการถือครองทองคำยังคงพุ่งสูง บีบให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้ยากในระยะสั้น
- 2. รายงาน FOMC Minutes กร้าว! กรรมการส่วนใหญ่ชี้เหมาะสมขึ้นดอกเบี้ยอีกระลอกปีนี้: รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC Minutes) ประจำเดือนกันยายนที่เปิดเผยเมื่อคืนนี้ สร้างความกังวลระลอกใหม่ต่อตลาดการเงิน โดยระบุว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่ยังคงมองว่า “การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ยังคงเป็นเรื่องที่เหมาะสม” หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 3.75–4.00% ในรอบที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อยังไม่ได้ชะลอตัวลงมากพอ และอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอาจยังไม่ตึงตัวเพียงพอที่จะควบคุมเงินเฟ้อได้อย่างเด็ดขาด ส่งผลให้กระแสดอกเบี้ยสูงยาวนาน (Higher for Longer) กลับมาค้ำเพดานราคาทองคำอย่างเต็มกำลัง
- 3. ไฟเงินเฟ้อยังดับไม่ลง! น้ำมัน Brent ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ รับพิษตะวันออกกลางและพายุถล่มสหรัฐฯ: ตลาดพลังงานยังคงเป็นตัวเร่งเงินเฟ้อที่น่ากังวล โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงปักหลักยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้อย่างเหนียวแน่น ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากทั้งความเสี่ยงด้านอุปทานตึงตัวในตะวันออกกลางที่ยังไร้ข้อยุติ ผนวกกับพายุลูกใหม่ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเม็กซิโกซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตน้ำมันสำคัญของสหรัฐฯ แม้ในมุมหนึ่งความเสี่ยงสงครามจะช่วยกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) แต่ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ราคาน้ำมันที่แพงระยับกลับย้อนมากระตุ้นให้เฟดต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งกลายเป็นผลลบสุทธิที่กดดันราคาทองคำมากกว่า
- 4. สภาพคล่องเหือดแห้ง! StoneX ชี้วอลุ่มต่ำสุดรอบเดือน ทองคำขาดเงินใหม่ไหลเข้า: บทวิเคราะห์ล่าสุดจากสถาบันการเงิน StoneX ระบุว่า ปริมาณการซื้อขายสัญญาทองคำล่วงหน้า (Gold Futures Volume) ในตลาดโลกล่าสุดลดลงเหลือเพียงราว 133,000 สัญญา ซึ่งถือเป็นระดับการซื้อขายที่เบาบางและใกล้จุดต่ำสุดในรอบเดือน ขณะที่จำนวนสัญญาคงค้าง (Open Interest) ยังคงเคลื่อนไหวทรงตัว บ่งชี้ว่าการรีบาวด์ใดๆ ในระยะนี้ยังขาดแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนก้อนใหม่ และเป็นการแกว่งตัวตามแรงเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น โดยสปอตไลท์สำคัญทั้งหมดของตลาดการเงินโลกกำลังย้ายไปจับจ้องที่การรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันที่ 14 ตุลาคม เวลา 19:30 น. ตามเวลาไทย เพื่อชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ยรอบถัดไป
- 5. กราฟเทคนิคัลติดหล่ม Sideway-down! RSI ต่ำกว่า 50 เน้นดักรับที่ 4,070 ดอลลาร์: ในเชิงเทคนิคัล ราคาทองคำ (Gold Spot) ยังคงเคลื่อนไหวภายใต้โครงสร้างแนวโน้มขาลงแบบค่อยเป็นค่อยไป (Sideway-down) โดยมีเครื่องมือชี้วัดโมเมนตัม RSI ปรับตัวลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนว่าฝั่งขายยังคงคุมความได้เปรียบทางจิตวิทยา สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวรายวัน ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถเบรกทะลุผ่านแนวต้าน 4,160 ดอลลาร์ (ประมาณ 65,900 บาท) ขึ้นไปได้ ให้มองว่าทุกการดีดตัวเป็นเพียงจังหวะแบ่งไม้ขายล็อกทำกำไร ขณะที่ฝั่งซื้อควรรอตั้งรับบริเวณแนวรับสำคัญ 4,070 ดอลลาร์ (ประมาณ 65,100 บาท) และต้องรอให้ราคาเริ่มทรงตัวได้ก่อนจึงตัดสินใจเข้าออเดอร์
บทสรุปและกลยุทธ์การลงทุน
ราคาทองคำทรุดตัวลงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 2 เดือน หลังรายงาน FOMC Minutes ตอกย้ำว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยอีกระลอกเพื่อสู้กับแรงกดดันเงินเฟ้อ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ และ Bond Yield ที่ป้วนเปี้ยนระดับ 5.3% ทำให้ราคายังขาดแรงขับเคลื่อนฝั่งซื้อ และมีวอลุ่มการซื้อขายที่เบาบาง กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “เล่นตามแนวโน้ม Sideway-down ไม่ไล่ราคาฝั่งซื้อ ดีดขึ้นขายทำกำไร และรอดักตั้งรับที่แนวรับ 4,070 ดอลลาร์”
- สถานะตลาด: ปรับฐานในกรอบขาลง / วอลุ่มเบาบางดักซื้อแนวรับ (Sideway-down & Low Volume Support Setup)
- แนวรับสำคัญ (จุดพิจารณาตั้งรับซื้อเก็งกำไร): 4,070 ดอลลาร์ (65,100 บาท) เป็นโซนแนวรับหลักทางเทคนิคัลที่มีความแข็งแกร่ง แนะนำใช้เป็นพิกัดดักจังหวะเข้าช้อนซื้อสะสมเพื่อเล่นรอบเด้ง โดยต้องรอให้เห็นแท่งเทียนเริ่มประคองตัวได้ก่อน (เงื่อนไขความเสี่ยง: หากราคาสปอตปิดแท่ง 4H หลุดต่ำกว่า 4,070 ดอลลาร์ ให้ตัดขาดทุน Cut Loss ทันที และห้ามตั้งรับถัวเฉลี่ยเพิ่มเพื่อป้องกันความเสี่ยงไหลลงหาฐานลึก)
- แนวต้านสำคัญ (จุดเป้าหมายแบ่งขายทำกำไร): 4,160 ดอลลาร์ (65,900 บาท) ด่านแนวต้านหลักขอบบนของกรอบ Sideway-down สำหรับการพิจารณาแบ่งไม้ขายล็อกทำกำไรเมื่อเกิดรอบ Technical Rebound
- คำแนะนำเพิ่มเติม: สายเก็งกำไรระยะสั้นไม่ควรเปิดสถานะซื้อสวนระหว่างทางที่ราคากำลังทิ้งตัว ควรรอให้ราคาอ่อนตัวลงมาทดสอบโซนแนวรับ 4,070 ดอลลาร์ แล้วมีสัญญาณชะลอแรงขายก่อน และควรควบคุมขนาดสถานะอย่างรัดกุมเพื่อรอรับมือกับความผันผวนใหญ่จากรายงาน CPI ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้
วิเคราะห์โดย เทรดเดอร์ InterGOLD
.
#ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา
สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก
